โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เปิดนาทีผู้การนครบาล1 โชว์ลีลาอดีตอรินทราช ชาร์จช่วยตัวประกันสองแม่ลูก

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ระทึกกลางกรุง! เปิดนาที ผู้การนครบาล 1 โชว์ลีลาอดีตอรินทราช ชาร์จช่วยตัวประกันสองแม่ลูก พ้นเงื้อมมือผัวคลั่งใต้ทางด่วนยมราชปลอดภัย

ระทึกกลางกรุง! เปิดนาที ผู้การนครบาล 1 โชว์ลีลาอดีตอรินทราช ชาร์จช่วยตัวประกันสองแม่ลูก พ้นเงื้อมมือผัวคลั่งใต้ทางด่วนยมราชปลอดภัย

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 24 ต.ค. 69 เกิดเหตุรับแจ้งชายคลุ้มคลั่งใช้มีดจี้คอลูกชาย และภรรยา บริเวณใต้สะพานทางด่วนยมราช เขตพญาไท กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจบกน.1 สน.พญาไท ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมเจรจาเกลี่ยกล่อมนานกว่า 30 นาที แต่ไม่เป็นผล ผู้ก่อเหตุยังมีท่าทีขัดขืน และคลุ้มคลั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้ทั้ง 3 คนขึ้นไปอยู่บริเวณหลังรถตำรวจ และพยายามเจรจาแต่ก็ยังไม่เป็นผล

ต่อมาเวลา 10.50 น. พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐ์บรรณากรณ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ได้เข้าอาศัยจังหวะที่ผู้ก่อเหตุกำลังนั่งอยู่หลังรถกระบะตำรวจ โดยกำลังใช้มือขวาถือมีดจี้ และกอดคอลูกชายไว้ ส่วนมือซ้ายกดเมียเอาไว้

ด้าน พล.ต.ต.วรศักดิ์ จึงอาศัยโอกาสที่ผู้ก่อเหตุเผลอตัว กระโดดเข้าไปคว้ามีดที่จี้คอลูกชายเอาไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่บริเวณโดยรอบก็เข้าไปช่วยจับกุม แยกเมียและลูกออกจากผู้ก่อเหตุออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนนำตัวมาปฐมพยาบาลเบื้องต้น พบว่าลูกชายวัย 5 ขวบมีร่องรอยมีดบาด 1-5 ซม.ที่คอ ส่วนภรรยา บริเวณกกหูด้านซ้ายมีร่องรอยบาดแผล และเลือดไหล เจ้าหน้าที่มีการปฐมพยาบาลแล้ว

โดยภรรยา เล่าว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า ตนเองสามี และลูก ได้มีการพูดคุยว่าจะเดินทางกลับประเทศลาว แต่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ จึงมีปากเสียงกันทำให้สามี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เสพยาเสพติด มีอารมณ์โมโหและคลุ้มคลั่ง โดยได้มีการเข้าไปขโมยมีดจากร้านค้ามาข่มขู่ตนเองและลูก

ต่อมาชุดจับกุมได้พยายามเจรจาให้สงบสติอารมณ์ แต่สามียังมีอาการคลุ้มคลั่งอยู่ จนกระทั่งเริ่มผ่อนคลายจึงนำตัวสามีมายัง สน.พญาไท

ในขณะที่ พล.ต.ต.วรศักดิ์ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรายละเอียดตนยังไม่ทราบ แต่เมื่อพบว่ามีชายคลุ้มคลั่งจึงได้นำกำลังมาควบคุมสถานการณ์ ซึ่งตนเองในฐานะที่จบหน่วยอรินทราชมาจึงมีความเข้าใจถึงเหตุการณ์ พยายามในการใช้การเจรจาเป็นหลัก เพื่อให้ผู้ก่อเหตุมีอารมณ์ที่ผ่อนคลายมากขึ้น เมื่อเห็นจังหวะจึงใช้โอกาสเข้าไประงับเหตุ

ขณะที่ พ.ต.อ.ธนพล กลิ่นเกษร ผกก.สน.พญาไท ระบุว่า สองผัวเมียเป็นคนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เดินทางมาจากวัดปทุมวนารามราชวิหาร เพื่อเดินเท้ามาหางานทำ เบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุชื่อนายน้อยอายุ 35 ปี ส่วนภรรยาชื่อนางฝ้าย อายุ 35 ปี ส่วนลูกชายอายุ 5 ขวบ ก่อนหน้านี้ทั้งครอบครัวเคยพักอาศัยอยู่ที่วัดพรมวงศาราม (หลวงพ่อเณร) ดินแดง ในช่วงกลางวัน ส่วนตอนกลางคืนจะไปอาศัยอยู่กับญาติ โดยไม่ทราบว่าประกอบอาชีพอะไรเป็นหลักแหล่ง

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้นางฝ้ายเคยถูกนายน้อยทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ จนมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่วัดมาแล้ว ขณะที่ลูกชายวัย 5 ขวบ ก็ยังวิ่งเล่นอยู่ภายในวัด โดยมีคนในละแวกดังกล่าวคอยให้เงินช่วยเหลือ

ส่วนสาเหตุการคลุ้มคลั่งนั้นต้องนำตัวไปตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจสอบหาสารเสพติด ก่อนนำตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดที่ สน.พญาไทต่อไป

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามวินมอเตอร์ไซค์ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ระบุว่า ตนเห็นทั้ง 3 คนเดินมา ในลักษณะที่ผู้ชายอุ้มลูก และใช้มืออีกข้างนึงกอดคอเมียไว้ เดินมาเรื่อยๆ จนมาถึงร้านขายผลไม้ และได้เข้าไปขอน้ำดื่ม แต่ตนไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุได้ไปขโมยมีดจากร้านขายผลไม้หรือไม่ เพราะช่วงที่เดินมาตนไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีมีดหรือไม่ จนกระทั่งตนก็มาเห็นเหตุการณ์ความชุลมุนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาควบคุมแล้ว

ด้านเจ้าของร้านผลไม้ระบุว่า ทั้ง 3 คนเดินเข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือ ขอยืมโทรศัพท์ แต่ตนปฏิเสธ เนื่องจากไม่มีเงินในโทรศัพท์มือถือ และถามว่ามีมีดหรือไม่ ซึ่งตนปฏิเสธว่าไม่มี แต่ผู้ก่อเหตุยังพยายามขอน้ำดื่ม ตนจึงเดินกลับไปข้างหลังบ้านเพื่อไปหยิบน้ำมาให้ 2 ขวด แต่จังหวะที่ตนเข้าไปผู้ก่อเหตุได้เข้ามาภายในบ้านและพยายามรื้อข้าวของภายในบ้าน เพื่อหามีด จนกระทั่งมาพบว่าผู้ก่อเหตุเกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้มีดจี้คอภรรยาและลูก โดยผู้สื่อข่าวได้นำรูปภาพที่ผู้ก่อเหตุใช้มีดจี้ เจ้าของร้านผลไม้ยืนยันว่า ไม่ใช่มีดจากร้านของตน ส่วนผู้ก่อเหตุจะไปนำมีดมาจากไหนตนไม่ทราบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...