โพสต์อ้าง “ห้ามขายกะเพรา “จามจุรี” ฝ่าฝืนคุก 2 ปี ปรับ 4 แสน พบชื่อกะเพราะไม่มีจริง
Thai PBS Verify พบแหล่งข้อมูลข่าวบิดเบือนจาก: X
[caption id="attachment_17573" align="aligncenter" width="1024"]
โพสต์อ้างห้ามขายกะเพราพันธุ์จามจุรี[/caption]
Thai PBS Verify พบผู้ใช้บัญชี X ชื่อ 明白了 โพสต์ภาพกราฟิกที่ระบุว่า อ่านแล้วถึงกับห๊ะ! พอดีที่บ้านมี พันธุ์ จามจุรี3 แบบนี้ก็ขายไม่ได้สินะ โดยภาพดังกล่าวมีข้อความระบุว่า มีกะเพรา 4 สายพันธุ์ชื่อ “จามจุรี 1–4” หากใครแอบขาย จะถูกจำคุก 2 ปี และปรับ 400,000 บาท
โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 69 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เข้าชมไปกว่า 251,000 ครั้ง รวมถึงรีโพสต์ข้อมูลดังกล่าวไปกว่า 1,900 ครั้งอีกด้วย
[caption id="attachment_17574" align="aligncenter" width="756"]
ผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นส่วนหนึ่งเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง[/caption]
มีกะเพรา "จามจุรี1-4" จริงหรือไม่ ?
จากการค้นหารายชื่อพันธุ์พืชใหม่ที่ได้รับหนังสือสำคัญ (คพ. 2) จำนวน 1105 พันธุ์ บนเว็บไซต์ของกองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร เราไม่พบกะเพราที่ขึ้นทะเบียนใหม่ด้วยชื่อ "จามจุรี" แต่อย่างใด แต่เมื่อเราทดลองนำชื่อของกะเพราสายพันธุ์ "แก้วจุรี" ไปตรวจสอบพบว่า มีการผลแสดงขึ้นมาอย่างชัดเจน บ่งบอกว่ากะเพราสายพันธุ์จามจุรีที่ระบุในโพสต์นั้นไม่มีอยู่จริง
[caption id="attachment_17572" align="aligncenter" width="1024"]
ผลการค้นหารายชื่อพันธุ์พืชใหม่ บนเว็บไซต์ของกองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร[/caption]
กะเพราสายพันธุ์ใหม่ชื่ออะไร ?
จากการค้นหาด้วยคำสำคัญ เราพบว่า บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ 4 พันธุ์ ได้แก่ แก้วจุรี 01, แก้วจุรี 02, แก้วจุรี 03 และ แก้วจุรี 04 ไม่ใช่ชื่อ “จามจุรี” ตามที่ปรากฏในภาพที่แพร่ในโซเชียลมีเดียเผยแพร่ โดยพันธุ์เหล่านี้พัฒนาจากกะเพราพื้นเมือง (รหัส CPR1) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โดยใช้เทคนิคการปรับปรุงพันธุ์และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 เป็นเวลา 12 ปี (เริ่มปี 2567 สิ้นสุดปี 2579)
ประชาชนปลูกและขายกะเพราได้หรือไม่ ?
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมวิชาการเกษตร ชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า ประชาชนยังสามารถปลูกกะเพราพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ทั่วไปไว้กินเอง เก็บใบขาย ขายต้นเพื่อบริโภค หรือนำไปประกอบอาหารจำหน่ายได้ตามปกติ ซึ่งการคุ้มครองครอบคลุมเฉพาะ 4 พันธุ์ “แก้วจุรี” เท่านั้น ไม่กระทบกะเพราสายพันธุ์อื่น
"แม้แต่พันธุ์แก้วจุรีเองก็สามารถปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือนได้ สิ่งที่ห้ามคือการนำ เมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า หรือกิ่งพันธุ์ ของแก้วจุรี 01–04 ไปขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิ"
ซีพีแรมยืนยันใช้เป็นวัตถุดิบป้อนโรงงาน
ซีพีแรมระบุว่าพันธุ์เหล่านี้พัฒนาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตอาหารของบริษัทเอง ไม่ได้วางจำหน่ายเมล็ดพันธุ์แก่ประชาชนทั่วไป
ขยายพันธุ์ขายมีโทษจำคุกจริงหรือไม่ ?
ทั้งนี้ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ระบุว่า ผู้ใดกระทำการละเมิดสิทธิในพันธุ์พืชใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิ (เช่น ผลิต ขาย หรือจำหน่ายส่วนขยายพันธุ์) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[caption id="attachment_17576" align="aligncenter" width="915"]
พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542[/caption]
อย่างไรก็ตาม โทษดังกล่าวใช้กับกรณี ละเมิดสิทธิในส่วนขยายพันธุ์ ของพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการขายใบกะเพราทั่วไปหรือการปลูกเพื่อบริโภค
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
จากการตรวจสอบของ Thai PBS Verify พบว่า โพสต์ที่อ้างว่ามีกะเพรา 4 สายพันธุ์ชื่อ “จามจุรี 1–4” หากใครแอบปลูกขายจะถูกจำคุก 2 ปี และปรับ 400,000 บาทนั้น เข้าข่าย "ข้อมูลบิดเบือน (Misleading Information)" โดยมีการระบุชื่อสายพันธุ์ผิดพลาด และตีความข้อกฎหมายเกินจริงจนสร้างความตื่นตระหนก ดังนี้
ไม่มีกะเพราสายพันธุ์ "จามจุรี 1–4": จากการตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ไม่พบชื่อสายพันธุ์ “จามจุรี” แต่เป็นสายพันธุ์ “แก้วจุรี 01, แก้วจุรี 02, แก้วจุรี 03 และ แก้วจุรี 04” ซึ่งได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่โดยบริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ตั้งแต่ปี 2567 สิ้นสุดปี 2579 (คุ้มครอง 12 ปี)
ประชาชนทั่วไปยังปลูกและขายกะเพราได้ตามปกติ: กรมวิชาการเกษตร และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันชัดเจนว่า ประชาชนยังสามารถปลูกกะเพราพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ทั่วไปไว้กินเอง เก็บใบขาย หรือขายเป็นอาหารปรุงสำเร็จได้ตามปกติ การคุ้มครองครอบคลุมเฉพาะ 4 พันธุ์ในตระกูล “แก้วจุรี” เท่านั้น
โทษจำคุก 2 ปี ปรับ 4 แสนบาท บังคับใช้เฉพาะการละเมิด "ส่วนขยายพันธุ์": ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 โทษดังกล่าวมีไว้ลงโทษผู้ที่นำ เมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า หรือกิ่งพันธุ์ (ส่วนขยายพันธุ์) ของพันธุ์ที่จดทะเบียนคุ้มครองไปทำซ้ำเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ได้บังคับใช้กับการเก็บใบขายเพื่อบริโภค หรือการปลูกกินในครัวเรือนแต่อย่างใด
ซีพีแรมพัฒนาเพื่อป้อนโรงงาน ไม่ได้ขายเมล็ดพันธุ์: ทางบริษัทผู้ทรงสิทธิระบุว่าพัฒนาสายพันธุ์ดังกล่าวเพื่อเป็นวัตถุดิบป้อนโรงงานผลิตอาหารของบริษัทเอง ไม่ได้มีการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์สู่ท้องตลาดทั่วไป จึงเป็นไปได้ยากที่ประชาชนจะนำไปปลูกหรือจำหน่ายโดยไม่รู้ตัว