โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทยภาคเช้า ปิดลบ 20.31 จุด แรงขาย DELTA -กลุ่มอิเล็กฯ ตามหุ้นเทคโลก ตลาดเข้าสู่โหมด Risk Off

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

หุ้นไทยภาคเช้า วันที่ 30 ต.ค. ปิดที่ 1,524.29 จุด ลดลง 20.31 จุด มูลค่าซื้อขาย 40,451 ล้านบาท แรงขายหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ นำโดย DELTA, KCE , HANA ตามหุ้นเทคโลก กังวลผลประกอบการและแนวโน้มที่อ่อนตัวลง ขณะที่บอนด์ยีลด์ย่อตัว ตลาดกลับมาอยู่ในโหมด Risk Off หันหาสินทรัพย์ปลอดภัย อีกทั้่งกลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯยังไม่ฟื้นหลังเจอนโบายรัฐบาลปรับสูตรราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดช่วงเช้าวันนี้ 30 ตุลาคม ที่ระดับ 1,524.29 จุด ลดลง 20.31 จุด (-1.31%) มูลค่าซื้อขายราว 40,451 ล้านบาท

ช่วงเช้ามีการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) 4 หลักทรัพย์ 5 รายการ พบ ADVANC มีมูลค่าสูงสุด 33.98 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 345.30 บาท

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ,IAA ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงแรง จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในต่างประเทศ ส่งผลกดดันต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์นำโดย DELTA, KCE , HANA สอดคล้องกับหุ้นเทคฯ ในตลาดหุ้นสหรัฐ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ต่างปรับตัวลงมาก ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ย่อลงมาที่ระดับ 4.90% สะท้อนตลาดอยู่ในโหมด Risk Off ตลาดลดความเสี่ยงย้ายเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย

นอกจากนี้ บ้านเราก็มีปัจจัยลบรายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มพลังงาน กลุ่มปิโตรเคมี จาก Policy Risk รัฐบาลปรับสูตรราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น กดดันตลาดร่วมด้วย โดยวันนี้ดัชนี SET ลงมาระดับต่ำสุดที่ 1,516 จุด ซึ่งอยู่เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ซึ่งหากไม่มีปัจจัยลบเข้ามาเพิ่มอาจเห็นการรีบาวด์ขึ้นมา อย่างไรก็ดี แรงขาย DELTA ตัวเดียวก็กดดัชนีไปค่อนข้างมาก แต่มองหุ้นเทคโลกเทขายช่วงสั้น แต่ทิศทางธุรกิจปีหน้าดีมานด์ยังดีอยู่แต่จะไม่โตแรง

แนวโน้มการลงทุนช่วงบ่ายอาจเด้งขึ้นได้บ้าง แต่ก็เห็นทิศทาง Nasdaq Future ปรับตัวลง เนื่องจากหุ้นเทคใหญ่ ประกาศงบและออก Guidance มาค่อนข้างแย่ อาทิ Oracle, Intel ทำให้ทิศทาง Nasdaq เปิดลบได้ในวันนี้ เปิดช่วงบ่ายตลาดอาจไมกล้าสวนกลับ

อย่างไรก็ดี หากดัชนีหลุดระดับ 1,516 จุด มองไม่น่าจะมีจังหวะรีบาวด์ โดยตลาดหุ้นไทยอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ ในช่วงดัชนี 1,510-1,520 จุด โดยให้แนวรับ 1,515 จุด แนวต้าน 1,530, 1,545 จุด

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงกดดันจาก 3 ปัจจัยสำคัญ โดยปัจจัยแรกคือการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันของภาครัฐ ซึ่งเปลี่ยนมาใช้สูตรคำนวณที่อิงต้นทุนจริง (Cost Plus) และกำหนดค่าการกลั่นไม่เกิน 2.40 บาทต่อลิตร รวมถึงการปรับลดส่วนลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นจาก 4 บาท เหลือ 2 บาทต่อลิตร ในช่วงวันที่ 1–30 พฤศจิกายน 2569 ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อแนวโน้มค่าการกลั่นและกำไรของผู้ประกอบการกลุ่มโรงกลั่น

โดยราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวปรับลดลงแล้วเฉลี่ยประมาณ 3.6–6% ปัจจัยที่สองมาจากผลประกอบการไตรมาส 3/69 ของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่บางแห่งที่ออกมาต่ำกว่าคาด โดย SCC พลิกจากกำไร 4,820 ล้านบาท เป็นขาดทุน 1,738 ล้านบาท จากแรงกดดันในธุรกิจปิโตรเคมี

ขณะที่ DELTA รายงานกำไรประมาณ 7.76 พันล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 11% จากการตั้งสำรองสินค้าคงคลัง สะท้อนความท้าทายด้านอัตรากำไรของธุรกิจ ส่วนปัจจัยที่สามคือทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อยู่สูงกว่าไทย ซึ่งอาจเพิ่มแรงจูงใจให้เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์สกุลดอลลาร์และกดดันค่าเงินบาท

โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยติดต่อกัน 2 วันทำการ ระหว่างวันที่ 28–29 ตุลาคม รวมประมาณ 5.08 พันล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศเริ่มกลับมาขายสุทธิ ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยยังมีความเสี่ยงที่จะเผชิญความผันผวนต่อเนื่องในระยะสั้น

ด้านตลาดต่างประเทศ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ เผชิญแรงขายจากความกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการและมูลค่าหุ้น (Valuation) ส่งผลให้ดัชนี NASDAQ ปรับลดลง 1.4% และส่งผ่านแรงกดดันมายังตลาดหุ้นเอเชีย

ขณะเดียวกัน นักลงทุนเริ่มเพิ่มความระมัดระวังต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยโลก ส่งผลให้มีการโยกย้ายเงินลงทุนเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย และเกิดการหมุนเวียนเงินทุนไปยังหุ้นกลุ่ม Defensive, Healthcare และ Financials มากขึ้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้นักลงทุนเน้นบริหารความเสี่ยงด้วยการถือเงินสดประมาณ 20–30% ของพอร์ต พร้อมเลือกลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่งและได้รับประโยชน์จากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับลดลง โดยเลือก SCGP จากแนวโน้มกำไรที่โดดเด่นและการฟื้นตัวของธุรกิจในอินโดนีเซียและเวียดนาม ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานตาม SCC แม้ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...