โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘เบนซ์’ ลูกชายแม่ภัทร แจ้งเอาผิดเนอร์สซิ่งโฮม โต้ปมเงินตู้เซฟมีไม่ถึง 9 ล้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 29 ตุลาคม 2569 เวลา 21.27 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“เบนซ์” ลูกชายแม่ภัทร หอบหลักฐานแจ้งความตำรวจสอบสวนกลาง เอาผิด “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโสธรชัยเนอร์สซิ่งโฮม“ เข้าข่ายฉ้อโกง เหตุ อ้างเป็นสถานพยาบาลและมีบริการทางการแพทย์

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 ต.ค. ที่ ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ นายเฉลิมฤทธิ์ จินดาวรรณ อายุ 40 ปี หรือเบนซ์ บุตรชายของ น.ส.นภัทร แสงอินทร์ หรือแม่ภัทร พร้อมด้วย นายณัฐพล พรหมเวช ที่ปรึกษากฎหมาย และ น.ส.นวภัสร์ ภูสุนาทัน หรือทนายลูกเกด เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อแจ้งความและยื่นพยานหลักฐานขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโสธรชัยเนอร์สซิ่งโฮม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการให้ข้อมูลว่าศูนย์ดูแลฯ มีสถานะเป็นสถานพยาบาล รวมถึงการกล่าวอ้างว่าหากนำบุคคลเข้ารับการดูแลภายในศูนย์ฯ จะได้รับการตรวจจากแพทย์ จึงนำหลักฐานภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการดูแลแม่นภัทรระหว่างอยู่ภายในศูนย์ฯ มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ รวมถึงเปิดเผยข้อมูลบางส่วนต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่ามีคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่าแม่นภัทรทำกิจกรรมและมีความสุขระหว่างอยู่ภายในศูนย์ฯ นอกจากนี้ ยังเตรียมนำเสนอคลิปวิดีโอที่ระบุว่าเป็นภาพขณะแม่นภัทรร้องเพลงคาราโอเกะ เพื่อประกอบการชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ยังระบุถึงกรณีมีผู้ที่อ้างว่าได้รับความเสียหายอันเกี่ยวข้องกับแม่นภัทร มากกว่า 20 ราย พร้อมเตรียมจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเพื่อรวบรวมข้อมูลจากผู้ร้องและส่งต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบตามกฎหมาย

โดย นายณัฐพล พรหมเวช ที่ปรึกษากฎหมาย เปิดเผยว่า สำหรับการมาในวันนี้เพื่อเราจะร้องทุกข์กล่าวโทษต่อศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโสธรชัยเนอร์สซิ่งโฮม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เนื่องด้วยเดิมทีแรกทางศูนย์ฯ ได้แจ้งแก่นายเบนซ์ว่ามีการให้บริการทางการแพทย์ มีพยาบาลคอยดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชม. แต่ภายหลังกลับทราบว่าทางศูนย์ฯ เป็นแค่ศูนย์เนอร์สซิ่งโฮม ไม่มีแพทย์ประจำ อีกทั้งยังมีการส่งภาพและคลิปวิดีโอแจ้งว่าแม่ภัทรมีความเป็นอยู่สบายดีเพื่อเรียกเก็บเงิน ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง ขณะนี้มีผู้เสียหายจากศูนย์ดังกล่าวยอดรวมกว่า 30-40 รายติดต่อเข้ามาผ่านเพจเฟซบุ๊กของทนายลูกเกดเพื่อเตรียมรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี

ด้าน นายเฉลิมฤทธิ์ จินดาวรรณ อายุ 40 ปี หรือเบนซ์ บุตรชายของ น.ส.นภัทร แสงอินทร์ หรือแม่ภัทร กล่าวว่า สำหรับข้อกล่าวหาของสังคมที่หาว่าตนเองหลบหนีไปต่างประเทศนั้น ยืนยันว่าตนไม่ได้ไปไหนทั้งสิ้น และยังอยู่ในประเทศไทยตลอด ส่วนที่คุณแม่อ้างว่าได้โทรศัพท์ติดต่อตนเองนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง กรณีที่จะบอกว่ามีการโทรศัพท์มาหาตนเองตลอด เพราะในโทรศัพท์ตนเองสามารถดูได้เลย และคุณแม่มักจะโทรฯ เฉพาะตอนอยู่ต่อหน้าสื่อมวลชน และไม่มีการโทรฯ หาตนอีกเลย จริง ๆ แล้วตนก็มีโทรฯ หาคุณแม่แต่ท่านก็ไม่รับสายตนเลย และถ้าคุณแม่อยากจะโทรฯ ตนมองว่าเราควรคุยกันสองคนแบบไม่ต้องมีสื่อได้หรือไม่ เราคุยกันหลังบ้านได้ไหม โทรฯ แบบไม่ต้องอยู่กับสื่อได้ไหม แต่ก็พบว่าคุณแม่ไม่ได้ทำเลย แม้กระทั่งไลน์ข้อความ คุณแม่ก็ไม่ได้ไลน์มาหาตนเองเลย และนอกจากนี้ ตนขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่าตนได้เดินทางไปรับแม่ภัทรออกจากศูนย์ฯ ด้วยตัวเองพร้อมกับน้องสาวของแม่ และยืนยันว่าก่อนจะนำแม่ไปเข้าศูนย์ดูแลฯ ตนไม่ได้ไปดูสถานที่จริงเพราะอยู่ไกล แต่พยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แม่ โดยจองเป็นห้องแอร์เดี่ยว ส่วนภาพเตียงกรงขังที่ปรากฏในสื่อ ยืนยันว่าตนไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่เคยนำแม่ไปขังในกรงตามที่ถูกกล่าวหา ตนก็ตกเป็นผู้เสียหายที่ถูกทางศูนย์ปิดบังข้อมูลเช่นกัน

ส่วนประเด็นตู้เซฟและทรัพย์สินของแม่ภัทรที่ระบุว่าสูญหายเกือบทั้งหมดมูลค่ากว่า 9 ล้านบาทนั้น นายเฉลิมฤทธิ์ ยืนยันหนักแน่นว่า ตนไม่เคยนำทรัพย์สินของแม่ออกไปแม้แต่บาทเดียวหรือชิ้นเดียว และการย้ายตู้เซฟ เนื่องจากน้องสาวจะปล่อยบ้านหลังดังกล่าวให้เช่า จึงขอร้องให้ตนช่วยย้ายเซฟออกไปเก็บไว้ที่อื่น ซึ่งตนมีหลักฐานยืนยัน และจากที่เคยเห็นตอนเปิดเซฟพร้อมน้องสาว มูลค่าไม่ได้สูงถึง 9 ล้านบาท และไม่ได้มีทองคำแท่งจำนวนมากตามที่กล่าวอ้าง มีเพียงทองรับขวัญหลานเท่านั้น พร้อมยอมรับว่ากระแสข่าวที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบให้ตนเครียดอย่างหนักจนเกิดอาการแพนิก ต้องไปพบแพทย์และทานยาประคองอาการ ส่วนสาเหตุที่ออกมาชี้แจงช้า เพราะต้องใช้เวลารวบรวมเอกสารจากหน่วยงานราชการ พร้อมระบุว่า เพิ่งได้โทรศัพท์คุยกับแม่เรื่องการไกล่เกลี่ยเมื่อวานนี้ (28 ต.ค.69) ตนอยากให้กลับมาคุยกันภายในครอบครัวหลังบ้านมากกว่าการออกสื่อ ทั้งนี้ ตลอดทั้งชีวิต คุณแม่ก็น่าจะรู้ เวลาคุณแม่ทำอะไรเสี่ยง ๆ ตนก็เป็นคนรับแทนในหลายเรื่อง แม้แต่ตัวโรงงานที่คุณแม่พูด คุณแม่น่าจะรู้อยู่แล้วว่าคุณแม่กำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ แล้วตนเองก็ไม่อยากให้โดนคนอื่นหลอก

ส่วน น.ส.นวภัสร์ ภูสุนาทัน หรือทนายลูกเกด เปิดเผยว่า สำหรับข้อกล่าวหาฉ้อโกงที่เราจะแจ้งดำเนินคดีต่อศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโสธรชัยเนอร์สซิ่งโฮม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี นั้น เนื่องมาจากตนได้ตรวจสอบแชตข้อความของนายเบนซ์ ที่ได้พูดคุยกับศูนย์ฯ โดยทางศูนย์ฯ มีการส่งภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของคุณแม่มาให้ว่ามีการใช้ชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง และมีเอกสารภาพใบวางบิลที่มีหลักฐานตามที่นายเบนซ์ได้โอนเงินชำระ จึงเข้าข่ายการฉ้อโกง

น.ส.นวภัสร์ เผยอีกว่า นอกจากนี้ ตนเองก็เป็นผู้ประสานงานติดต่อไปยังนายเบนซ์ เพื่อจะรวบรวมรายชื่อผู้เสียหายที่อาจได้รับผลกระทบจากกรณีของ น.ส.นภัทร (หรือแม่ภัทร) เพราะเริ่มมีผู้เสียหายจำนวนหนึ่งส่งเรื่องร้องทุกข์มายังตนเองผ่านทางอินบ็อกซ์เพจเฟซบุ๊กของตนเองแล้ว จำนวนประมาณ 20 ราย มีทั้งอดีตลูกจ้าง ซัพพลายเออร์ และช่างรับเหมา ได้ติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลว่า เคยถูกบุคคลคนหนึ่งใช้เทคนิคทางกฎหมาย แจ้งความหรือฟ้องร้องในข้อหาต่าง ๆ เช่น ข้อหาลักทรัพย์ หรือปิดบ้านไม่ให้เข้า เพื่อให้ตนเองบรรลุวัตถุประสงค์บางอย่าง โดยผู้เสียหายยังระบุว่าเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายเบนซ์ผู้เป็นลูก จึงกล้าออกมาให้ข้อมูลเพราะมองว่า “ขนาดคนเป็นลูก เขายังทำได้ แล้วคนอื่นจะเป็นอย่างไร” ซึ่งตนมีหลักฐานทั้งภาพ คลิป และไฟล์อิเล็กทรอนิกส์เตรียมนำมาแถลงชี้แจงต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...