โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ชาวแปดริ้วทุกข์หนัก! น้ำท่วมทำกุ้งสูญหลักแสน เงินเยียวยา 9,000 บาทไม่พอ วอนรัฐเร่งฟื้นฟู

เดลินิวส์

อัพเดต 13 ตุลาคม 2569 เวลา 18.45 น. • เผยแพร่ 22 นาทีที่แล้ว • เดลินิวส์
สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดฉะเชิงเทรายังคงส่งผลกระทบต่อประชาชนและเกษตรกรอย่างหนัก โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบางคล้าและบางน้ำเปรี้ยว ซึ่งหลายจุดยังมีน้ำท่วมขัง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและปลาสูญเสียผลผลิตมูลค่าหลักแสนบาทต่อบ่อ

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หมู่ 5 ตำบลท่าทองหลาง อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา พบว่ายังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่บ่อกุ้งและบ่อปลา สร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกรที่ลงทุนเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อรอจับจำหน่าย แต่กลับต้องสูญเสียผลผลิตจากมวลน้ำที่ไหลเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว

นายพิเชฐ ชูเจริญ อายุ 49 ปี เจ้าของบ่อกุ้ง เปิดเผยว่า ช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นและไหลเข้าท่วมบ่อกุ้งอย่างรวดเร็ว เดิมเตรียมจับกุ้งเพื่อหนีน้ำท่วม แต่สถานการณ์กลับรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้จะพยายามป้องกันและกั้นน้ำอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถต้านทานมวลน้ำได้ สุดท้ายต้องสูญเสียกุ้งที่เลี้ยงไว้ทั้งหมดไปกับน้ำท่วม

ความเสียหายคิดเป็นมูลค่าหลักแสนบาทต่อบ่อ ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์ภายในบ่อและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมฟื้นฟู เจ้าตัวยอมรับว่าเสียใจอย่างมาก เพราะลงทุนเลี้ยงกุ้งและกำลังจะนำผลผลิตออกจำหน่าย แต่กลับต้องสูญเสียทั้งหมด จึงหวังให้น้ำลดลงโดยเร็ว เพื่อฟื้นฟูบ่อและกลับมาประกอบอาชีพได้อีกครั้ง

ด้านนายกิตติเชษฐ์ สุขบำรุงทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าทองหลาง กล่าวว่า พื้นที่ตำบลท่าทองหลางได้รับความเสียหายเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรจำนวนมากได้รับผลกระทบ ทั้งผู้เลี้ยงกุ้งและปลา โดยบางรายกำลังจะจับผลผลิตจำหน่าย แต่กลับถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างจริงจัง และเร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรอย่างทั่วถึง พร้อมให้กำลังใจผู้ประสบภัยให้อดทนต่อสู้กับสถานการณ์ครั้งนี้ โดย อบต.พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เข้ามาประสานงาน

ขณะที่เงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 9,000 บาท กลายเป็นอีกประเด็นที่ประชาชนสะท้อนความเดือดร้อน โดยเห็นว่าเงินจำนวนดังกล่าวช่วยแบ่งเบาภาระได้เพียงบางส่วน แต่ไม่ครอบคลุมความเสียหายของทรัพย์สินและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการอพยพออกจากบ้าน

นายวัฒนชัย บุญมานะ ชาวตำบลเสม็ดเหนือ อำเภอบางคล้า กล่าวว่า เงินเยียวยา 9,000 บาทอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านได้รับความเสียหายหลายรายการ จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยเฉพาะค่าซ่อมแซมหรือทดแทนเครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น หม้อหุงข้าว และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้

นอกจากนี้ ประชาชนบางส่วนยังต้องนำเงินเยียวยาไปจ่ายค่าเช่าหอพัก เนื่องจากบ้านถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ตามปกติ แต่ยังจำเป็นต้องเดินทางไปทำงาน ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งค่าเช่าที่พักและค่าครองชีพในช่วงที่ยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้

อีกปัญหาที่สร้างความกังวลคือ น้ำท่วมขังเริ่มส่งกลิ่นเหม็น โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ชาวบ้านพบว่าน้ำเริ่มมีสีดำและมีกลิ่นเน่าเสีย จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและแก้ไข เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยและการดำรงชีวิตประจำวัน

นางสุมาลี โต๊ะทอง อายุ 54 ปี ชาวหมู่ 2 ตำบลหมอนทอง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว หนึ่งในผู้ประสบอุทกภัย กล่าวว่า เงินเยียวยา 9,000 บาทไม่เพียงพอกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากข้าวของภายในบ้านพังเสียหายเป็นจำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย เพราะขณะนี้มีกลิ่นเหม็นรุนแรงจนรู้สึกแสบจมูก ทำให้ใช้ชีวิตในพื้นที่ได้อย่างยากลำบาก

ด้านนายธนะเกียรติ นพเกตุ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวสำโรง ในฐานะประธานชมรมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ประชาชนจำนวนมากสะท้อนว่าเงินเยียวยา 9,000 บาทช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้เพียงเล็กน้อย เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งรถยนต์จมน้ำ ทรัพย์สินเสียหาย บ้านเรือนที่ต้องซ่อมแซมเกือบทั้งหลัง รวมถึงประชาชนบางส่วนที่ต้องหยุดงานติดต่อกันหลายวัน ส่งผลกระทบต่อรายได้

สำหรับพื้นที่ตำบลหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว ระดับน้ำในบางจุดเริ่มลดลงแล้ว และอยู่ระหว่างเร่งฟื้นฟูพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้ โดยบางครอบครัวได้รับผลกระทบต่อเนื่องนานกว่า 20 วัน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้โดยเร็ว

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน และอาชีพ โดยเฉพาะเกษตรกรที่สูญเสียผลผลิตซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลัก ขณะที่ปัญหาน้ำเน่าเสียยิ่งเพิ่มความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ยังต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม พิจารณามาตรการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริง ตลอดจนเร่งแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียและฟื้นฟูพื้นที่ เพื่อให้ผู้ประสบภัยกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้อีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...