ย้อน 'เอลนีโญ 1997' สร้างความเสียหายหนักสุดในประวัติศาสตร์ แต่ปีนี้จะหนักกว่า
ความผันผวนของระบบภูมิอากาศกลายเป็นประเด็นสำคัญที่กำลังสร้างความกังวลต่อทั่วโลก เมื่อนักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศระบุว่า ปรากฏการณ์ ‘เอลนีโญ’ ในปีนี้ มีรูปแบบของลมค้าและการเปลี่ยนแปลงชั้นบรรยากาศที่คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในปี 1997-1998 ซึ่งเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงและสร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยภัยพิบัติในครั้งนั้นได้ทิ้งรอยแผลขนาดใหญ่ไว้ทั่วทวีปอเมริกาเหนือ ทั้งจากสภาพอากาศสุดขั้ว ปริมาณฝนที่ทุบสถิติ และความผันผวนของอุณหภูมิอย่างรุนแรง
ในปี 1997-1998 ฤดูหนาวของสหรัฐฯ เผชิญกับฝนตกหนักที่สุดเป็นอันดับ 7 และอบอุ่นที่สุดเป็นอันดับ 2 ในรอบกว่าศตวรรษ รัฐแคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา และพื้นที่ฝั่งตะวันออกถูกพายุพัดกระหน่ำต่อเนื่องนานนับสัปดาห์จนเกิดน้ำท่วมใหญ่และดินถล่ม ขณะที่พายุทอร์นาโดร้ายแรงพัดถล่มฟลอริดา ส่วนพื้นที่ตอนเหนือเผชิญพายุหิมะจนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 56 รายในสหรัฐฯ และแคนาดา ประชาชนหลายล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้ นอกจากนี้ บางพื้นที่ทางตอนเหนือกลับมีอุณหภูมิอบอุ่นผิดปกติจนทะเลสาบไม่เป็นน้ำแข็งอย่างที่ควร
แล้วปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2026 นี้จะรุนแรงกว่าปี 1997 หรือไม่?
ข้อมูลจากแบบจำลองสภาพอากาศล่าสุด ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า เอลนีโญในปี 2026-2027 มีแนวโน้มที่จะ ‘รุนแรงกว่า’ เหตุการณ์ในปี 1997-1998 โดยสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ระบุว่า มีโอกาสสูงถึง 75% ที่จะกลายเป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งมีความรุนแรงเกินกว่าสถิติทั้งหมดที่เคยบันทึกไว้นับตั้งแต่ปี 1950
ความรุนแรงระดับ ‘ขั้นสุด’ (Super El Niño) ในรอบนี้ คาดว่าจะสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างและรุนแรงยิ่งขึ้น ทั้งภัยแล้งจัดในบางภูมิภาค ฝนตกหนักและอุทกภัยในอีกหลายพื้นที่ รวมถึงความเสี่ยงที่จะคร่าชีวิตประชากรทั่วโลกจากภัยพิบัติทางธรรมชาติสูงถึง 451,000 ราย ซึ่งสัญญาณความผิดปกติเริ่มส่งผลกระทบแล้วตั้งแต่ช่วงปลายฤดูร้อน ทั้งความกดอากาศที่เปลี่ยนทิศทาง ลมมรสุมในมหาสมุทรแปซิฟิกที่คึกคักผิดปกติ และแนวโน้มสภาพอากาศสุดขั้วที่จะทวีความรุนแรงสูงสุดในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้