โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชป. ซัดรัฐบาลบริหารวิกฤตน้ำมันล้มเหลว หลังราคาต้นทุนลด แต่ราคาขายปลีกเพิ่ม

Khaosod

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘ประชาธิปัตย์’ ซัดรัฐบาลบริหารวิกฤตน้ำมันแพงล้มเหลว ชี้ต้นทุนน้ำมันลดแต่ราคาขายปลีกเพิ่ม เผยกองทุนน้ำมันวิกฤตหนัก หนี้สะสมเกือบแสนล้าน กระทบราคาปลีกทั่วประเทศ

วันที่ 25 ก.ย.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ และที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศ โดยระบุว่าขณะนี้โครงสร้างราคาน้ำมันไทยกำลังแสดงสัญญาณ “ผิดปกติอย่างชัดเจน” หลังพบว่าราคาต้นทุนลดลง แต่ราคาขายปลีกกลับปรับเพิ่มขึ้น

นายตรีรัตน์ เปิดเผยข้อมูลราคาน้ำมันล่าสุดว่า เมื่อวานนี้ 24 ก.ย.ราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 อยู่ที่ 37.49 บาทต่อลิตร แต่ราคาขายปลีกกลับอยู่ที่ 41.44 บาทต่อลิตร ขณะที่เมื่อวันที่ 21 กันยายน ราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 39.33 บาทต่อลิตร แต่ราคาขายปลีกอยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร ซึ่งหมายความว่า แม้ต้นทุนลดลงเกือบ 2 บาทต่อลิตร แต่ราคาปลีกกลับเพิ่มขึ้นเกือบ 1 บาทต่อลิตร

“นี่คือความผิดปกติที่ต้องมีคำอธิบาย เพราะราคาต้นทุนวันนี้ถูกกว่า 4 วันก่อน แต่ราคาที่ประชาชนต้องจ่ายวันนี้กลับแพงกว่า ทั้งที่ควรจะถูกลงตามกลไกตลาด” นายตรีรัตน์กล่าว

พรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกตว่า ความไม่สอดคล้องดังกล่าวเกิดจากการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ล้มเหลว โดยเฉพาะการปรับลดหรือเพิ่มการชดเชยในแต่ละวัน ซึ่งเมื่อราคาน้ำมันโลกปรับลดลง กองทุนกลับลดการชดเชยเพื่อชำระหนี้ ทำให้ราคาขายปลีกไม่ลดลงตาม แต่เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับขึ้น กลับเพิ่มราคาขายปลีกทันที ส่งผลให้ประชาชนมีแต่เจ๊า หรือเจ๊ง และไม่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างแท้จริง

นายตรีรัตน์กล่าวว่า หลักการบริหารกองทุนน้ำมันที่ดีควรทำให้ราคาน้ำมัน “ผันผวนให้น้อยที่สุด” สำหรับประชาชน โดยเมื่อราคาหน้าโรงกลั่นลดลง ราคาขายปลีกควรลดลงตาม และกันเงินบางส่วนเข้ากองทุนเพื่อสำรองไว้ และเมื่อราคาหน้าโรงกลั่นปรับขึ้น กองทุนก็ควรช่วยตรึงราคาให้ได้มากที่สุด เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของการมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

นายตรีรัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานะหนี้สะสมของกองทุนน้ำมันที่ใกล้แตะระดับ เกือบแสนล้านบาท เป็นสัญญาณความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ เนื่องจากตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 กองทุนไม่สามารถล้มละลายได้ รัฐจึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการต่าง ๆ เช่น การอัดฉีดงบประมาณ การกู้เงินเพิ่ม การปรับโครงสร้างการจัดเก็บเงินเข้ากองทุน หรือการลดการชดเชย ซึ่งล้วนเป็นภาระที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาว สะท้อนวัฏจักรเดิมที่ไม่เคยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริง

นอกจากนี้เมื่อวานนี้ 24 ก.ย.ยังเป็นวันครบกำหนดการยกเลิกการอุดหนุนน้ำมันชีวภาพจากกองทุนน้ำมันตามมาตรา 55 ของ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 แต่รัฐบาลยังชดเชยนํ้ามันชีวภาพผ่านกองทุนนํ้ามัน ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำที่ผิดกฎหมาย

พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า การสนับสนุนเกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบชีวภาพ ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำของน้ำมันชีวภาพ เป็นเรื่องสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ แต่ไม่ควรผลักภาระทั้งหมดให้กองทุนน้ำมัน และไม่ควรกลายเป็นภาระต่อประชาชนผู้ใช้น้ำมันหน้าปั๊ม

พรรคฯ เสนอว่ารัฐบาลควรมีมาตรการสนับสนุนเกษตรกรโดยตรง และควรพิจารณาใช้เงินจากพระราชกำหนดเงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานในการสนับสนุนการผลิตพลังงานชีวภาพในประเทศ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปชป. ซัดรัฐบาลบริหารวิกฤตน้ำมันล้มเหลว หลังราคาต้นทุนลด แต่ราคาขายปลีกเพิ่ม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...