โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คพ.กางแผนที่เสี่ยง 4 จุดน้ำเปื้อนพิษ ปราจีนฯ โฟกัส ‘อะลูมิเนียม’ ปนเปื้อนสูง เร่งยืนยันต้นตอปัญหา

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

หลังน้ำท่วม จ.ปราจีนบุรี พบ คราบสีรุ้ง โผล่นาข้าว ปลาตาย ชาวบ้านมีอาการผื่นคัน 116 คน จับตาเข้ม ‘อะลูมิเนียม’ พบค่าสูงสุด 3.547 มิลลิกรัมต่อลิตร เร่งเก็บตะกอนดิน สืบต้นตอแหล่งกำเนิด เผยเบื้องต้นเกิดจากโรงงานรีไซเคิล ขณะที่ กรมควบคุมโรค สั่ง รพ.ในพื้นที่ ติดตามอาการกลุ่มเสี่ยงต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี

จากกรณีพบคราบน้ำสีรุ้งปนเปื้อนลงในแหล่งน้ำจากน้ำท่วม จ.ปราจีนบุรี รวมทั้งยังพบปลาตายในพื้นที่ 3 ตำบลคือท่าตูม, บ้านทาม และหาดนางแก้ว อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี จนหลายหน่วยงานต้องตรวจสอบสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง

ล่าสุดวันนี้ (28 ต.ค. 2569) สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดภาพแผนที่เสี่ยงปัญหาน้ำปนเปื้อนมลพิษในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ์ และ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังในช่วงน้ำท่วมตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน-กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบรายงานปัญหาน้ำเสีย และมลพิษหลายจุด โดย คพ.ส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบปัญหา และเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจหาสารมลพิษแล้ว เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เอาผิดผู้ประกอบการโรงงานที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ

สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)

จากการตรวจสอบจุดแรก ช่วงต้นเดือนตุลาคม ที่พบคราบน้ำสีรุ้ง ปนกับน้ำท่วม ใน ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นทางที่มีรายงานการพบคราบน้ำมันสีรุ้ง ในรัศมี 5 กม. และมีประชาชนมีปัญหาคันตัว และพบคราบน้ำมันในนาข้าวในรัศมี 1-3 กม.ล่าสุด

จุดนี้รู้ต้นตอแหล่งกำเนิดชัด และพบค่า ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน (TPH) 114,860 มิลลิกรัมต่อลิตร มีการเก็บน้ำในโรงงานร่วมกับทางกระทรวงอุตสาหกรรม อยู่ระหว่างการเก็บคราบน้ำมันที่ปนเปื้อนออกมา ร่วมสถาบันปิโตรเลียม เพื่อหา Footprint ว่าตรงกันหรือไม่ และจะเชื่อมโยง

ส่วนจุดที่ 2 น้ำสีดำ บริเวณสะพานต้นน้ำปราจีน แถวประตูระบายน้ำเพชรเอิม อ.กบินทร์บุรี ประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน ซึ่งมีค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) 2.77 มิลลิกรัมต่อลิตร และค่าอะลูมิเนียม 0.874 มิลลิกรัมต่อลิตร

สำหรับจุดที่ 3 บริเวณกระชังปลา หมู่ 2 ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ ซึ่งพบค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) 2.50 มิลลิกรัมต่อลิตร และพบอะลูมิเนียมในน้ำ 0.559 มิลลิกรัมต่อลิตร

ส่วนจุดที่ 4 บริเวณสะพานปากน้ำบ้านหนองหอย อ.กบินทร์บุรี โดยการตรวจพบว่ามีอะลูมีเนียมในน้ำ ค่าที่พบสูงสุด 3.547 มิลลิกรัมต่อลิตร และคาดว่าน่าเป็นจุดต้นกำเนิดของมลพิษ

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ย้ำถึงค่าอะลูมิเนียม ยอมรับว่ายังไม่ได้กำหนดในค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำของไทย แต่ได้เทียบกับข้อกำหนดและเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ออกโดย สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (USEPA) ค่ามาตรฐานอะลูมีเนียมในน้ำอุปโภคบริโภค คือ 0.75 มิลลิกรัมต่อลิตรขณะที่มาตรฐานน้ำดื่มขวดคือ 0.2 มิลลิกรัมต่อลิตร

“ใน 3 จุดที่พบอะลูมีเนียม โดยเฉพาะรอยต่อจุดเชื่อมระหว่างสระแก้วกับปราจีนบุรี แถวกบินทร์บุรี เร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บตะกอนดินตรวจสอบ เพื่อหาแหล่งกำเนิดมลพิษอีกครั้ง หากถามว่าปัจจัยหลักมาจากไหน เบื้องต้นคาดว่ามาจากโรงงานอุตสาหกรรมประเภทรีไซเคิลที่ต้องใช้สารละลาย ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการสืบหาต้นกำเนิดมลพิษให้รอบด้านที่สุด“

สุรินทร์ วรกิจธำรง

ติดตามอาการกลุ่มเสี่ยงอย่างน้อย 2 ปี

ก่อนหน้านี้ นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า จากปัญหาน้ำซึมจากบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม จ.ปราจีนบุรี ทางโรงพยาบาลศรีมโหสถ, โรงพยาบาลศรีมหาโพธิ และโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จะมีติดตามสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี

โดยมีการคัดกรองสุขภาพ ประเมินความเสี่ยงเชิงรุกประชาชนในรัศมี 2 -7 กม.จากแหล่งที่สงสัยปนเปื้อน รวมทั้งเก็บตัวอย่างปัสสาวะ และเลือด เพื่อตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนในร่างกาย โดยผู้ได้รับการคัดกรองสุขภาพ 613 คน ไม่มีอาการ 497 คน ผู้มีอาการ 116 คนโดยส่วนใหญ่มีอาการทางผิวหนังเช่น ผื่นคัน ผื่นแดง ตุ่มน้ำใส ซึ่งอาจเกิดจากการสัมผัสน้ำต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

เปิดผลตรวจแม่น้ำปราจีนฯ 5 จุด พบค่า pH เป็นกลางถึงด่างอ่อนๆ เร่งหาสาเหตุปลาตาย

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิกฤตน้ำกก-น้ำสาย มช. พบสารพิษปนเปื้อน ดันเซลล์ตับ-ไทรอยด์ผิดปกติ

5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...