หุ้นไทย ปิดลบ 4.10 จุด แรงขายหุ้นน้ำมัน-อิเล็กฯ แม้โรงไฟฟ้า-ค้าปลีก-ไฟแนนซ์ช่วยพยุง
หุ้นไทย ปิดวันนี้ 5 พ.ย. ที่ระดับ 1,497.99 จุด ลดลง 4.10 จุด (4.10%) มูลค่าซื้อขาย 86,950 ล้านบาท รับแรงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานที่อิงราคาน้ำมันกดดัน ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ย่อตัว แต่มีการเวียนกลุ่มไปที่หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ค้าปลีก และไฟแนนซ์ ที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมัน และ Bond Yield ลดลง
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 5 พฤศจิกายน ปิดที่ระดับ 1,497.99 จุด ลดลง 4.10 จุด (4.10%) มูลค่าการซื้อขาย 86,950.24 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 39.27 ล้านบาท กองทุนซื้อสุทธิ 1,027.45 ล้านบาท
วันนี้มีการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) 21 หลักทรัพย์ 26 รายการ พบ KCE มีมูลค่าสูงสุด 53.60 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 67.00 บาท
นายชาญชัย พันทาธนากิจ, IAA ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลง โดยที่มีแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่อิงกับราคาน้ำมัน จากแรงกดดันตามราคาน้ำมันที่ย่อตัวลง แต่ก็มีการเวียนกลุ่มไปที่หุ้นในกลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้า ค้าปลีก และไฟแนนซ์ ที่ได้รับอานิสงส์บวกจากราคาน้ำมันลดลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ลดลง
ขณะเดียวกันยังมีแรงกดดันจากหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ที่ถูกแรงขาย ตาม Sentiment ของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่กังวลเกี่ยวกับการควบคุมการลงทุนดาต้า เซ็นเตอร์ หลังพรรคเดโมแครตสามารถคุมได้ทั้ง 2 สภา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยพรุ่งนี้ (6 พ.ย. 2569) คาดว่าแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยให้แนวต้าน 1,500 จุด แนวรับ 1,480 จุด
5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด
- GULF มูลค่าการซื้อขาย 5,286.42 ล้านบาท ปิดที่ 62.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
- PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 5,280.69 ล้านบาท ปิดที่ 142.00 บาท ลดลง 8.00 บาท
- CPALL มูลค่าการซื้อขาย 5,176.87 ล้านบาท ปิดที่ 46.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท
- DELTA มูลค่าการซื้อขาย 4,323.06 ล้านบาท ปิดที่ 187.00 บาททลดลง 8.00 บาท
- PTT มูลค่าการซื้อขาย 4,112.91 ล้านบาท ปิดที่ 39.00 บาท ลดลง 1.00 บาท