โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เด็กโง่ของจอมมาร

นิยาย Dek-D

อัพเดต 21 พ.ค. 2567 เวลา 17.31 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2567 เวลา 17.31 น. • มุกพราวฝัน
สมรสพระราชทานระหว่างอ๋องมารกับบุตรีด้อยปัญญาของขุนนางเล็กๆ ที่ใครๆ ก็เรียกนางโง่ ยามตกต่ำในช่วงสุดท้ายของชีวิตคนที่อยู่เคียงข้างเขาก็คือนางโง่ผู้นี้ หากย้อนเวลากลับไปได้เขาจะรักนางตราบชั่วฟ้าดินสลาย

ข้อมูลเบื้องต้น

จอมมารรุ่ยอ๋อง แม่ทัพใหญ่ผู้โหดเหี้ยมอำมหิต ชนะสงครามมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ซ้ำยังเป็นจอมเสเพลมีทั้งชายารองและอนุมากมาย

เพียงครั้งเดียวที่พลาดท่าพ่ายสงครามได้รับบาดเจ็บจนตาบอด ทำให้ถูกปลดจากตำแหน่งรัชทายาท ซ้ำเสด็จพ่อยังมอบสมรสพระราชทานให้เสกสมรสกับเด็กสาวโง่เขลาเบาปัญญา ที่ขึ้นชื่อว่าโง่ที่สุดในเมืองหลวง

สุดท้ายเขาถูกยัดข้อหากบฏ ถูกไล่ล่าจนตกหน้าผา สตรีคนสุดท้ายที่อยู่เคียงข้างเขา มอบชีวิตให้เขาคือสตรีโง่ ชายาเอกของเขา

“ไป๋ลู่…ข้าขอโทษ ข้าเสียใจ ข้าจะไม่ผิดต่อเจ้า หากย้อนเวลากลับไปได้ข้าจะรักเจ้าเพียงผู้เดียว จะตอบแทนความรักที่เจ้ามีให้ข้าตลอดชีวิต ไม่มีเหลือเผื่อใคร”

โลกทั้งโลกค่อยๆ มืดลง

สิ่งสุดท้ายในจิตสำนึกของรุ่ยอ๋องก็คือ…

เขาอยากย้อนเวลากลับไปชดเชยให้พระชายาตัวน้อยของเขาสักครั้ง

เด็กโง่ของจอมมาร

มีการติดเหรียญล่วงหน้านะคะ

ลงให้อ่านจนจบค่ะ ตอนพิเศษจะลงหลังจากออกอีบุ๊กแล้ว 1-2 เดือนนะคะ

มีการติดเหรียญล่วงหน้านะคะ ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่เอ็นดูคนเขียน

ตอนพิเศษจะลงหลังจากออกอีบุ๊กแล้ว 1-2 เดือนนะคะ

ฝากให้กำลังใจบ้างน้า ฮึบๆๆๆ สู้ๆๆๆ

ผลงานที่ผ่านมา ไปอุดหนุนกันได้นะคะ

บทที่ 1 พระชายาตัวน้อย

บทที่ 1 พระชายาตัวน้อย

แปะ…แปะ…แปะ…

กลิ่นสนิม…ของเหลวเหนียวเหนอะหนะกระทบริมฝีปาก

ปากบางแตกระแหงค่อยๆ แย้มออก ดื่มกินหยดน้ำที่ไหลย้อยไปถึงคางอย่างตะกละตะกลามทั้งที่ยังไม่รู้สติ ด้วยขาดน้ำและอาหารมาเป็นเวลากว่าสามวันแล้ว

เขาไม่สนใจกลิ่นคาวรู้เพียงน้ำสามารถช่วยดับความหิวกระหายอันไร้ที่สิ้นสุด เพียงไม่นานน้ำกลิ่นสนิมกลายเป็นน้ำอมฤตหวานหอม สามารถดื่มกินได้อย่างไม่สิ้นสุด

กาลเวลาผันผ่านไปเนิ่นนานเท่าไรไม่อาจหยั่งรู้ สติสัมปชัญญะของรุ่ยอ๋องค่อยๆ กลับคืนมา

"ท่านอ๋อง…ท่านดื่มต่อเถอะ" เสียงแผ่วระโหยดังขึ้นพร้อมกับหยดน้ำที่ไหลถี่ขึ้นกว่าเดิม

รุ่ยอ๋องค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น ภาพแรกที่เขาเห็นคือ ใบหน้าซีดเผือดไม่เหลือสีสันใดๆ เลย ริมฝีปากเขียวคล้ำ ดวงตาขาดประกาย ทั้งหมดคือสัญญาณของตะเกียงใกล้หมดน้ำมันเต็มทน

ความทรงจำก่อนหน้านี้ไหลบ่าเข้ามาอีกครั้ง

รุ่ยอ๋องและชายาเอกไป๋ลู่ถูกทหารหลวงไล่ล่า เขารู้แน่ว่าหากถูกจับตัวจะไม่เหลือแม้กระทั่งลมหายใจ ทั้งสองหนีมาจนมุมบนหน้าผาสูงแล้วกระโดดลงมา

รุ่ยอ๋องใช้กระบี่ปักกับหน้าผาช่วยลดความเร็ว ทว่าแขนข้างที่ได้รับบาดเจ็บทำไป๋ลู่หลุดมือ หลังของนางกระแทกกับหินตรงชะง่อนผา ท่อนล่างเป็นอัมพาตไปแล้ว คาดว่ามีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน

พวกเขาติดอยู่ที่นี่มาสามวันแล้ว ปีนขึ้นไม่ได้ ลงก็ไม่ได้ นางจึงยอมเสียสละตัวเอง เผื่อท่านอ๋องรอดไปได้ อาจทำป้ายวิญญาณให้นาง จุดธูปไหว้สักนิดสักหน่อย จะได้ไม่ต้องไปเป็นผีไร้ญาติในปรโลก

“ไป๋ลู่! เจ้า…เจ้าทำอย่างนี้ทำไม”

“…” แม้แต่พูดนางก็ไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้ว

ไป๋ลู่เด็กสาวอ่อนแอ เป็นเพียงสตรีในห้องหอบอบบางดุจกระเบื้องเคลือบ ทว่าการกระทำกลับตรงกันข้าม นางกล้าเชือดข้อมือตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อใช้เลือดหล่อเลี้ยงเขาจนฟื้นขึ้นมา

ชายาเอกผู้ไม่เคยอยู่ในสายตาเขาสักนิด นางอยู่ในจวนอ๋องอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ทำเหมือนไม่มีตัวตนอยู่ในจวนด้วยซ้ำ ครั้นถึงเวลายากลำบากนางกลับเป็นคนแรกที่โดดเข้ามาปกป้องเขาราวกับแม่ไก่ตัวน้อย

ส่วนคนที่เหลือไม่มีใครดีเลยสักคน เหตุใดชีวิตเขาต้องพบแต่คนทรยศหักหลัง เขาทุ่มเทให้คนเหล่านั้นไปมากเท่าไหร่ ทุกคนเห็นแก่ผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว และยอมหักหลังเขาอย่างง่ายดาย

ส่วนสาวน้อยผู้นี้…

รุ่ยอ๋องถูกแทงจากด้านหลัง ปากแผลมีเลือดไหลซึมไม่ยอมหยุด มันเริ่มอักเสบบวมเบ่ง ไข้ขึ้นสูงกอรปกับบาดแผลส่วนอื่นยิ่งทำให้ร่างกายทรุดโทรมมากขึ้นทุกขณะ เลือดของนางเปรียบดั่งน้ำมันหยดสุดท้ายในตะเกียงก่อนสิ้นแสง

ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะตายไปโดยไม่รู้ว่าตัวเองตายอย่างไรด้วยซ้ำ

“ข้าขอสาบาน ชาติหน้าและชาติต่อไป ข้าจะรักและดูแลเจ้าเพียงผู้เดียว ไม่มีทางให้เจ้าต้องน้อยเนื้อต่ำใจ หรือถูกผู้อื่นดูแคลนเหมือนในชาตินี้ ข้าขอโทษที่ดูแลเจ้าไม่ดี”

“…” ไป๋ลู่

รู้ตัวก็ดีแล้ว อ๋องชั่วช้าสามานย์ ขนาดผีเห็นผียังร้องไห้ อ๋องจอมมารผู้นี้ไม่มีอะไรดี เกกมะเหรกเกเรข่มเหงผู้อื่นไปวันๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเสียดวงตาไปข้างหนึ่งเขายิ่งเป็นเหมือนหมาบ้ากัดคนไม่เลือกหน้า

ทางที่ดีไม่ว่าชาติหน้าหรือชาติไหนจะได้พบเจอคนผู้นี้อีกเลย

สาธุ!!!

หญิงสาวง่วงนอนมาก รู้สึกตัวหนักไม่สามารถขยับแขนขาได้ อุณหภูมิร่างกายเย็นเยียบไปถึงกระดูก เปลือกตาทั้งสองข้างหนักอึ้งค่อยๆ ปิดลง

นางอมยิ้มนิดๆ จะได้จากโลกบัดซบใบนี้ไปสักที

ลาก่อน

รุ่ยอ๋องมองร่างซีดเผือดที่ค่อยๆ เย็นลง แสงอาทิตย์อัสดงสาดเข้ามาจนแสบตา อาบร่างขาวซีดเป็นสีส้มแดง เขาดึงร่างนางมากอด ร่างอ่อนนุ่มกำลังแข็งตัวอย่างช้าๆ

ผ่านไปหนึ่งวัน…

สองวัน…

ย่างเข้าวันที่สามรุ่นอ๋องแทบไม่หลงเหลือจิตวิญญาณ กระนั้นในอ้อมแขนยังกอดศพที่เริ่มเน่าเปื่อยไว้ในอ้อมแขน เขาไม่ได้กลิ่นอะไรแล้ว ส่วนของเหลวต่างๆ ที่ซึมออกมาจากศพในอ้อมกอดหยดใส่เสื้อผ้าของเขาเลอะแขนขาและลำตัว เขาไม่นึกรังเกียจแม้แต่น้อย

“ไป๋ลู่…ข้าขอโทษ ข้าเสียใจ ข้าจะไม่ผิดต่อเจ้า หากย้อนเวลากลับไปได้ข้าจะรักเจ้าเพียงผู้เดียว จะตอบแทนความรักที่เจ้ามีให้ข้าตลอดชีวิต ไม่มีเหลือเผื่อใคร”

โลกทั้งโลกค่อยๆ มืดลง

สิ่งสุดท้ายในจิตสำนึกของรุ่ยอ๋องก็คือ…

เขาอยากย้อนเวลากลับไปชดเชยให้พระชายาตัวน้อยของเขาสักครั้ง

ฝากนิยายเรื่องที่ผ่านมาด้วยค่า

E-book อ่านได้ทุกที่ อ่านยันลูกบวช อ่านจนวันสิ้นโลก ????????????
https://shorturl.asia/m5pEu

บทที่ 2 คุณหนูรองไป๋ผู้น่าสงสาร

เธอทะลุมิติเข้าไปในนิยายรับบทนางร้ายที่จบไม่สวย

แล้วดันมีพี่ชายเป็นลาสบอสที่ต้องตายอย่างน่าอนาถ เฮ้! ขอเปลี่ยนตอนจบได้ไหมเนี่ย
https://shorturl.asia/GNVdy

บทที่ 2 คุณหนูรองไป๋ผู้น่าสงสาร

“คุณหนูรองไม่เคารพฮูหยิน ฮูหยินสั่งตัดเบี้ยเลี้ยงเดือนนี้นะเจ้าคะ”

“อ้อ ตัดเบี้ยเลี้ยง… ตัดเบี้ยเลี้ยงย่อมได้ แต่ข้าต้องได้สินเดิมของท่านแม่มาดูแลเอง เจ้าไปบอกจางซื่อตามที่ข้าพูดทุกคำอย่าให้ขาดตกไปแม้แต่คำเดียว”

ดวงหน้าเล็กๆ น่ารักแก้มยุ้ยเป็นพวง ดวงตากลมโตใสซื่อหลุบลงครึ่งหนึ่ง ร่างสาวน้อยกลับแผ่ความเด็ดขาดออกมาไม่คล้ายเด็กสาวด้อยปัญญาอย่างที่ทุกคนคุ้นเคย

“เจ้า! เจ้า! เจ้ามันอกตัญญู นายหญิงช่วยดูแลสินเดิมให้เจ้า แต่เจ้ากลับอกตัญญูไม่รู้จักบุญคุณ”

“ให้ผู้อื่น ‘ช่วย’ ดูแลสินเดิมแต่ข้าผู้เป็นเจ้าของสินเดิมไม่มีจะกิน พวกเจ้านายบ่าวเล่นงิ้วให้ใครดู มองตั้งแต่หัวจดเท้าข้าเห็นแต่ความละโมบของพวกเจ้า ความหวังดีขี้หมาเช่นนี้พวกเจ้าเก็บกลับไปเถอะ”

“เจ้า! เจ้า!” แม่นมฟู่ติดอ่างอีกรอบ ดวงตาฉายความตกตะลึงคล้ายไม่อยากเชื่อสายตา

ไหนว่าคุณหนูรองสติไม่ดี ปัญญาอ่อน ซ้ำยังขี้ขลาดไม่กล้าแม้กระทั่งจะสบตากับผู้อื่น

แล้วนางหนูที่ยืนเถียงฉอดๆๆๆ นี่ปัญญาอ่อนตรงไหน

“เป็นทาสแต่กำเริบเสิบสาน วาจาก้าวร้าวไม่เคารพผู้เป็นนาย จูจูตบปาก!”

“เจ้าค่ะคุณหนู” จูจูสาวใช้คู่กายรับคำน้ำเสียงกระดี๊กระด๊า

เรือนคุณหนูรองถูกแม่นมฟู่ข่มเหงมาเนิ่นนานแล้ว วันนี้ไม่รู้คุณหนูรองกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนถึงขนาดกล้าต่อปากต่อคำกับแม่นมฟู่คนสนิทของฮูหยิน

จูจูผู้ถนัดใช้กำลังไม่ใช้สมองเหมือนผู้เป็นนายพุ่งตัวเข้าใส่แม่นมฟู่ สาวใช้รูปร่างอวบอ้วนพละกำลังมหาศาลจิกผมที่ประดับด้วยเครื่องหัวมีราคาประหนึ่งเจ้านายสกุลเล็กๆ ก็ไม่ปาน มือหยาบกร้านตบบนใบหน้าเหี่ยวย่นนับครั้งไม่ถ้วน คล้ายจะล้างแค้นเอาคืนย้อนหลังที่ถูกกระทำมาตลอดหลายปี

แม่นมหุ่นผอมแห้งเลือดกบปาก ใบหน้าบวมเป็นหัวหมู พ่นฟันออกมาสองซี่ ก่อนที่จูจูจะปล่อยมือให้ร่างผักเหี่ยวๆ ลงไปนั่งกองกับพื้น

แม่นมสูงวัยไม่เคยได้รับความอัปยศอดสูอย่างนี้มาก่อน นางเป็นคนสนิทของฮูหยินที่แต่งเข้ามาหลังฮูหยินคนแรกตายจากไป ทั่วทั้งจวนแม้แต่คุณหนูใหญ่บุตรสาวแท้ๆ ของฮูหยินยังต้องให้หน้านางสามส่วน

แล้วนางเด็กน่าตายนี่เป็นใคร บังอาจสั่งสาวใช้มาตบหน้านาง

“ข้า…ข้าจะฟ้องฮูหยินให้ลงโทษพวกเจ้าทั้งหมดทุกคนในเรือน” กล่าวจบก็ลากสังขารสะบักสะบอมไม่ต่างกับสุนัขวิ่งหางจุกตูดออกไปจากเรือน

มือตบรูปร่างอวบอั๋นหันไปถามเจ้านายน้อยด้วยสีหน้ากังวล “คุณหนูจะไม่เป็นไรแน่หรือเจ้าค่ะ” เมื่อลงมือไปแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพวกนางไร้คนหนุนหลัง ทั้งจวนสกุลไป๋จางเหมยเป็นผู้มีอำนาจที่สุดในเรือนหลัง

ดวงหน้าที่ประกอบไปด้วยแก้มกลมเด่นหรา ดวงตาดอกท้อหวานหยาดเยิ้ม จมูกโด่งรั้นและริมฝีปากอิ่มเชิดสูง อีกนิดจมูกโด่งก็จะทิ่มฟ้าอยู่แล้ว

“ฮึ บุตรสาวภรรยาเอกถูกทาสคนหนึ่งรังแกมีที่ไหนกัน แม้แต่ตัวเองยังปกป้องไม่ได้ ข้าจะปกป้องพวกเจ้าได้อย่างไร”

“แต่ชื่อเสียงของคุณหนูจะเสียหาย”

“ถ้าอย่างนั้นเราออกไปกอบกู้ชื่อเสียงของข้ากันเถอะ” ไป๋ลู่กำหมัดชูแขนข้างหนึ่งขึ้นฟ้า ทำหน้าตาเด็กซนเต็มขั้น

“…” จูจูมันง่ายอย่างนั้นเสียที่ไหนกันเล่า!

รถม้าเก่าๆ วิ่งมาจอดไม่ไกลจากจวนสกุลหลิวมากนัก สกุลหลิวเป็นตระกูลขุนนางรับราชการมาหลายอายุคน ท่านตารับตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ของสถานศึกษาหลวง เป็นที่นับหน้าถือตาของคนทั่วไป ส่วนลูกหลานส่วนมากทำงานอยู่กรมพิธีการและกรมโยธา การที่บิดาของนางได้ผูกสัมพันธ์กับมารดาจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

เนื่องจากจางซื่อไม่อนุญาตให้ไป๋ลู่นำรถม้าออกมานอกจวนอย่างแน่นอน นางกับสาวใช้คู่ใจจึงออกมาจากจวนผ่านทางหมาลอด แล้วเรียกรถม้ารับจ้างมาส่งแถวจวนสกุลหลิว

ไป๋ลู่เลือกชุดที่เก่าที่สุดก้นหีบเสื้อผ้า สีซีดจางและเล็กกว่าตัวนาง ชายแขนเสื้อสั้นซ้ำยังขาดรุ่ยนิดๆ เห็นข้อมือเล็กขาวและชายกระโปรงเต่อเหนือข้อเท้าขึ้นมา เครื่องประดับผมมีเพียงปิ่นเงินเรียบง่ายเห็นก็รู้ว่าราคาถูกแสนถูก

ย่านนี้เป็นย่านที่พักของขุนนางระดับกลางค่อนไปถึงสูง ช่วงเช้าเป็นช่วงสัญจรไปมาทั้งข้ารับใช้ที่ออกไปจับจ่ายใช้สอย บรรดาขุนนางเร่งรีบไปประชุมเช้าให้ทัน ถึงอย่างนั้นร่างเล็กบอบบาง รูปโฉมสะดุดตาของไป๋ลู่กลับดึงดูดสายตาไม่น้อย

ก่อนหน้านี้นางเป็นที่กล่าวขานเพราะรุ่ยอ๋องอยู่แล้ว บางคนที่อยู่ในเหตุการณ์ยังจดจำใบหน้างดงามน่ารักของนางได้ติดตา เมื่อเห็นนางเดินกะปลกกะเปลี้ยอยู่แถวนี้จึงพากันลอบมองแล้วซุบซิบอย่างอดไม่ได้

“ว่าที่ชายาเอกรุ่ยอ๋องนี่ สงสัยมาเยี่ยมญาติฝ่ายมารดา”

“มาเยี่ยมที่ไหน แต่งตัวเหมือนมาขอใบบุญ นางก็ไม่ใช่พวกตะเกียงไร้น้ำมันสักหน่อย เหตุใดแต่งตัวซอมซ่อแบบนี้เล่า สาวใช้ข้างกายข้ายังเหมือนคุณหนูลูกขุนนางมากกว่านางเสียอีก”

“จุ๊ๆๆ อย่าเอ็ดไป มารดาแท้ๆ ของนางเสียไปนานแล้ว ฮูหยินไป๋ในตอนนี้เป็นแม่เลี้ยง หึ! ดูแลลูกคนอื่นดีก็แปลกละ”

ไป๋ลู่มีใบหน้าชวนมองอยู่แล้ว เวลานี้ทำสีหน้าน่าสงสารคนเห็นผ่านไปผ่านมายิ่งอดเวทนาไม่ได้

ตุ้บ!

ร่างเล็กบอบบางจู่ๆ ก็ล้มลงกับพื้น สาวใช้ตัวอวบอ้วนที่เดินตามอยู่ด้านหลังรีบเข้าไปประคอง

“คุณหนูเดินไหวไหมเจ้าคะ ตั้งแต่เช้าท่านยังไม่ได้กินอะไรเลย ให้บ่าวช่วยแบกท่านเดินไปเถิดเจ้าค่ะ”

เด็กสาวแสดงอาการอ่อนระโหยโรยแรง ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากกิริยาแช่มช้อยแล้วลุกขึ้นยืนช้าๆ

“ไม่เป็นไร อีกนิดเดียวก็ถึงจวนท่านตาแล้ว” ไป๋ลู่เกาะแขนสาวใช้เดินเลียบกำแพงจวนสกุลหลิวต่อไปด้วยสีหน้ามุ่ง ชวนให้รู้สึกเอ็นดูทั้งสงสารในเวลาเดียวกัน

ทุกการกระทำอยู่ในสายตานักสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านทั้งหมด กว่าทั้งคู่จะเดินถึงหน้าจวนสกุลหลิว ข่าวลือเกี่ยวกับคุณหนูรองไป๋ผู้น่าสงสารก็แพร่สะพัดไปทั่วแล้ว

แพลนอีบุ๊กออกไม่เกินสิ้นเดือนนี้ค่ะ (ไม่มีจากิงแน้วค่า)

ฝากอุดหนุนไรท์ด้วยน้า

ถ้าไม่มีอะไรอ่าน อ่านอีบุ๊กเรื่องอื่นของไรท์ไปพลางๆ ก่อนฮับ

ช่วงเทศกาลหนังสืออีบุ๊ก นิยายกำลังลดราคา 168 บาทเท่านั้น หนึ่งแสนกว่าคำเลยเด้อ คุ้มฝุดๆ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTc1ODI4NCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE4MjE5NCI7fQ

บทที่ 3 ญาติฝ่ายมารดา 1/2

บทที่ 3 ญาติฝ่ายมารดา 1/2

ดวงตาของฮูหยินหลิวซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าสะใภ้ของไป๋ลู่กำลังจับจ้องพัดรูปผีเสื้อหรูหรางดงามทว่าก็ดูเปราะบางสูงค่า พัดปักลวดลายดอกหมู่ตาน [1]

อีกด้านเป็นลายผีเสื้อในดงดอกไม้ มีผีเสื้อทองตีเนื้อทองบางเฉียบตัวหนึ่ง และดอกไม้ทำจากทองและมุกแซมดิ้นเงิน เป็นการประสานการปักลายผ้าและการทำเครื่องประดับ ด้ามทำจากหยกขาวมันแพะดูสูงค่าควรเมือง หากตีค่าวัตถุดิบคงมีค่าไม่กี่ตำลึง ทว่าทั้งฝีมือการออกแบบและลวดลายปักล้วนงดงามแปลกตา ที่สำคัญคือการปักผ้าสองด้านไม่เคยปรากฏที่ใดมาก่อน

นางถึงกับสูดหายใจเข้าเพื่อตั้งสติ

“ลู่เอ๋อร์เจ้าเป็นคนทำพัดเล่มนี้เองหรือ” ฮูหยินหลิวถามเสียงเบา ด้วยเกรงว่าหากเสียงดังไปสักนิดอาจสร้างรอยแตกร้าวบนพัดปักลายล้ำค่า

“เจ้าค่ะ…”

“เจ้าเรียนรู้วิธีปักผ้ามาจากผู้ใด” ฮูหยินหลิวถามช้าๆ ชัดๆ หลานสาวคนนี้หัวไม่ค่อยดีมาตั้งแต่เกิด ขี้ตกใจ หากเสียงดังนางอาจวิ่งเตลิดหายไปเลยก็ได้

“ท่านแม่สอน” ไป๋ลู่ตอบสั้นๆ ก้มหน้างุดมองนิ้วที่กำลังสะกิดเบาะรองนั่งเล่น

“น้องสะใภ้หรือ…”

น้องสะใภ้เกิดในตระกูลขุนนาง นับเป็นสาวงามมากความสามารถ นางเสียไปเมื่อตอนลู่เอ๋อร์อายุสิบขวบ นางสามารถสอนเด็กโง่คนนี้ได้หรือ แต่พัดเล่มนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันในความสามารถด้านปักผ้าของหลานสาว

หากนำพัดเล่มนี้ไปถวายคนในวัง ตระกูลหลิวย่อมได้รับความโปรดปราน และมีพื้นที่ในวังสำหรับพวกนางมากขึ้น

น่าแปลกที่ไป๋ลู่ไม่นำพัดไปให้บิดาแทนที่จะนำมาให้ญาติฝ่ายมารดา นั่นหมายความว่าอย่างไร

เด็กคนนี้หัวไม่ดี คิดเพียงง่ายๆ ว่าผู้ใดดีกับนางนางก็ดีตอบ ในจวนตระกูลไป๋ไร้ซึ่งคนดีนางจำต้องถ่อมาหาญาติฝ่ายมารดาให้ช่วยคุ้มครอง

นางไม่รู้จะตอบแทนหลานสาวด้อยปัญญาผู้นี้อย่างไรดี เมื่อพิจารณาเสื้อผ้าและเครื่องประดับของอีกฝ่ายบ่งบอกว่านางไม่ได้รับการดูแลที่ดีนัก

เฮ้อ! มีแม่เลี้ยงก็มีพ่อเลี้ยงตามมา ก่อนหน้าไป๋คุนสัญญาไว้กับพ่อตาเสียดิบดี ว่าจะดูแลหลิวจือจือจนกว่าชีวิตจะหาไม่

แล้วดูตอนนี้สิ…บุตรสาวในสายเลือดเพียงคนเดียวยังถูกละเลยถึงเพียงนี้

“เจ้าไปกับป้า ไปพบท่านยายของเจ้า” เรื่องนี้นางตัดสินใจเองไม่ได้ คงต้องส่งให้ท่านแม่สามีพิจารณาเรื่องนี้

ไป๋ลู่อยู่ในส่วนสกุลหลิวครึ่งค่อนวันจึงนั่งรถม้าของจวนสกุลหลิวออกมามุ่งหน้ากลับบ้าน

ในกระเป๋าไป๋ลู่มีเงินก้นถุงอยู่หนึ่งพันตำลึง ท่านยายบอกว่าอยากให้มากกว่านี้แต่ด้วยนางมักจะถูกหลอกง่าย ไว้ถ้าเงินหมดแล้วก็ค่อยมาเอาใหม่

ไป๋ลู่เข้าใจว่าพัดเล่มนั้นมีค่าแต่ก็ไม่คิดว่าทางสกุลหลิวจะใจกว้างกับเด็กด้อยปัญญาเช่นนาง นางต้องการแค่เงินยังชีพในช่วงลูกผีลูกคนไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

ด้วยความที่นางมีมืออันน่าพิศวงสามารถหยิบจับสิ่งใดก็คล่องแคล่วมากฝีมือ มีนวัตกรรมมากมายถูกสร้างขึ้นด้วยสองมือคู่นี้ นางเคยดูสารคดีโบราณเกี่ยวกับการปักผ้าเลยทดลองปักเล่นเป็นงานอดิเรกใช้ฝึกความสามารถให้มือคู่นี้

อันที่จริงฝีมือในการปักผ้าของนางเรียกว่าพอถูไถเท่านั้น ถ้าเทียบกับฝีมือการสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กองทัพ นางเป็นหนึ่งในนักวิจัยของกองทัพที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น

เป็นหนึ่งในความหวังของกองทัพ แต่น่าเสียดายที่ต้องตายก่อนวัยอันควร เพราะความเก่งกาจของตัวเอง

ต้องบอกก่อนว่านางกับไป๋ลู่คล้ายกันมาก นางมีความบกพร่องทางด้านอารมณ์ทำให้ออกอาการคล้ายเป็นออทิสติกนิดๆ ไม่ชอบคบค้าสมาคมกับใคร บางครั้งไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ จึงอยู่ในการดูแลพิเศษของกองทัพ

ฝ่ายศัตรูส่งนักฆ่าแทรกซึมเข้ามาบังคับให้นางทำตามคำสั่ง นางที่ไม่ยอมทรยศจึงถูกฆ่าอย่างเลือดเย็น

เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับศีรษะปูดบวม พบกับคนแปลกหน้ารายล้อม ยุคโบราณที่แตกต่างกับยุคแห่งเครื่องจักรกลสมองอัจฉริยะอย่างสิ้นเชิง ยังดีที่นางเข้ามาอยู่ในร่างคุณหนูรองสกุลไป๋ผู้บกพร่องทางสติปัญญา ไม่เคยร่ำเรียนใดๆ ไม่ต้องอำพรางตัวตนก็สวมบทเป็นไป๋ลู่ได้อย่างแนบเนียน

ไม่อยากเชื่อว่าบทหญิงสาวผู้โง่เขลายังต้องมาเผชิญชะตาดอกท้อเน่าๆ จากฮ่องเต้

เชิงอรรถ

^ (ดอกโบตั๋น ภาษาจีนเรียกว่า “หมู่ตาน” (牡丹)

นิยายขายดีของไรท์ติดท็อปออฟเดอะเยียร์ปี 2023 ด้วยค่า
https://shorturl.asia/GNVdy

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...