โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รู้จัก! โรค PTSD เมื่อใจเจอเหตุรุนแรงจนรับไม่ไหว

Dek-D.com

อัพเดต 05 ก.พ. 2567 เวลา 10.43 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2567 เวลา 04.50 น. • DEK-D.com
เจอเหตุการณ์รุนแรงที่กระทบจิตใจ อาจเสี่ยงเป็นโรค PTSD

เจอเหตุการณ์รุนแรงที่กระทบจิตใจ อาจเสี่ยงเป็นโรค PTSD

สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D ทุกๆ คน ช่วงนี้พี่ปลิวรู้สึกว่าข่าวตามช่องทางต่างๆ ที่เราดูอยู่กันทุกวัน มีแต่ข่าวที่มันหดหู่และทำให้เรารู้สึกกลัวกันมากขึ้น ซึ่งสำหรับใครที่ติดตามข่าวหรือเคยเจอเหตุการณ์ที่มันรุนแรงจนอาจจะกระทบจิตใจ ต้องรีบมาเช็กด่วน เพราะว่าอาจะมีความเสี่ยงเป็นโรค PTSD!

เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยเจอเหตุการณ์ที่มันรุนแรงจนอาจจะกระทบจิตใจเรา ส่งผลให้เกิดความเครียด ความกลัว และทำให้เกิดบาดแผลทางจิตใจ เช่น การถูกข่มขืนหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ การสูญเสียบุคคลที่รักอย่างกะทันหัน เห็นคนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา ถูกทำร้ายร่างกาย การฆาตรกรรม ครอบครัวใช้ความรุนแรง รถชน การอยู่ในเหตุการณ์ที่รุนแรง กราดยิง ถูกจับเป็นตัวประกัน เกิดสงคราม ระเบิด ไฟไหม้ เรือล่ม หรือประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ น้ำท่วม แผ่นดินไหวไม่ว่าเราจะอยู่ในเหตุการณ์และเห็นเหตุการณ์นั้นโดยตรง หรือเพียงแค่รับรู้เหตุการณ์ ก็อาจส่งผลให้เกิด สภาวะป่วยทางจิตใจ PTSD (Post-traumatic Stress Disorder) หรือภาวะความผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังพบเหตุการณ์ความรุนแรง ซึ่งสามารถส่งผลกระทบถึงการใช้ชีวิตประจำวันได้

สัญญาณเตือนที่บอกว่าเป็นโรค PTSD

ขอบอกก่อนนะคะ ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นโรคนี้ หากบางคนสามารถปรับตัวและฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กลับมาปกติได้เร็วขึ้น ก็ไม่ถึงขั้นที่จะเป็น PTSD แต่ถ้าหากมีอาการที่เริ่มรุนแรงขึ้นเกิน 1 เดือนหลังจากเจอเหตุการณ์ ก็อาจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วโอกาสที่จะเป็นโรคนี้อยู่ที่ประมาณ 20%

สำหรับอาการจะแสดงออกมา 2 ระยะ

  • ระยะแรก เกิดขึ้นภายใน 1 เดือนหลังเหตุการณ์ เรียกว่า Acute Stress Disorder (ASD)
    หรือ โรคเครียดเฉียบพลัน
  • ระยะที่ 2หลังเกิดเหตุการณ์มาแล้ว มากกว่า 1 เดือนขึ้นไป ที่เรียกว่า Post-Traumatic Stress Disorder (PTSD)

ลักษณะอาการที่สามารถสังเกตได้

  • รู้สึกเหมือนเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นซ้ำๆ เช่น ฝันร้าย มีอาการเห็นภาพหลอน ฝันถึงเหตุการณ์นั้นบ่อยๆ จนตกใจกลัว
  • พยายามหลีกเลี่ยงกับเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อจิตใจเช่น ไม่ไปในสถานที่ที่เคยเกิดเหตุการณ์ พยายามไม่พูดถึง หลีกเลี่ยงที่จะคิดและรู้สึกเกี่ยวกับเหตุการณ์
  • อารมณ์หรือการคิดเปลี่ยนแปลงไปในทางลบเช่น รู้สึกห่างเหิน ไม่ยินดียินร้าย ไม่สามารถรู้สึกด้านบวกได้ บางรายมีความคิดบิดเบือนไปจากความเป็นจริง ซึ่งความคิดดังกล่าวจะนำไปสู่การตำหนิตัวเองและคนอื่น ส่งผลให้มีอารมณ์ฝังใจในทางลบ รู้สึกโกรธ อับอาย หวาดกลัวและรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา
  • มีอาการตื่นตัวมากเกินไปเช่น นอนไม่หลับ กลัวหรือตกใจง่ายกว่าปกติ และมักมีอาการหงุดหงิด โกรธง่าย รวมถึงสะดุ้งและผวาง่ายขึ้นเวลาอยู่ในที่ที่มีเสียงดัง ส่งผลให้ขาดสมาธิ หลับยาก หรือชอบสะดุ้งตื่นในขณะที่นอนหลับ

นอกจากนี้ยังอาจเกิดร่วมกับโรคอื่นๆ เช่น โรคซึมเศร้า การติดแอลกอฮอล์ โทษตัวเองว่ามีส่วนทำให้เกิดเหตุร้าย หรือรู้สึกผิดที่หนีเอาตัวรอด วิตกกังวล ย้ำคิดย้ำทำ พึ่งสารเสพติดต่างๆ เพื่อต้องการให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น จนรวมไปถึงการทำร้ายตัวเอง

จะทำอย่างไรเมื่อเป็นโรค PTSD

สามารถรักษาได้ 2 วิธี คือ

  • การรักษาทางจิตวิทยาคือการทำพฤติกรรมบำบัดให้ผู้ป่วยเข้าหาและเผชิญหน้า (exposure therapy) กับความกลัว โดยทำแบบค่อยเป็นค่อยไปและใช้วิธีจิตบำบัด (psychotherapy) เพื่อรักษาสภาพจิตใจให้อยู่ในภาวะคงที่
  • การรักษาด้วยยาจิตแพทย์อาจให้ยาในกลุ่มยาแก้ซึมเศร้า แต่หากผู้ป่วยมีอาการใจสั่น ตกใจง่าย กระวนกระวาย แพทย์จะให้ยารักษาอาการเหล่านี้ร่วมด้วยเช่นกัน

และยังมีการรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น จิตบำบัด หรือ Group therapy การพูดคุย โดยรู้จักกับคนอื่นๆ ที่มีประสบการณ์ หรือ พบเจอกับเหตุการณ์ใกล้เคียง เพื่อแลกเปลี่ยน บำบัดซึ่งกันและกัน

เป็นโรค ≠ เป็นบ้า

  • ทำความเข้าใจการป่วยไม่ได้แปลว่าเราเป็นโรคจิตหรือเป็นบ้า แต่เราแค่กำลังเครียดเกินไปจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้เชื่อว่าอาการจะดีขึ้นเพียงแค่ต้องใช้เวลา
  • อย่าปิดกั้นปรับตัวและกลับไปใช้ชีวิตทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ และครอบครัวตามปกติ
  • ขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างกล้าที่จะเล่า ปรึกษาและเข้ารับการบำบัดรักษาเพื่อให้อาการดีขึ้น
  • ดูแลตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงฝืนกินอาหารให้ได้ และพยายามหาอะไรทำเพื่อที่จะลดความเครียด

เรียกได้ว่าเป็นโรคที่มีความเสี่ยงและควรได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด เพราะฉะนั้น หากน้องๆ ชาว Dek-D คนไหนรู้สึกว่าตัวเองกำลังเจอกับอาการเหล่านี้อยู่หรือพบเห็นคนใกล้ชิด ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาหรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ก็ได้เหมือนกัน อย่าปล่อยให้โรคร้ายเหล่านี้มากระทบกับการใช้ชีวิตกันเลยนะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...