โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“ช่องแคบมาเจลลัน” ทางเดินเรือสุดลับ เปิดทางสเปนบุกเบิกดินแดนเอเชีย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 มี.ค. 2567 เวลา 01.45 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2567 เวลา 01.42 น.
การค้นพบช่องแคบมาเจลลัน, ภาพวาดในศตวรรษที่ 19 ผลงานของ Oswald Walters Brierly (ภาพจาก Wikimedia Commons)

ช่องแคบมาเจลลัน (Strait of Magellan) คือช่องทางเดินเรือที่เชื่อมระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกกับมหาสมุทรแปซิฟิก ณ เกือบใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ ผู้ค้นพบคือ เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน(Ferdinand Magellan) นักสำรวจชาวโปรตุเกส ผู้เดินเรือภายใต้การสนับสนุนของกษัตริย์แห่งสเปน

แน่นอนว่าชื่อของ ช่องแคบมาเจลลัน ตั้งตามชื่อ เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน เพื่อเป็นเกียรติแก่เขาในฐานะผู้บัญชาการกองเรือบุกเบิกเส้นทางนี้เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 16 เป้าหมายคือเพื่อหาเส้นทางเดินเรือเส้นทางใหม่ไปยังหมู่เกาะเครื่องเทศ หรือหมู่เกาะโมลุกกะ (Maluku Islands) ในเอเชีย (ปัจจุบันคือส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย)

ก่อนมาเจลลันจะค้นพบช่องแคบนี้ นักเดินเรือชาวยุโรปไม่มีใครสนใจเส้นทางนี้มาก่อน พวกเขาใช้การแล่นเรือเลาะตามชายฝั่งทวีปแอฟริกา ผ่านแหลมกู๊ดโฮป ก่อนมุ่งตะวันออกสู่มหาสมุทรอินเดียเพื่อมายังหมู่เกาะเครื่องเทศ และทำกำไรมหาศาลจากการนำเครื่องเทศเหล่านั้นกลับไปขายในยุโรปด้วยเส้นทางเดิม

แม้ความเชื่อเรื่องโลกกลมจะแพร่หลายในสมัยนั้นอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยมีใครพิสูจน์ได้ว่า การมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตกก็สามารถไปถึงหมู่เกาะเครื่องเทศได้เช่นกัน นั่นเพราะมีทวีปอเมริกาขวางอยู่ และเป็นมาเจลลันกับลูกเรือของเขาที่พบช่องทางนี้ เป็นผลให้ตัวเขาเองถูกยกย่องว่าเป็นบุคคลแรกที่แล่นเรือข้ามหาสมุทรแปซิฟิกมายังจากชายฝั่งทวีปอเมริกามายังทวีปเอเชีย และได้รับเกียรติว่าเป็นคนแรกที่แล่นเรือรอบโลก

อ่านเพิ่มเติม : การเดินทางรอบโลกครั้งแรกของ “กองเรือมาเจลลัน” เคว้งกลางแปซิฟิก ผู้นำโดนชนพื้นเมืองฆ่า

ช่องแคบมาเจลลัน มีความยาวประมาณ 570 กิโลเมตร จุดที่กว้างสุดของช่องแคบมีความกว้าง 35 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุดทางตะวันตกมีความกว้างเพียง 3 กิโลเมตร โดยสองฝั่งฟากของช่องแคบ ทิศเหนือคือผืนแผ่นดินใหญ่ทวีปอเมริกาใต้ ส่วนทิศใต้คือเกาะเกาะเตียร์ราเดลฟูเอโก

เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน และคณะพบช่องแคบแห่งนี้เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 1520 และใช้เวลาสำรวจเส้นทางนี้อยู่กว่า 38 วัน จึงพ้นจากช่องแคบมาพบผืนทะเลกว้างใหญ่ที่สงบเงียบอย่างน่าประหลาดใจเมื่อเทียบกับมหาสมุทรแอตแลนติกที่พวกเขาฝ่ามา เป็นที่มาของชื่อ “มาเร ปาซิฟีโก”(Mare Pacifico) หรือ มหาสมุทรแปซิฟิก แปลว่า ทะเลสงบ นั่นเอง

จักรวรรดิสเปนจะพยายามปกปิดเส้นทางเดินเรือนี้เพื่อไม่ให้ชาติยุโรปชาติอื่น ๆ โดยเฉพาะดัตช์และอังกฤษสามารถแสวงหาผลประโยชน์จากเส้นทางนี้ได้

7 ปีหลังการค้นพบนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งชิลี (อาณานิคมสเปน) จึงประกาศให้ช่องแคบมาเจลลันเป็นเขตแดนทางใต้ของตน นับแต่นั้น ช่องแคบจึงกลายเป็นเส้นทางเดินเรือเส้นทางเดียวที่เชื่อมระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิก ทำให้สเปนได้บุกเบิกดินแดนในเอเชีย โดยเฉพาะการครอบครองหมู่เกาะฟิลิปปินส์ในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ ช่องแคบมาเจลลันถือเป็นทางเดินเรือที่โหดหินและท้าทายนักเดินเรือที่สุดเส้นทางหนึ่งของโลก เพราะมีความแคบ กระแสน้ำและลมที่คาดเดายาก ด้วยความที่อยู่ในโซนภูมิอากาศหนาวเย็น สองฝั่งของช่องแคบจึงเป็นโตรกธารน้ำแข็ง รวมถึงภูเขาน้ำแข็งที่คอยกีดขวางเรืออยู่บ่อย ๆ

แม้เส้นทางไม่ได้สะดวกสบายนัก แต่ถือว่าช่องแคบมาเจลลันช่วยร่นระยะทางและปลอดภัยกว่าช่องแคบเดรกที่อยู่ทางใต้ลงไป (ค้นพบภายหลัง) เพราะบริเวณนั้นเต็มไปด้วยหมอกหนา รวมถึงมีสภาพที่อากาศเลวร้ายและคาดการณ์ได้ยากยิ่งกว่าเสียอีก

อย่างไรก็ตาม ความพลุกพล่านของเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบได้ลดน้อยลงอย่างมากหลังการเปิดใช้คลองปานามาในอเมริกากลางเมื่อปี 1914 ซึ่งทั้งประหยัดเวลาและปลอดภัยกว่า

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://www.silpa-mag.com/history/article_97859

https://www.history.com/news/magellan-expedition-facts-dangers

https://www.marineinsight.com/know-more/5-strait-of-magellan-facts-you-must-know/

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 มีนาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ช่องแคบมาเจลลัน” ทางเดินเรือสุดลับ เปิดทางสเปนบุกเบิกดินแดนเอเชีย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...