“บิตคอยน์” ปี 2568 เหวี่ยงแรง เสี่ยงปิดปีร่วงครั้งแรกในรอบ 3 ปี
ปี 2568 กลายเป็นบททดสอบสำคัญของตลาดคริปโตฯ เมื่อ บิตคอยน์ เคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นอย่างใกล้ชิด ดิ่งแรงจากความผันผวนด้านภาษี ดอกเบี้ย และความเสี่ยงด้านมูลค่าหุ้น AI
วันที่ 9 ธันวาคม 2568 เวลา 12.08 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ปี 2568 เป็นปีที่บิตคอยน์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก เผชิญความผันผวนรุนแรง ทั้งทำสถิติสูงสุดใหม่หลายครั้ง และดิ่งลงหนักเป็นช่วง ๆ โดยขณะนี้กำลังมีความเสี่ยงว่าจะจบปีด้วยผลตอบแทนติดลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565
ดัชนีหุ้นสำคัญของโลกก็เผชิญความผันผวนคล้ายกัน โดยทำจุดสูงสุดใหม่หลายครั้งก่อนถูกเทขายจากความกังวลเรื่องภาษีนำเข้า อัตราดอกเบี้ย และฟองสบู่หุ้น AI แม้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ยังคงบวกในปีนี้ แต่ความเชื่อมโยงระหว่างบิทคอยน์และตลาดหุ้นกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน
นักวิเคราะห์ ระบุว่า แรงเหวี่ยงของบิตคอยน์สะท้อนอารมณ์ตลาดหุ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันกระโดดเข้ามาซื้อคริปโตมากขึ้น ทำให้ในปี 2569 บิตคอยน์อาจผูกติดกับปัจจัยเดียวกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่น เช่น นโยบายการเงิน การประเมินมูลค่าหุ้น AI ที่สูงเกินจริง และความผันผวนของตลาดหุ้นโลก
Jasper De Maere จาก Wintermute กล่าวว่า “ปี 2568 คริปโตฯตอบสนองตลาดหุ้นชัดเจนมาก” โดยราคาบิตคอยน์วันจันทร์อยู่ใกล้ระดับ 89,000 ดอลลาร์
ขึ้นแรง-ร่วงแรงตามปัจจัยนโยบายทรัมป์
หลังทะยานขึ้นแรงช่วงต้นปีตามความคาดหวังต่อนโยบายเป็นมิตรกับคริปโตฯ ของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ราคาคริปโตฯกลับร่วงหนักในเดือนเมษายนจากแผนเก็บภาษีนำเข้า ก่อนดีดตัวกลับอีกครั้ง และทำสถิติสูงสุดเหนือ 126,000 ดอลลาร์ในต้นตุลาคม
แต่ไม่กี่วันหลังจากนั้น ตลาดกลับดิ่งอีกครั้งในวันที่ 10 ตุลาคม หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนรอบใหม่ และขู่จำกัดการส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญของสหรัฐ กระแสนี้ทำให้เกิดการบังคับขาย (liquidation) กว่า 19,000 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ตลาดคริปโต
บิตคอยน์ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้เต็มที่ และในเดือนพฤศจิกายน ราคาดิ่งแรงที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2564 แม้สัญญาออปชันจะเริ่มส่งสัญญาณว่ามุมมองขาลงเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย
ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเทรดให้น้ำหนัก 15% ที่บิทคอยน์จะปิดปีต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ ลดลงจากคาดการณ์ก่อนหน้าที่ 20% แต่ก็ยังผิดหวังต่อกลุ่มกระทิงคริปโต รวมถึงบริษัท Strategy ของ Michael Saylor ซึ่งวางเดิมพันว่าบิทคอยน์จะไปถึง 150,000 ดอลลาร์ในปีนี้ และนักวิเคราะห์ของ Standard Chartered ที่เคยมองว่าจะถึง 200,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2568
ล่าสุดผู้บริหาร Strategy เองก็เตือนถึงความเป็นไปได้ของ “คริปโตฯ วินเทอร์” และ Standard Chartered ยังประเมินว่าบิตคอยน์อาจหลุด 100,000 ดอลลาร์อีกครั้ง แม่มองว่าอาจเป็นครั้งสุดท้าย
Saylor บอกกับรอยเตอร์ว่าแม้ราคาบิตคอยน์จะปรับลง 95% บริษัทก็ยังอยู่รอดได้
บิตคอยน์ผูกติดตลาดหุ้นมากขึ้น
เหตุการณ์ร่วงหนักในเดือนเมษายนและตุลาคมสะท้อนว่าความเชื่อมโยงระหว่างคริปโตฯ กับตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีและหุ้น AI สูงขึ้นกว่าที่เคย เนื่องจากทั้งสองตลาดต่างถูกขับเคลื่อนโดยบรรยากาศการเก็งกำไรและความเสี่ยง
ในอดีต บิตคอยน์มักเคลื่อนไหวไม่สัมพันธ์กับหุ้น เพราะถูกมองเป็นสินทรัพย์ทางเลือก แต่เมื่อเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อยไหลเข้ามา ความสัมพันธ์นี้กลับแข็งแรงขึ้นอย่างชัดเจน
ข้อมูล LSEG ระบุว่า ในปี 2568 ความสัมพันธ์เฉลี่ยระหว่างบิทคอยน์และ S&P 500 อยู่ที่ 0.5 เพิ่มจาก 0.29 ในปี 2567 ขณะที่ความสัมพันธ์กับ NASDAQ 100 อยู่ที่ 0.52 เพิ่มจาก 0.23 ในปี 2567
นักวิเคราะห์ชี้ว่าบิตคอยน์ตอบสนองต่อหุ้น AI มากเป็นพิเศษ เพราะหุ้น AI เป็นตัวขับเคลื่อนตลาดหุ้นในปีนี้ และทั้งสองต่างถูกมองว่าเป็นการลงทุนเชิงคาดหวังสูงที่อิงความเชื่อมั่นของนักลงทุน
อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยเหมือนหุ้น
คริปโตฯ ตอบสนองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของเฟดมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ข้อมูลในอดีตจะชี้ว่าราคาบิทคอยน์ไม่จำเป็นต้องขึ้นเมื่อเฟดลดดอกเบี้ย แต่บ่อยครั้งที่สัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินช่วยหนุนความเชื่อมั่นในคริปโตฯ
ตั้งแต่เดือนตุลาคม สัญญาณดอกเบี้ยแนวเหยี่ยวน้อยลง กดดันบิตคอยน์อีกครั้ง ก่อนที่ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดทำให้ตลาดให้ความเป็นไปได้ 86% ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% ในสัปดาห์นี้
นักวิเคราะห์ชี้ว่าทิศทางดอกเบี้ยเฟดและอนาคตของหุ้น AI จะเป็นตัวกำหนดราคาคริปโตฯ ในระยะสั้น Mo Shaikh จาก Maximum Frequency Ventures กล่าวว่า “ท่าทีของเฟดต่อสภาพคล่องจะเป็นสัญญาณสำคัญที่ตลาดคริปโตฯจับตามอง”
อ้างอิง : www.reuters.com