โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทูตเขมร ปัดหลักฐานกัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ อ้างไทยใช้ ‘อนุสัญญาออตตาวา’ เป็นเครื่องมือการเมือง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 ธ.ค. 2568 เวลา 06.24 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2568 เวลา 05.33 น.
Facebook: Permanent Mission of the Kingdom of Cambodia to the UN Office at Geneva

ทูตเขมร ปัดหลักฐานกัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ อ้างไทยใช้ ‘อนุสัญญาออตตาวา’ เป็นเครื่องมือการเมือง

นายดารา อิน ผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ระหว่างการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 ตอบโต้ประเทศไทยเกี่ยวกับกรณีที่กัมพูชาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลใหม่ตามพื้นที่ชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา โดยอ้างว่าหลักฐานของไทยเป็นหลักฐานฝ่ายเดียวและไม่ยอมให้กัมพูชาหรือผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้าถึงพื้นที่ประสบเหตุ

นายดาราระบุในแถลงการณ์ว่า ข้อกล่าวหาของไทยว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่นั้น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ที่อยู่ในอธิปไตยของกัมพูชาตามแผนที่ที่จัดทำในสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ปี ค.ศ.1904 และ 1907 ซึ่งใช้ใน MOU 2000 สิ่งที่ไทยอ้างว่าเป็นหลักฐานของการวางทุ่นระเบิดใหม่ของกัมพูชานั้นเป็นหลักฐานเพียงฝ่ายเดียวทั้งหมด และไม่อนุญาตให้กัมพูชาหรือผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้าตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุ ความคลุมเครือดังกล่าวถือว่าไม่ตรงตามมาตรฐานของความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์หรือความร่วมมือที่จริงใจ คำกล่าวหาซึ่งไม่ได้ผ่านการตรวจสอบอย่างอิสระโดยละเอียดไม่อาจเป็นพื้นฐานของการกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามอนุสัญญานี้ได้

แถลงการณ์ระบุอีกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องของการแข่งขันในการเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่เป็นเรื่องของวิธีการ การประเมินการปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวาจะต้องมีหลักฐานที่ยืนยันได้ การวิเคราะห์ตามความเป็นจริง และการยืนยันร่วมกัน กัมพูชาเน้นย้ำมาโดยตลอดว่าความจริงในการวางอาวุธเพื่อมนุษยธรรมต้องมาจากความโปร่งใส ความเคร่งครัด และการตรวจสอบร่วมกัน ไม่ใช่จากการประเมินฝ่ายเดียว

เพราะกัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีของอนุสัญญาออตตาวา เราต้องแสดงความกังวลต่อความพยายามของไทยที่จะใช้กลไกของการปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวามาเป็นเรื่องการเมือง เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองและดินแดน ทั้งที่กลไกเหล่านี้มีขึ้นเพื่อปกป้องไม่ให้อนุสัญญาออตตาวาถูกใช้เป็นข้อต่อรองในข้อพิพาททวิภาคีหรือกลไกในการสื่อสารทางยุทธศาสตร์ ไม่มีรัฐภาคีใดควรได้รับอนุญาตให้ทำการบิดเบือนเป้าประสงค์ของอนุสัญญาเช่นนี้

กัมพูชาตอบโต้ด้วยการใช้หลักฐานและการให้ความชัดเจน กัมพูชาได้มอบรายละเอียดทางเทคนิค เนื้อหาทางประวัติศาสตร์ และข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่ละเอียดในเอกสารที่มีความครอบคลุมที่ส่งไปให้แก่เลขาธิการสหประชาชาติ การนำอนุสัญญาออตตาวามาเป็นเรื่องการเมืองเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดมาตราที่ 8 ที่ระบุว่าความเชื่อมั่นร่วมกันเป็นความสำคัญต่อความร่วมมือระหว่างรัฐภาคีและเสี่ยงที่จะทำให้อนุสัญญานี้กลายเป็นที่ประชุมเพื่อการบงการทางยุทธศาสตร์ ซึ่งหากเรื่องนี้ถูกปล่อยปละละเลยก็จะยิ่งทำให้อนุสัญญานี้อ่อนแอลง บ่อนทำลายความเป็นกลาง ความชอบธรรมทางกฎหมาย และบทบาททางด้านมนุษยธรรม

นายดาราปิดท้ายแถลงการณ์ว่า การลดอาวุธเพื่อมนุษยธรรมจะต้องมาจากการปฏิบัติตามหลักการ ไม่ใช่จากความสะดวกทางการเมือง อำนาจของอนุสัญญาออตตาวาตั้งอยู่บนพื้นฐานของบูรณภาพของกระบวนการ ความถูกต้องของหลักฐาน และการปฏิบัติอย่างจริงใจของรัฐภาคี ความมุ่งมั่นของกัมพูชาตั้งอยู่บนประวัติศาสตร์ของประเทศ ความรับผิดชอบทางกฎหมาย และความจำเป็นที่ไม่มีประชาคมใดควรเจอกับความเจ็บปวดของประชาชนเหมือนอย่างที่ชาวกัมพูชาต้องเผชิญ จึงขอให้รัฐภาคีทุกประเทศปกป้องไม่ให้อนุสัญญาออตตาวาถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และธำรงไว้ซึ่งบูรณภาพของกระบวนการและหลักฐานตามมาตราที่ 8 และรับประกันว่าการปฏิบัติตามข้อกำหนดจะยังอยู่บนพื้นฐานของความจริง ความร่วมมือ และวัตถุประสงค์ด้านมนุษยธรรมที่เป็นสิ่งชูใจของอนุสัญญานี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทูตเขมร ปัดหลักฐานกัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ อ้างไทยใช้ ‘อนุสัญญาออตตาวา’ เป็นเครื่องมือการเมือง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...