โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บลจ.กรุงไทย เปิด IPO กองทุน KTWC-INCOME RMF ลงทุนตราสารหนี้โลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 ธ.ค. 2568 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 07.21 น.

บลจ.กรุงไทย มองโอกาสจากตราสารหนี้ทั่วโลก เสนอขาย “KTWC-INCOME RMF” เปิดจองซื้อ 11-17 ธ.ค.นี้ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

วันที่ 11 ธ.ค.2568 - นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน การกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างกระแสรายได้ที่มั่นคงจึงเป็นทางเลือกน่าสนใจ ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับลดลงในอนาคต จึงอาจเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคาตราสารหนี้ให้สูงขึ้นได้

ทั้งนี้เพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนระยะยาวเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี บริษัทฯ จึงได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดกรุงไทย World Class Income เพื่อการเลี้ยงชีพ (KTWC-INCOME RMF) (ความเสี่ยงระดับ 5) โดยเปิดเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 11 – 17 ธันวาคม 2568 นี้

สำหรับ กองทุน KTWC-INCOME RMF เป็นกองทุนรวมผสมที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม และ/หรือกองทุนรวม ETF ในต่างประเทศ ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีการลงทุนทั้งในหุ้น ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ทรัพย์สินทางเลือก เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก โดยจะลงทุนในกองทุนรวมและ/หรือ ETFอย่างน้อยตั้งแต่ 2 กองทุน เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่เกิน 79% ของ NAV และกองทุนมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV

อย่างไรก็ตาม กองทุนจะกำหนดสัดส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 30% ของ NAV โดยกองทุนจะเน้นกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ทั่วโลก เพื่อโอกาสรับกระแสรายได้ระหว่างทางอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะมอบหมายให้ FIL Investment Management (Hong Kong) Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Fidelity International เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน โดยไม่รวมในส่วนการลงทุนเพื่อสภาพคล่อง

กองทุนมีกลยุทธ์เน้นสร้างกระแสรายได้จากแหล่งที่มาที่มีความหลากหลาย โดยจะเน้นการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ทั่วโลกดังนี้

  • สินทรัพย์ที่มีคุณภาพ (Quality Assets) เช่น พันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้Investment grade ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ตั้งแต่ BBB ขึ้นไป
  • สินทรัพย์เพื่อสร้างกระแสรายได้ (Carry Assets) เช่น ตราสารหนี้ High yield และตราสารหนี้ Emergingmarket
  • สินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ (OpportunisticAssets) เช่น Leveraged loan, Listed private debt(BDCs) และหุ้นกู้แปลงสภาพ

โดยกองทุนจะกำหนดกรอบการลงทุนเป็นสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (High Yield) ไม่เกิน 60% และสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก ไม่เกิน 15% ในเบื้องต้นได้กำหนดสัดส่วนการลงทุนเป้าหมายในกลุ่มตราสารหนี้ High Yield ประมาณ 35% และสินทรัพย์ทางเลือกประมาณ 10% (กลยุทธ์และสัดส่วนการลงทุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทางผู้จัดการกองทุน ที่มา : Fidelity International ข้อมูล ณ 16 มิ.ย. 68)

นอกจากความน่าสนใจจากการสร้างกระแสรายได้จากแหล่งที่มาที่มีความหลากหลายในทุกสภาวะตลาด และบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง FIL Investment Management (Hong Kong) Limited ผ่านกระบวนการในการสร้างพอร์ตการลงทุนอย่างมีวินัยพร้อมทั้งยังสร้างความสมดุลด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงจากแหล่งที่มาของความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลความเสี่ยงระหว่างด้านเครดิตและด้านอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้เกิดเสถียรภาพตลอดวัฏจักรของตลาด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...