ฉาวสนั่นแม่สอด! ตม. ปล่อยตัวฆาตกรเมียนมาออกนอกประเทศ อ้างห้องขังล้น
ฉาวสนั่นแม่สอด! ตม. ปล่อยตัวฆาตกรเมียนมาหนีออกนอกประเทศ อ้างห้องขังล้น-ไม่รู้มีคดีฆ่าข่มขืน ผล DNA ออกมัดตัวชัดแต่ไร้เงาผู้ต้องหา
วันที่ 3 ม.ค. 69 เฟซบุ๊กเพจ “Survive – สายไหมต้องรอด” โพสต์ข้อความระบุว่า “#ตม_ปล่อยตัวคนร้าย #แม่สอด #ตาก แอดคะ สวัสดีค่ะ มีเรื่องจะร้องเรียนค่ะ คือแม่หนูถูกคนร้ายที่เป็นลูกจ้างชาวพม่า ฆ่า ขข ตายอย่างเหี้ยมโหด ที่นาข้าว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมาค่ะ”
“ตำรวจจับคนร้ายได้วันที่ 13 พฤศจิกายน คนร้ายเป็นชาวพม่าที่เคยรับจ้างเกี่ยวข้าวให้คุณแม่ค่ะ ระหว่างรอผลตรวจ DNA ตำรวจจึงนำตัวคนร้ายไปฝากขังที่คุกของ ตม. แม่สอดแต่สุดท้ายแล้ว ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ตม.ได้ปล่อยตัวคนร้ายให้เดินทางออกนอกประเทศไป หนูเป็นผู้เสียหายเป็นลูกสาวผู้ตาย มารู้ทีหลังว่าตำรวจปล่อยตัวคนร้ายไปแล้ว โดยไม่ได้ประสานงานกับร้อยเวรเจ้าของคดี ทำให้คนร้ายที่ฆ่าแม่หนูโดนปล่อยตัวกลับประเทศไป และวันนี้ผลตรวจ DNA ออกมาแล้ว พบว่าตรงกับผู้ก่อเหตุทุกอย่าง”
“ตอนนี้หนูต้องทำยังไงคะ ตำรวจทำงานกันแบบ พอหนูไปสอบถามว่าทำไมถึงปล่อยคนร้ายหนีไป ตำรวจก็โยนกันไปโยนกันมา ฝาก #เพจสายไหมต้องรอด ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ครอบครัวหนูด้วยนะคะ ตอนนี้หนูเป็นผู้เสียหายไม่รู้จะไปเรียกร้องความเป็นธรรมจากที่ไหน ตำรวจกับ ตม ทำงานแบบนี้ความยุติธรรมไม่รู้อยู่ไหน”
“#ฝาก พี่ปู พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.ตม. และ ผบช.ภ.6 ตรวจสอบข้อเท็จจริง ช่วยเหลือครอบครัวผู้ตายด้วยนะคะ อย่าให้แม่น้องต้องตายฟรี”
ล่าสุด ทีมข่าวได้สอบถาม พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ถึงกรณีดังกล่าวว่าเหตุใดตำรวจถึงปล่อยตัวผู้ต้องหาที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอุกฉกรรจ์ โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ ผบช.สตม. เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวจากการตรวจสอบพบว่า นายโทนตาอ่อง ผู้ต้องหา ถูกจับกุมข้อหา overstay ก่อนจะส่งตัวเข้าฝากขังในวันที่ 15 พ.ย. ก่อนจะผลักดันออกในวันที่ 16 พ.ย. 68 ไม่ได้ถูกจับกุมในข้อหาคดีข่มขืนและฆาตกรรม
“และในช่วงนั้นมีการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ตามพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ทำให้ห้องขังล้น จนต้องมีการผลักดันออกนอกประเทศ เพื่อระบายห้องขัง ตำรวจจึงทำการปล่อยตัว และผลักดันตามขั้นตอนกฎหมายทันที”
“แต่อย่างไรก็ตาม ตนได้ให้ผบก.สตม. 5 ติดตามความคืบหน้าคดี และรายละเอียดทั้งหมด หากพบว่า มีการใช้เส้นสายหรือตำรวจทำหน้าที่บกพร่องในการตรวจสอบและปล่อยตัวผู้ต้องหาก่อคดีอุกฉกรรจ์ ก็จะต้องถูกลงโทษทั้งในวินัยและอาญา ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะต้องตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง ส่วนตัวผู้ต้องหาให้ทางเจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวมาเช่นกัน”