โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ครม.เห็นชอบผ่อนผันเอกชนใช้พื้นที่ลุ่มน้ำ จ.สระบุรี ทำเหมืองปูน พื้นที่กว่า 2.5 พันไร่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 พ.ย. 2568 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2568 เวลา 08.20 น.
ลลิดา เพริศวิวัฒนา

ครม.เห็นชอบผ่อนผันใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ-1 บี ในป่าสงวน จ.สระบุรี ทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย (แก่งคอย) พื้นที่รวม 2,575 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีมติเห็นชอบตามที่รองนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงอุตสาหกรรม เสนอขอผ่อนผันให้บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (แก่งคอย) จำกัด ใช้ประโยชน์พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ 1 บี 1 เอเอ็ม และ 1 บีเอ็ม ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าทับกวาง และป่ามวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อการทำเหมืองแร่หินปูนและหินดินดานสำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ในพื้นที่รวมประมาณ 2,575 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา

รองโฆษกรัฐบาลระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เหมืองเดิมที่มีการทำเหมืองมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ตามประทานบัตรเดิมที่จะครบกำหนดอายุในวันที่ 26 กันยายน 2570 โดยแหล่งแร่นี้เป็นวัตถุดิบหลักป้อนโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ในจังหวัดสระบุรี ซึ่งมีกำลังการผลิตคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 12.14 ของบริษัทผู้ผลิตปูนซีเมนต์ที่จดทะเบียนในประเทศทั้งหมด

ปริมาณสำรองแร่ของโครงการรวมทั้งหินปูนและหินดินดานมีมูลค่าประมาณ 75,702 ล้านบาท ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินว่า “มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคม” เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบมาตรการที่กำหนด

ทั้งนี้ พื้นที่คำขอประทานบัตรทั้ง 5 แปลง อยู่ในเขตป่าสงวนและลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ และ 1 บี ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา การใช้ประโยชน์จึงต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาผ่อนผันเป็นกรณีเฉพาะ โดยก่อนเสนอ ครม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กรมป่าไม้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมตรวจสอบพื้นที่ พร้อมทั้งจัดทำและพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งคณะกรรมการผู้ชำนาญการ และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบแล้ว

รายงาน EIA ได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม เช่น การเว้นแนวกันชน (Buffer Zone) รอบพื้นที่เหมือง การควบคุมฝุ่น เสียง แรงสั่นสะเทือน การติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดตั้งกองทุนเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนและกองทุนพัฒนาหมู่บ้านรอบเหมือง โดยมีผู้แทนชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นร่วมบริหารจัดการกองทุนอย่างต่อเนื่อง

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ ต่างไม่มีความเห็นขัดข้องต่อการขอผ่อนผันครั้งนี้ โดยยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใน “เขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง” ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 2 ที่คณะรัฐมนตรีเคยเห็นชอบแล้ว

การพิจารณาในครั้งนี้เป็นเพียง “การผ่อนผันให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ 1 บี 1 เอเอ็ม และ 1 บีเอ็ม เพื่อทำเหมืองแร่” ตามหลักเกณฑ์มติคณะรัฐมนตรีเดิมเท่านั้น หลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย แผนแม่บท และมาตรการสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ก่อนการอนุญาตประทานบัตรต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครม.เห็นชอบผ่อนผันเอกชนใช้พื้นที่ลุ่มน้ำ จ.สระบุรี ทำเหมืองปูน พื้นที่กว่า 2.5 พันไร่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...