โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กรณ์ แก้เศรษฐกิจจนตรอก เขย่าสินทรัพย์รัฐ ดันจีดีพีประเทศขึ้นปีละ 1%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กรณ์ จาติกวณิช

คอลัมน์ : Thailand Election 2026 : เลือกตั้ง เลือกอนาคต

กรณ์ จาติกวณิช ผู้ที่เคยได้รับฉายา “ขุนคลังโลก” หวนคืนบ้านหลังเก่า-หลังเดิม ที่ชื่อพรรคประชาธิปัตย์ หลัง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กลับมาคุมบังเหียนพรรคสีฟ้ารอบสอง

วันแรกที่ “กรณ์” กลับมาที่พรรคประชาธิปัตย์ เขาบอกความรู้สึกว่า เหมือนนั่ง “ไทม์แมชีน” ย้อนเวลากลับไปในวันวาน

แต่นาทีนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องฟื้นพรรค เก็บเรตติ้ง-คะแนนการเมือง จนฟื้นมาเป็นตัวแปรการเมืองที่ทุกขั้วการเมืองไม่อาจมองข้ามได้ ในฐานะที่ดูแลเรื่องนโยบายเลือกตั้ง-เศรษฐกิจ

“กรณ์” เชื่อมั่นว่าพรรคประชาธิปัตย์นาทีนี้กลับมา “ห้าวหาญ” เหมือนอดีตแล้ว

เริ่มต้นใหม่กับพรรคเดิม

“กรณ์” ตอบคำถามแรกที่ถามว่า การกลับมาครั้งนี้เหนื่อยหนักกว่าเดิมแค่ไหน ผ่านไปนานแค่ไหนที่ไม่ได้ทำงานในเสื้อของพรรคประชาธิปัตย์ว่า “ผมออกปี 2563 ผ่านมา 5 ปีเต็ม ถือว่านานพอสมควร ไม่ได้เดินกลับเข้ามาพรรคเลย”

“วันแรกที่กลับเข้ามา ไม่รู้อธิบายความรู้สึกอย่างไร เหมือนนั่งไทม์แมชีนย้อนกลับไปปี 2561 บางบรรยากาศย้อนไกลกว่านั้น กลับมามีหัวหน้าพรรคชื่ออภิสิทธิ์ โต๊ะ เฟอร์นิเจอร์เหมือนเดิม ไม่น่าเชื่อ แต่คนที่อยู่ในช่วงนั้นออกไปกันหมด คนน้อยลงแต่สนุกดี ในความรู้สึกไม่ได้ใจหาย ตรงกันข้าม ได้เริ่มต้นกันใหม่”

“ภรรยาไม่ได้อยากให้กลับมาทำงานการเมืองอยู่แล้ว แต่ถึงเวลาเขาก็รู้ว่าผมต้องกลับ และสุดท้ายเขาเป็นคนบอกเอง ผมไม่ได้กล้าบอกเขา หรือจะถามเขา จนกว่าตัวเองจะมั่นใจจริงๆ ว่าจะกลับมาแล้วค่อยไปคุย แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดคุยกัน เขาเป็นคนบอกเองว่าเธอต้องกลับ แต่เมื่อเธอจะกลับก็ต้องทำให้เต็มที่ ไหนๆ ก็เสียเวลาที่จะไม่ได้ไปเที่ยวแล้วก็ทำให้เต็มที่ ผมเชื่อว่าหลายบ้านมีบทสนทนาแบบนี้”

ต้องผ่านการเลือกตั้งกี่รอบพรรคประชาธิปัตย์ถึงจะกลับมาห้าวหาญเหมือนเดิม ไม่ได้เป็นพรรคเล็กอีกต่อไป ?

“เล็ก หรือไม่เล็ก ผมกลับมีความรู้สึกว่าพรรคประชาธิปัตย์กลับมาห้าวหาญเหมือนเดิมแล้ว ก่อนกลับเข้ามาบอกคุณอภิสิทธิ์เหมือนกันว่า มารอบนี้ทำให้สุด ต่างคนต่างไม่ได้คิดว่าจะกลับมามีอะไร คิดอยากให้เป็นอะไรก็ไม่ต้องยั้ง”

เป็นพรรคตัวแปร ผู้กำหนดเกม

กรณ์ ยอมรับว่า ย้อนเวลากลับไปไม่ได้กล้าที่จะหวังว่าการตอบรับจะดีเท่านี้

“จากพรรคที่จะสูญพันธุ์ มาเป็นพรรคตัวแปร สำหรับผมก็โอเคนะ คำว่าตัวแปร ในมุมมองของพวกเราเชื่อว่าเรามีส่วนสำคัญในรัฐบาลหลังเลือกตั้ง คือสาเหตุที่คุณอภิสิทธิ์ปักธงชัดเจนเรื่องพรรคกล้าธรรม เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์มีเจตนาสร้างความเปลี่ยนแปลงการเมืองอย่างไร”

“เราจะไม่เล่นเกมเดิมที่คนอื่นกำหนดว่าเราต้องเล่น หรือเกมที่ประชาชนรู้สึกว่าเราต้องเดินไปทางนี้ทางเดียว พรรคประชาธิปัตย์บอกว่ามีทางอื่นที่เราเชื่อว่าดีกว่า เราลองมาไปทางนั้นด้วยกัน ซึ่งในสภาพการเมืองปัจจุบันไม่จำเป็นที่ต้องเป็นพรรคใหญ่สุดที่จะกำหนดเกม เราก็กำหนดเกมได้”

“สาเหตุส่วนหนึ่งที่กระแสกลับมาดีคือมีความชัดเจน และเป็นความชัดเจนที่ประชาชน อย่างน้อยส่วนหนึ่งต้องการ คือการยืนหยัดกับการเมืองเชิงอุดมการณ์ ต่อสู้ทุนเทา เป็นสิ่งที่สังคมโหยหาและก่อนหน้านี้อาจจะมองไม่รู้ว่าหันหน้าไปหาใครถึงจะได้แบบนี้”

“ของแบบนี้เป็นใครมาพูดก็ไม่ได้นะ พอคุณอภิสิทธิ์มาพูดเรื่องแบบนี้คนพร้อมจะเชื่อตัวตนของคุณอภิสิทธิ์ และพิสูจน์ตัวตนมาแล้ว 10 ปีก่อน เขาพูดคนอาจไม่เชื่อ แต่หลายสิ่งที่เกิดขึ้นใน10 ปีที่ผ่านมา จะชอบเขาหรือไม่ชอบเขาก็แล้วแต่ แต่มีบางคุณสมบัติที่สังคมยอมรับในตัวคุณอภิสิทธิ์ คือการรักษาสัจจะ ในกลุ่มคนการเมืองมันหายากมากอยู่แล้ว”

“ความซื่อสัตย์สุจริตอยู่ติดตัวเขามาโดยตลอด และ ณ วันนี้คือความเก๋า มีประสบการณ์ที่พิสูจน์มาแล้วว่าทำได้และทำเป็น ก็เป็นอีกคุณสมบัติที่คนก็โหยหาอีกเหมือนกันในแวดวงการเมือง ผมคิดว่ามันตกผลึก พูดแล้วมันเชื่อได้”

เงื่อนไข ร่วมรัฐบาล

ถ้าได้ร่วมรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะมีนโยบายอะไร-เงื่อนไขอะไร “กรณ์” เล่าว่า ตอนไปดีเบตที่ช่อง one คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยถามเราน่าสนใจว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับหนึ่ง และมาชวนพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาล อะไรในตัวพรรคเพื่อไทยที่พรรคประชาธิปัตย์กังวล

“ผมตอบว่ารัฐบาลที่แล้วคุณทำหลายเรื่องที่โยงกับเรื่องเทา คุณไปเซ็นเอ็มโอยูกับเบ็น สมิธ พยายามผลักดันเรื่องกาสิโน มีทุนเทาเข้ามาเกี่ยวข้อง ฟอกเงิน พยายามผลักดันกฎหมาย Financial Hub ที่เป็นแซนด์บอกซ์ ที่แบงก์ชาติ หรือ ก.ล.ต.ก็เข้าไม่ถึง มันน่ากลัวหมด ผมเลยถามว่า อยากรู้ว่ายังคิดแบบเดิมไหม”

“คุณจุลพันธ์มีวิธีตอบที่โอเค เอาตัวรอดดีพอสมควร แต่ทำให้เห็นว่า เอาเข้าจริง.. มีการสนทนากันแบบนี้ คิดว่ามีเรื่องอะไรที่เรารับไม่ได้ หรือมีเรื่องอะไรที่เราอยากทำ ไหนดูสิว่านโยบายนี้ทำไปด้วยกันได้ไหม เพราะมีเรื่องที่คิดตรงกัน และที่คิดไม่ตรงกัน”

“เรื่องสำคัญที่สุดในเวลานี้คือคำถามที่ถามคุณจุลพันธ์ การเลือกตั้งครั้งนี้เราควรเอาจริงกับเรื่องพวกนี้ได้ไหม เพราะพวกเราอยู่ในแวดวงเศรษฐกิจ สัมผัสได้ว่าเรื่องนี้เป็นตัวถ่วงจริงๆ ต่อให้มีนโยบายสวยหรูแค่ไหนก็ทำไม่ได้ เราสนับสนุนให้หน่วยงานรับผิดชอบทำตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอย่างที่สุด เจอใครก็ไม่มีตอ เล่นตามจริง”

“ตั้งแต่ผมกลับมาแล้วมาทำเรื่องนี้ ผมได้รับการติดต่อจาก ทุกคนที่ปรากฏในข่าวหมด ซึ่งการติดต่อมีทั้งในแง่การขู่ การขอ การเสนอ ถ้าอันดับแรกคุณกลัวการขู่ก็ไปยากแล้ว และคิดว่าไม่ใช่ผมคนเดียว คนอื่นก็โดนด้วย ดังนั้น ต้องเป็นเรื่องที่มีความมุ่งมั่นจริงๆ ตั้งใจจริงๆ ที่จะทำเรื่องพวกนี้ และขอให้ทำตามหลักฐานที่ปรากฏ แต่ขอให้เอาจริงกับการทำตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ถ้าเราทำตรงนี้ได้ เรื่องความเชื่อมั่น ศรัทธาก็จะส่งผลต่อโอกาสทางเศรษฐกิจ และทุกๆ อย่าง”

“ตราบใดที่มีทุนเทา ทุนดีมันไม่มา เพราะเขาสู้ไม่ได้ และทุนเทามีคนได้ประโยชน์ แต่มันเป็นประโยชน์นอกระบบ”

ทุนเทาถ่วง ศก. 2 แสนล้าน

“กรณ์” มองว่า “ตอ” สำคัญในการปราบทุนเทาก็คือ “การเมือง” และ “ผู้มีอำนาจทางการเมือง”

“จึงเป็นประเด็นที่ใช้เงินมหาศาลในการเลือกตั้ง ก็คือการซื้อการคุ้มครอง..ง่าย ๆ เลย มันคุ้มค่ากับเขาที่จะใช้เงิน”

“การทุจริต ทุนเทา และสแกมเมอร์ เป็นตัวถ่วงเศรษฐกิจ 2 แสนล้าน แต่นอกเหนือกว่านั้นเกือบแสนล้านต่อปีที่ประชาชนถูกปล้นโดยกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ แล้วเงินพวกนี้ออกไปหมด ซื้อเครื่องบินเจ็ต เรือยอชต์ เงินไม่ได้อยู่ในประเทศ เป็นการสูญเสียรายได้ของรัฐ ซึ่ง 2 แสนล้านคือ 1% ของจีดีพี”

“วิธีจัดการคิดว่าแค่เอาจริงกับการบังคับใช้กฎหมายก็ถือว่าเป็นยาที่แรงพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปประหารชีวิตใคร กฎหมายที่มีอยู่ตอนนี้ก็ทำได้ และเดี๋ยวนี้การติดตามเส้นทางการเงินง่ายกว่าแต่ก่อนเยอะ”

“และต้องมีสิ่งที่เรียกว่า Political Will มีเจตนาและมุ่งมั่นที่จะทำเรื่องนี้ และถ้าฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลทำเรื่องนี้ด้วยกันก็ถือเป็นเรื่องดี”

แก้ปมจนเงิน จนใจ จนตรอก

กรณ์ ในฐานะที่คุมภาพรวมนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ แจกแจงนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เป็น “จุดชี้ขาด” เลือกตั้งว่า เราแบ่งกลุ่มนโยบายเป็น จนเงิน-จนปัญญา-จนใจ และจนตรอก

จนเงินอาจเป็นชุดนโยบายที่ใหญ่ที่สุด เศรษฐกิจปากท้อง เศรษฐกิจไม่ดี รายได้ไม่ขึ้น เพิ่มแต่หนี้ แม้แต่จนใจ จนปัญญา จนตรอก ก็มาจากเศรษฐกิจไม่ดี ดังนั้น เราจึงปักธงให้ชัดว่าเป้าหมายการฟื้นฟูเศรษฐกิจคืออะไร

“และตั้งเป้าความสุขไว้ คือการเติบโตของจีดีพี เพราะเรามองว่า ตามศักยภาพของประเทศควรปรับให้ถึง 5% ต่อปีได้ ภายใน 4 ปี ปีที่แล้ว 2% นิด ๆ ปีนี้ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จีดีพีก็น่าจะต่ำกว่า 2% แต่ถ้าเข้ามาสัญญาณทุกอย่างชัดเจนขึ้น นำไปสู่การลงทุน ความพร้อมในการตัดสินใจลงทุนอาจจะรักษาระดับได้ดีกว่านั้น การรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม”

“ความชัดเจนการปฏิรูปในหลาย ๆ เรื่องมีผลต่อจีดีพีแน่นอน ถ้าทำสำเร็จก็จะทำให้ปัจจัยที่ทำสำคัญที่สุดที่ทำให้เศรษฐกิจโตได้นั้นกลับคืนมาก็คือความเชื่อมั่น อาจจะนำไปสู่ 3% ในปี 2570 4% ในปี 2571 ถ้าทุกอย่างลงตัวอาจจะมองไปถึง 5% ได้ เฉลี่ยปีละ 1%”**

“ไม่ได้บอกว่ามันง่าย แต่ต้องชัดเจนว่า ความตั้งใจของเราจะไปถึงจุดไหน เพราะการปฏิรูปหลายๆ เรื่องจะปลดล็อกจีดีพีได้จริงคือ ระบบราชการ การใช้ทรัพยากรของรัฐที่อยู่ในมือ รวมถึงเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ๆ ที่เราส่งเสริม รวมถึงการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งคิดเป็นตัวเปอร์เซ็นต์ของจีดีพีมีผลทั้งสิ้น ถ้ารวมกันแล้วเรามั่นใจทำได้”

ปฏิรูปสินทรัพย์รัฐดันจีดีพี

กรณ์ ยกตัวอย่างทำอย่างไรให้จีดีพีโต 5% ว่าจะต้องมีการ “ปฏิรูป” ทั้งระบบราชการ การใช้ทรัพยากรของรัฐที่อยู่ในมือ รวมถึงเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ๆ ที่เราส่งเสริม

ปฏิรูปอันแรกคือระบบราชการ Mindset ของภาครัฐจะต้องเปลี่ยนตามยุคสมัย เราเป็นผู้ชี้ทาง เปิดทาง ไม่ขวางทาง เราจะเอาระบบราชการไว้ในโทรศัพท์มือถือ ทำให้การออกใบอนุญาตต่าง ๆ ก็จะโปร่งใสมากขึ้น อีกทั้ง Data ข้อมูลทั้งหมดของรัฐ และข้อมูลทั้งหมดของประชาชนที่อยู่กับรัฐ ส่งผลต่อการลดต้นทุนค่าใช้จ่าย

ยกตัวอย่างที่เอสโตเนียที่นำระบบราชการมาไว้บนมือถือ ซึ่งเอสโตเนียเป็นประเทศเล็กกว่าเราเยอะ เทคโนโลยีอะไรใช้ระบบนี้กับ 3 ล้านคนได้ ก็ต้องใช้กับคน 300 ล้านคนได้ ไม่ใช่ต้องไปออกแบบอะไรใหม่ ขึ้นอยู่กับเราจะใช้มันหรือเปล่า

บวกกับการสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นได้จากการนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ เรามีของเยอะมากที่ไม่ได้เอามาใช้สร้างรายได้ให้กับประเทศ เช่นเดียวกับที่ดิน ที่ราชพัสดุ อาคารของรัฐ รวมถึงระบบสาธารณูปโภคของรัฐที่ลงเงินไปแล้วแต่ใช้ไม่คุ้มค่า อีกหลายเรื่องที่แปลงเป็นเงิน แปลงเป็นโอกาสในการทำธุรกิจได้

การกิโยตินกฎหมายที่ล้าหลัง ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่ากฎหมายบ้านเราแสนกว่าฉบับ และทับซ้อนกัน เป็นที่มาการทุจริตในระบบราชการ เพราะอาศัยวิจารณญาณของเจ้าหน้าที่รัฐ ใบอนุญาต ดังนั้น ความตั้งใจของเราคือการออกกฎหมาย Super act คือ กฎหมายออกมาฉบับหนึ่งที่มอบอำนาจให้สภา ปรับกฎหมายที่ล้าหลังได้

ถ้าเราปักหมุดใน 4 ปี ลดกฎหมายที่ล้าหลัง 15% ตอนนี้เริ่มคุยกับภาคเอกชนแล้วว่ากฎหมายกลุ่มไหนจะมี impact มากที่สุดต่อเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ สิ่งเหล่านี้ถ้าทำได้จะเกิดผลเร็วต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เราเช็คกับทางคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วว่าทำได้

ปฏิรูปการศึกษา เปลี่ยนรูปแบบการศึกษาให้ทุกคนเลือกได้ว่าอยากเรียนอะไร ผู้ที่เป็น Provider ไม่จำเป็นจะต้องเป็นกระทรวงศึกษาธิการ อาจเป็น Edtech เอกชนที่เป็นรูปแบบออนไลน์ที่ขอเชื่อมต่อกับกระทรวงศึกษาฯ โดยกระทรวงเป็นแพลตฟอร์มให้เขาเท่านั้น ถ้าเป็นอย่างนี้เชื่อจะ Unlock มูลค่าเศรษฐกิจค่อนข้างมาก

พลิกเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการ

กรณ์ บอกว่าเรื่องเกษตรอย่ามองข้าม ต้องมีวิสัยทัศน์เข้ามาเปลี่ยนอุตสาหกรรมเกษตร คือเปลี่ยนเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการ ไม่ใช่เป็นชาวไร่ ชาวนา ผู้ผลิตอย่างเดียว เต่เราจะเปลี่ยนที่ตัวชาวไร่ ชาวนาไม่ได้ เพราะพลังเขาไม่พอ ทำเองไม่เป็น ดังนั้น จะทำอย่างไรก็แล้วแต่ต้องเกิดการรวมตัว คนที่บริหารจัดการต้องทำเป็นด้วย ดังนั้น เราต้องปฏิรูปที่ตัวสหกรณ์

ตัวอย่างดีที่คือที่ญี่ปุ่น ที่ดีมากคือนิวซีแลนด์ คือ เขาพยายามออกกฎหมายควบรวมสหกรณ์โคนมวัวเป็นร้อยสหกรณ์ ให้เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเกษตรกรที่เคยเป็นสมาชิกสหกรณ์ก็กลายมาเป็นผู้ถือหุ้น และตัวบริษัทนี้ก็มีคอนแทคฟาร์มมิ่ง รับซื้อนม ขณะเดียวกัน ก็มีกฎหมายที่เว้นเฉพาะสิทธิการผูกขาด เพราะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมในการผลิตนม พอผูกขาดมีอำนาจการตลาดสูงมาก สร้างแบรนด์ นำผลิตภัณฑ์ไปขายทั่วโลก ทั้ง ชีส นม เนย เมื่อมีกำไรก็จะมีงบ R&D มาพัฒนากระบวนการผลิต การเพิ่มมูลค่าให้กับตัวนมทำอะไรได้อีกบ้าง ตราบใดที่มีกำลังเงิน ส่วนกำไรที่เหลือปันผลให้เกษตรกร

ถ้านึกภาพแบบนั้นกับข้าวหอมมะลิ มีบริษัทเดียวที่มีเกษตรกรทุ่งกุลาร้องไห้ 5 จังหวัดเป็นผู้ถือหุ้น เช่นเดียวกับโรงสีก็ต้องมาเป็นผู้สีข้าว ผู้ส่งออก หรือมะพร้าวน้ำหอมราคาตกไปเหลือลูกละ 2 บาท เพราะตลาดจีนไม่ซื้อ มันอยู่อย่างนี้ไม่ได้ ดังนั้น เรามาทำในเชิงธุรกิจ เพื่อให้เรามีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น

ขณะเดียวกัน เรื่องประกันรายได้เกษตร พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าจะมีการจ่าย 1 พันบาทแรกตอนต้นฤดู/ไร่ เพราะตอนต้นฤดูกาลผลิต เกษตรกรจะไม่มีเงิน เขาต้องซื้อปุ๋ย ซื้อเมล็ดพันธุ์ ต้องจ้างแรงงานในการไถหว่าน เขาต้องไปกู้ ดังนั้น ผมหลีกเลี่ยงไม่ให้เกษตรกรต้องกู้เงิน ซึ่งผมได้ทำจริงตอนที่ผมทำโครงการ “ข้าวอิ่ม” ที่ จ.มหาสารคาม

ดังนั้น เมื่อมีการประกันรายได้ให้เกษตรกรอยู่แล้ว แล้วเขาเป็นเกษตรกรตัวจริง ความเสี่ยงต่อรัฐที่จะจ่ายบางส่วนตอนต้นฤดูน้อยมาก เราจึงมีการปรับปรุงจ่าย 1 พันบาท

เงินเดือน 4 หมื่นไม่ต้องเสียภาษี

อีกหนึ่งนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์จะช่วยมนุษย์เงินเดือนคือ ปัจจุบันผู้มีรายเดือนละ 26,583 บาท หรือเงินได้สุทธิปีละ 150,000 บาทไม่ต้องจ่ายภาษี (อัตรา 0%) ซึ่งขัดกับสภาพเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่เพิ่มทุกปี

เราต้องมาใส่ใจกับมนุษย์เงินเดือนชนชั้นกลาง ดังนั้น จึงเพิ่มจำนวนเงินได้สุทธิขั้นต่ำที่ไม่ต้องเสียภาษีเป็น 320,000 บาทต่อปี หรือคิดเป็นเงินเดือนเดือนละ 40,750 บาท เราคำนวณว่าจากมาตรการนี้จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้เข้ารัฐ 35,000 ล้านบาท

“อย่างไรก็ตาม คนที่ได้เงินเดือน 40,000 บาทจะมีเงินเพิ่มในกระเป๋า 7,500 บาท ซึ่งจะกลับมาเป็นเงินที่กระตุ้นกำลังซื้อได้ และจำนวนผู้เสียภาษีผมจะทำไม่ให้ลด โดยปกติที่เขาเสียประมาณ 7,500 บาท ต่อไปนี้อาจจะเสียแค่ 100 บาท แต่ก็ถือว่ายังเสียภาษีอยู่”

นอกจากนี้ ประกันรายได้แรงงาน เรามองว่าในหลักคิดเดียวกันเราควรประกันรายได้ให้กับผู้ใช้แรงงานด้วย ประเมินจากค่าครองชีพจริงในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัด และเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ หรือค่าแรงโดยเฉลี่ยที่เขาได้ ถ้ามีส่วนต่างก็มีกำหนดที่รัฐชดเชยให้ เท่ากับเราแบ่งภาระผู้ประกอบการ เรากำลังคำนวณตุ๊กตาอยู่ 3 หมื่นล้านบาทต่อปี แรงงาน 4 ล้านคน

ลดการพึ่งกาแก๊ส

พลังงาน เป็นเรื่องใหญ่ ในอดีตทุกครั้งที่ค่าไฟลดลง และใครเป็นรัฐบาลก็บอกว่าเป็นผลงาน แต่จริงๆ เกิดจาก 2 สาเหตุเท่านั้น หนึ่ง ค่าแก๊สในตลาดโลกลดลง สอง ใช้เงินรัฐอุดหนุน แต่ไม่ได่มาจากการปฏิรูป ถ้าเรามาวิเคราะห์เพิ่มเติม การผลิตไฟฟ้าของไทยใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงหลัก 60% ซึ่งนำเข้า LNG จากต่างประเทศและราคาก็เหวี่ยงมาก เนื่องจากเกิดสงครามรัสเซีย ยูเครน และยังเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศที่เรายังต้องพึ่งแหล่งเชื้อเพิลงจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นมหาอำนาจทั้งนั้น มีโอกาสที่จะเกิดปัญหา

ดังนั้น ยุทธศาสตร์ของเราจะลดการพึ่งพาแก๊ส จาก 60% เหลือ 40% ส่วน 20% ที่หายไปมีพลังงานหมุนเวียนเข้ามาแทนจากประเทศเพื่อนบ้านก็คือลาว ระบบสายส่งเรามีอยู่แล้ว ส่วนผู้ผลิตก็เป็นทุนไทยทั้งสิ้น อีกส่วนหนึ่งคือการเปิดเสรีให้ผลิตไฟฟ้า จากภาคประชาชน ภาคเอกชน

และตอบโจทย์กังวลว่าจะเสถียรไหม แทนที่จะปิดโรงไฟฟ้าที่หมดสัญญาสัมปทาน คุณลงทุนอีกนิดเดียวสามารถต่ออายุการใช้งานได้อีก 15-20 ปี และเมื่อหมดสัญญา โรงไฟฟ้ากลับมาเป็นของรัฐก็ไม่ต้องจ่ายค่าพร้อมจ่าย แค่นั้นประหยัดค่าไฟไปได้เกือบ 50 สตางค์

เช่น โรงไฟฟ้าราชบุรี เขามีแผนที่จะปิด แต่ลงทุนต่ออายุไปเป็นกำลังของ กฟผ. ส่วนแก๊สที่บ้าน ข้อดีของแก๊สเตาถ่านเพราะมันเปิดง่าย ช่วงไหนที่มีปัญหากับพลังงานหมุนเวียนก็เพิ่มการผลิตกำลังสำรองจากแก๊สได้

สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

อีกคอนเซ็ปต์คือ การสร้าง New Growth Engine คืออุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) ที่เติบโตปีละกว่า 20% ซึ่งตัวเลขการส่งออกอยู่ที่ 2 ล้านล้านบาท และทางภาคธุรกิจประเมินว่าภายใน 4 ปีเพิ่ม 5 ล้านล้านได้ อุตสาหกรรมพรีเมี่ยม อาหารเสริม โปรตีนเสริม ที่เรามีศักยภาพทั้งหมด ดังนั้น อุตสาหกรรมอาหารเราไปเต็มสูบ สอดคล้องกับการปฏิรูปภาคการเกษตร

นโยบาย Green Transitioning เปลี่ยนจากอุตสาหกรรมแบบเดิมมาเป็น Green มีพันธบัตรป่าไม้ ส่งเสริมให้ชาวไร่เปลี่ยนจากการปลูกพืชไร่ โดยเฉพาะการปลูกข้าวโพด ที่ก่อให้เกิด PM2.5

เมื่อเราออกพันธบัตรมาก็จะมีเงินก้อนหนึ่ง เงินก้อนนั้นให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดมาปลูกไม้เศรษฐกิจ และระหว่างที่รอไม้โต เราก็จ้างเกษตรกรดูแลไม้ ดูแลป่า ก็จะทำให้มีรายได้ เมื่อไม้โตพอตัดขาย รายรับที่ได้จากการตัดไม้ก็มาใช้หนี้กับกองทุน ที่เราจะได้คือพื้นที่ป่ามากขึ้น มูลค่าเศรษฐกิจที่สูงขึ้นเยอะ และเกษตรกรก็อยู่ดีกินดีมากขึ้น

สุดท้าย “กรณ์” เชื่อว่า ปัจจัยสำคัญที่จะมาชี้ขาดการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องนโยบาย

“แต่คือหลักการทางการเมือง ซึ่งมากกว่าอุดมการณ์ ประชาชนจะซื้อความเป็นมืออาชีพและความซื่อสัตย์ เรื่องสแกมเมอร์ต่างๆ ใกล้ตัวมากขึ้น เห็นการเมืองเป็นแบบนี้ นักการเมืองย้ายพรรคตามเงื่อนไขที่ไม่ได้เกี่ยวกับอุดมการณ์ ผมว่ามันสุกงอมในระดับหนึ่ง”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรณ์ แก้เศรษฐกิจจนตรอก เขย่าสินทรัพย์รัฐ ดันจีดีพีประเทศขึ้นปีละ 1%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...