โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รัฐตั้ง 'Data Bureau' ล่าธุรกรรมอำพราง เล็งเก็บภาษีทอง สกัดฟอกเงิน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท), ก.ล.ต., ปปง. และสมาคมธนาคารไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาธุรกรรมอำพราง ซึ่งเป็น Connect the Dot ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ

ยกระดับ "Data Bureau" เชื่อมข้อมูลไร้รอยต่อ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ข้อสรุปในการจัดตั้ง Data Bureau เพื่อแก้ปัญหาการทำงานแบบแยกส่วนของหน่วยงานกำกับดูแล โดยจะใช้เทคโนโลยี Open API เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เช่น ระบบ CFR ของ ITMX, ข้อมูลจากธนาคารพาณิชย์, ก.ล.ต. และ ปปง. เพื่อให้เห็นภาพรวมของเส้นทางเงินได้ทั้งระบบโดยไม่ต้องตั้งหน่วยงานใหม่

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ จะมีการใช้ระบบ Profiling ในการตรวจสอบธุรกรรมตาม 3 แกนหลัก คือ ตัวตน พฤติกรรม และปริมาณเงิน ว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่ เช่น หากนักศึกษาหรือผู้มีรายได้น้อยมีเงินหมุนเวียนหลักล้านบาทต่อวัน ระบบจะสามารถตรวจจับความผิดปกติได้ทันที เพื่อสกัดกั้นบัญชีม้าและธุรกรรมต้องสงสัย

คลังลุยภาษีธุรกิจเฉพาะ-ภาษีนำเข้าทอง

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมายังมีช่องว่างกำกับดูแลระหว่างธุรกรรมทองคำและสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ เนื่องจากไทยได้มีการผ่อนเกณฑ์เรื่องการนำเข้าทองคำเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศ แต่หลังจากนี้จะเพิ่มความเข้มงวด

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง

โดยให้กรมสรรพากร เข้มงวดเรื่องธุรกรรมการซื้อขายทองคำที่ไม่มีการส่งมอบจริง โดยให้เจ้าของแพลตฟอร์มออนไลน์ จะต้องทำบัญชีพิเศษรายงานข้อมูลการซื้อขายทองคำมาให้สรรพากรรับทราบ และระหว่างนี้ กรมสรรพากรจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบร้านทองขนาดใหญ่ที่มีแพลตฟอร์มของตนเองเพื่อตรวจสอบธุรกรรมที่เกิดขึ้นรายวัน จำนวนการเทรด

นอกจากนี้ สรรพากร อยู่ระหว่างการพิจารณาการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่เรื่องนี้อยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะต้องพิจารณาว่าจะสามารถดำเนินการในฐานะรัฐบาลรักษาการได้หรือไม่

ขณะเดียวกัน ได้ให้กรมศุลกากร ศึกษาเรื่องการเก็บภาษีนำเข้าทองคำ ว่า ควรจะดำเนินการได้หรือไม่ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ก่อนที่จะดำเนินการจริง โดยให้เทียบเคียงกับประเทศอื่นๆ ด้วย

คุมเข้ม "แอปเทรดทอง" สกัดบาทแข็งค่า

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีแนวทางการควบคุม ธุรกรรมทองคำ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 60,000 ล้านบาทต่อวัน มากกว่ามูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ

โดยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า พบความเชื่อมโยงระหว่างการแข็งค่าของเงินบาทที่ผิดปกติกับการขายดอลลาร์ของผู้ค้าทองคำผ่านแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะแอปฯ ที่ซื้อขายเป็นเงินบาท

ทั้งนี้ การเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนสำหรับทองคำประกอบด้วย

  • ธปท. เตรียมออกประกาศใช้อำนาจตาม พรบ. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อกำกับธุรกรรมซื้อขายทองคำบนแอปพลิเคชันที่ส่งผลต่อค่าเงินบาท
  • กำหนดเพดานการเทรด โดยจะจำกัดวงเงินการซื้อขายทองคำบนแอปพลิเคชันสำหรับบุคคลธรรมดา เบื้องต้นหารือที่ 100-200 ล้านบาทต่อวัน เพื่อลดความผันผวน

ทั้งนี้ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ธปท. ได้ออกมาตรการอื่นๆ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว ได้แก่

  • การนำเงินเข้าประเทศ หากเกิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องตรวจสอบเอกสารแหล่งที่มาและวัตถุประสงค์
  • ร้านแลกเงิน (Money Changer) จำกัดการรับแลกไม่เกิน 800,000 บาทต่อคนต่อวัน
  • E-Wallet สั่งการให้ผู้ประกอบการกำหนดวงเงินการใช้งานสูงสุดต่อวันตามโปรไฟล์ความเสี่ยง

สินทรัพย์ดิจิตอลต้องโปร่งใสด้วย "Travel Rule"

ด้านนางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต.เตรียมปิดช่องโหว่การโอนสินทรัพย์ดิจิตอลข้ามพรมแดนและการซื้อขายแบบ P2P โดยจะเริ่มนำแนวทางปฏิบัติ Travel Rule มาใช้ภายในไตรมาส 1 ปี 2569 นี้ เพื่อให้สามารถระบุตัวตนต้นทางและปลายทางของการโอนคริปโตเคอร์เรนซีได้ เช่นเดียวกับการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...