โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สำรวจนายจ้าง 90% ต้องการคนมีสกิลมากกว่าเกรด ใช้ภาษาอังกฤษดี เข้าใจ AI

TODAY

อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 06.17 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 06.17 น. • TODAY

วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) เปิดผลสำรวจ Annual Graduate Employer Survey 2025 สะท้อนทิศทางตลาดแรงงานยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

โดยพบว่า นายจ้างส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับ ‘ทักษะที่ใช้งานได้จริง’มากกว่าผลการเรียน และมองหาบุคลากรที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี พร้อมเข้าใจการใช้ AI และเครื่องมือดิจิทัล

ผลสำรวจดังกล่าวเก็บข้อมูลจากบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาในปี 2025 จำนวน 412 คน ควบคู่กับความคิดเห็นจากผู้ประกอบการและผู้ว่าจ้างจากองค์กรชั้นนำ 63 แห่ง ครอบคลุมทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงอาจารย์ที่ปรึกษาบัณฑิตศึกษาต่อต่างประเทศ

ข้อมูลทั้งหมดสะท้อนภาพเดียวกันว่า ตลาดแรงงานในอนาคตกำลังต้องการ ‘คนทำงานที่พร้อมใช้งานจริง’

[ ภาษาอังกฤษยังเป็นทักษะสำคัญอันดับหนึ่ง ]

ผลสำรวจพบว่า 93% ของนายจ้างให้ความสำคัญกับทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาที่สอง มากที่สุด โดยเฉพาะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจในระดับภูมิภาคและนานาชาติ นายจ้างต้องการบุคลากรที่สามารถสื่อสารได้อย่างมั่นใจ เป็นมืออาชีพ เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม และทำงานร่วมกับทีมข้ามวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวโน้มนี้สะท้อนว่า การเรียนการสอนภาษาควรปรับให้สอดคล้องกับการทำงานจริงมากขึ้น ไม่ใช่เพียงเพื่อสอบ แต่ต้องครอบคลุมการนำเสนอ การเจรจา การเขียนอีเมลธุรกิจ และการทำงานในบริบทสากล

[ AI กลายเป็นทักษะพื้นฐานของทุกสายอาชีพ ]

ขณะเดียวกัน 90% ของนายจ้างคาดหวังให้บุคลากรมีความเข้าใจและสามารถใช้ AI รวมถึงเครื่องมือดิจิทัลได้อย่างคล่องแคล่ว ทักษะเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สายเทคโนโลยี แต่กลายเป็นทักษะพื้นฐานของทุกอาชีพ ตั้งแต่ธุรกิจ การตลาด ไปจนถึงงานบริการ

นายจ้างมองว่า ผู้ที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีได้ดีจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ส่งผลให้ภาคการศึกษาจำเป็นต้องเร่งบูรณาการความรู้ด้าน AI และ Data Literacy เข้าไปในทุกหลักสูตร พร้อมปลูกฝังการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม

[ ทำงานเป็น สำคัญกว่าเกรด ]

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ กว่า 75% ของนายจ้างระบุว่า ความพร้อมในการทำงานจริงในปีแรก สำคัญกว่าผลการเรียนหรือวุฒิการศึกษา นายจ้างให้ความสำคัญกับประสบการณ์ฝึกงาน การทำโครงงานจริง และการเรียนรู้จากสถานการณ์ในภาคธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังพบว่า กว่า 60% ของนายจ้างกังวลว่าบัณฑิตใหม่ยังขาดความมั่นใจในการสื่อสาร และการจัดการอารมณ์ในสถานการณ์ที่มีความกดดันสูง แม้ว่านายจ้างจะพึงพอใจกับคุณธรรมและการทำงานเป็นทีมของบัณฑิตโดยรวม แต่ทักษะด้านความฉลาดทางอารมณ์ยังเป็นจุดที่ต้องเร่งพัฒนา เพราะทักษะทางเทคนิคอาจช่วยให้ได้งาน แต่ความฉลาดทางอารมณ์คือสิ่งที่ทำให้เติบโตในงานได้

[ 7 แนวทางที่สถาบันการศึกษาควรเร่งปรับตัว ]

จากข้อมูลทั้งหมด MUIC ได้สรุป 7 แนวทางสำคัญที่สถาบันการศึกษาไทยควรนำไปปรับใช้ ได้แก่

  • AI & Data Literacy for All : ฝังทักษะ AI และ Data Analysis ลงในทุกหลักสูตร ไม่จำกัดเฉพาะสายไอที

2.Work – Integrated Learning (WIL): ผนวกการฝึกงานและเคสจริงจากองค์กร เพื่อลดช่องว่าง เรียนจบแต่ทำงานไม่เป็น”

3.Global Communication Bootcamp: เน้น ‘ภาษางาน’ (Business Language) ที่ใช้ทำงานจริง เช่น ภาษาเพื่อการนำเสนอ, ภาษาเพื่อการเจรจา, การเขียนอีเมลธุรกิจ และการทำงานในทีมข้ามวัฒนธรรม (Cross-cultural Communication)

4.Critical Thinking Studio : จัดเวิร์กช็อปแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เช่น Case-based Analysis, Decision Tree & Hypothesis-driven Thinking เพื่อลดปัญหา คิดไม่เป็น ตัดสินใจไม่ชัด

  • Emotional Resilience & Professional Etiquette: ฝึกการทำงานภายใต้แรงกดดันและความเป็นมืออาชีพ เพื่อเพิ่มวุฒิภาวะ
  • Career Tracks & Micro-Credentials : ออกแบบเส้นทางทักษะ (Skill Mapping) และใบรับรองทักษะเฉพาะทาง (Micro-Credential Certificates) ที่นายจ้างสามารถเข้าใจ เช่น Data–AI Track, Cybersecurity Track, Digital Hospitality Track, HealthTech Track และ ESG/Sustainability Track
  • Language as an Economic Skill : ปรับวิชาภาษาให้เป็น “วิชาทักษะทำงาน” ไม่ใช่เพื่อสอบเท่านั้น แต่เป็นภาษาเพื่อการสื่อสารในงานจริง การสรุปงาน การเจรจา และการนำเสนอ

[ 5 กลุ่มอาชีพมาแรงใน 5 ปีข้างหน้า ]

MUIC วิเคราะห์แนวโน้มตลาดแรงงาน และประเมินว่า 5 กลุ่มอาชีพที่จะเติบโตสูงในช่วง 5 ปีข้างหน้า ได้แก่

  • ดิจิทัล – ข้อมูล – AI เช่น นักวิเคราะห์ข้อมูล, วิศวกรข้อมูล, ผู้เชี่ยวชาญด้าน Prompt/Automation

2.ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ / การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านดิจิทัล (Digital Compliance) เช่น นักวิเคราะห์ความปลอดภัยไซเบอร์, ผู้เชี่ยวชาญด้าน GRC (Governance, Risk & Compliance)/Privacy .

  • การท่องเที่ยว–บริการเชิงคุณภาพแบบดิจิทัล เช่น การตลาดดิจิทัลในธุรกิจโรงแรม, การออกแบบประสบการณ์ (Experience Design) ให้ผู้เข้าพักประทับใจตั้งแต่ต้นจนจบ
  • การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่เน้นการป้องกันและการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน (Healthcare and Wellness) โดยใช้ AI และ เครื่องมือดิจิทัล เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพรายบุคคล, การสื่อสารด้านสุขภาพเฉพาะกลุ่ม
  • การปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจและสังคมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากขึ้น (Green transformation) เช่น นักวิเคราะห์และจัดทำรายงานประเมินด้านความยั่งยืนหรือ ESG (Environment, Social & Governance), การจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน)

ท้ายที่สุด ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ชัดว่า ตลาดแรงงานกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ ‘ทักษะจริง’ สำคัญกว่ากระดาษหนึ่งใบ และสถาบันการศึกษาเองก็ต้องเร่งปรับตัวให้ทันการแข่งขันระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นภาษา AI การคิดวิเคราะห์ หรือความพร้อมทำงานจริง

ทั้งหมดนี้กลายเป็นพื้นฐานที่คนรุ่นใหม่ต้องมี หากประเทศไทยต้องการยกระดับศักยภาพแรงงานในระยะยาว การร่วมมือกันระหว่างสถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ และนักศึกษาเองจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะพาเราไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...