24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 ธันวาคม 2568
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 ธันวาคม 2568
>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่หมู่บ้านหนองนา จ.ลพบุรี หลังเพลิงสงบพบร่างผู้เสียชีวิต
07.08 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิร่วมกตัญญู พัฒนานิคม มีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณในหมู่บ้านหนองนา ในพื้นที่ หมู่ที่1 ตำบลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ บริเวณชั้นบนที่เป็นไม้ พบเปลวไฟกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง จึงต้องใช้รถดับเพลิงของเทศบาลเขาพระยาเดินธง 2 คันเร่งฉีดน้ำสกัด ใช้เวลาประมาณ 25 นาที จึงสามารถควบคุม และเพลิงสงบ
ทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณบนชั้นที่ 2 พบร่างผู้เสียชีวิต เป็นชาย 1 ราย อายุ 52 ปี ลักษณะถูกไฟคลอกสภาพทั้งตัวดำเป็นต่อตะโก นอนอยู่บนที่นอนและมีเศษไม้ที่ถูกไฟทับร่างผู้เสียชีวิต ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ครั้งนี้
ทางพนักงานสอบสวน สภ.พัฒนานิคม พร้อมแพยท์เวรโรงพยาบาลพัฒนานิคม ร่วมตรวจสอบชันสูตรร่างผู้ชีวิตในที่เกิดเหตุถ่ายภาพ และตรวจสอบพื้นที่ในที่เกิดเหตุก่อนที่จะมอบให้อาสาสมัครฯ นำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรต่อที่โรงพยาบาลพัฒนานิคม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
>> รถกระบะเสียหลักชนเสาไฟฟ้า แล้วเสาล้มไปทับ 2 หนุ่มสาวที่ขับขี่รถ จยย. ที่ใช้เส้นทางฝั่งตรงข้ามได้รับบาดเจ็บ
09.00 น. สภ.เมืองพัทยา เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้า บนถนนพัทยาเหนือ บริเวณตรงข้ามเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ส่งผลให้เสาไฟฟ้าล้มไปทับรถจักรยานยนต์ที่ขับสวนทางมา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีดำ พลิกตะแคงบนเกาะกลางถนน มี ชายไทย อายุ 24 ปี คนขับ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะที่ผู้โดยสารหญิง อายุ 29 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า แขน และขา เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ
ห่างออกไป พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ได้รับความเสียหาย มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ ชายไทย อายุ 20 ปี และ หญิงไทย อายุ 16 ปี เจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลเมืองพัทยา
คนขับรถกระบะ ให้การว่า ขณะขับรถมุ่งหน้าถนนสุขุมวิท มีรถกระบะอีกคันขับเบียดเข้ามาอย่างกระชั้นชิด แม้จะบีบแตรเตือนแต่ไม่หยุด จึงเบรกกะทันหันทำให้รถเสียหลักหมุนไปชนเสาไฟฟ้าบนเกาะกลาง ส่งผลให้เสาไฟฟ้าล้มไปทับรถจักรยานยนต์ฝั่งตรงข้าม
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจบันทึกภาพที่เกิดเหตุ และเชิญคนขับรถกระบะไปสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> กทม. จับมือคณะวิศวะ จุฬาฯ เสริมเกราะรับมือแผ่นดินไหวด้วยเซนเซอร์ “รู้ก่อน (RUGON)” เพิ่มความปลอดภัยชาวกรุง
10.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุมหารือและรับมอบเซนเซอร์แจ้งเตือนระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหว “รู้ก่อน (RUGON)” จำนวน 10 ตัว จากศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหวและการสั่นสะเทือน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย อาณัติ เรืองรัศมี ศาสตราจารย์ประจำศูนย์เชี่ยวชาญฯ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท รู้ก่อน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท Spin-off ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ข้อมูลจากระบบนี้จะช่วยให้กรุงเทพมหานครสามารถบริหารจัดการภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลผ่าน API เพื่อนำไปเชื่อมต่อกับระบบเตือนภัยของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะช่วยลดความตื่นตระหนก และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครมีแผนนำเซนเซอร์ “รู้ก่อน (RUGON)” จำนวน 10 ตัวไปติดตั้งในอาคารสำคัญ โดยจะพิจารณาเป็นลำดับแรก ได้แก่ อาคารโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้เป็นทั้งเครื่องมือป้องกันภัยแผ่นดินไหว และเป็นสื่อการเรียนรู้ด้านความปลอดภัยให้แก่เยาวชน
ปัจจุบัน เครือข่ายเซนเซอร์ “รู้ก่อน” มีจุดติดตั้งทั่วประเทศแล้วมากกว่า 50 จุด และอยู่ระหว่างการขยายเครือข่ายให้ครบ 100 จุดในอนาคต
>> "ถังกักเก็บเศษอาหาร" ระเบิด หลังตลาดทุ่งครุ คนงานตัดเศษเหล็กเจ็บสาหัส
11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งว่า เกิดเหตุถังกักเก็บเศษอาหารระเบิด บริเวณด้านหลังตลาดใหม่ทุ่งครุ ซอยประชาอุทิศ 61 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย
ที่เกิดเหตุเป็นห้องเก็บอุปกรณ์เหลือใช้ ชั้นเดียว ด้านหลังตลาด พบผู้บาดเจ็บเป็นชายอายุ 52 ปี นอนหงายอยู่กับพื้น มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ และกระดูกต้นขาขวาหักผิดรูป สวมเสื้อยืดแขนยาวสีแดง กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าหนังหุ้มข้อสีดำ อยู่ในอาการสาหัส ทีมแพทย์ฉุกเฉินให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาล IMH ธนบุรี ด้วยรถกู้ชีพระดับ ALS เป็นการเร่งด่วน
จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ พบถังขยะขนาดใหญ่ 2 ใบ ซึ่งใช้เป็นถังคัดแยกเศษอาหารเก่าใบหนึ่ง แตกออกเป็นสองส่วนจากแรงระเบิด อีกใบสีเขียวได้รับความเสียหายเล็กน้อย นอกจากนี้ พบถังแก๊สหุงต้มล้มอยู่ใกล้กัน หลังคาห้องเก็บอุปกรณ์และโรงเก็บถังขยะได้รับความเสียหายจากแรงอัดของการระเบิดอย่างชัดเจน
สอบถามคนงานในตลาดซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ให้ข้อมูลว่า ผู้บาดเจ็บเป็นคนงานของผู้รับเหมารับซื้อเศษเหล็ก โดยถังเก็บเศษอาหารทั้งสองใบเป็นถังเก่าที่ไม่ได้ใช้งานมานาน ทางตลาดจึงขายเป็นเศษเหล็ก ผู้บาดเจ็บได้ขึ้นไปตัดถังดังกล่าวเพื่อแยกเป็นชิ้นๆ โดยยืนตัดอยู่ด้านบนถังที่เกิดเหตุ ก่อนจะเกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นมีการพูดเตือนกันแล้วว่า ถังตัดยากและอาจไม่ปลอดภัย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ถังที่เกิดเหตุเคยใช้กักเก็บเศษอาหารมาเป็นเวลานาน ทำให้ภายในมีการสะสมของแก๊สจากการหมักหมม แม้จะเลิกใช้งานไปแล้ว แต่เมื่อเกิดประกายไฟจากการตัดเหล็ก จึงทำให้แก๊สดังกล่าวลุกติดและระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรอให้ผู้บาดเจ็บมีอาการดีขึ้นจนสามารถให้ปากคำได้ เพื่อสอบสวนรายละเอียดเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> รวบ "เต้ย ท็อปโมเดล" ปิดตำนานนักปั้นกำมะลอ หลอกผู้เสียหายจำนวนมาก เสียหายกว่า 10 ล้านบาท
12.17 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายจอ(นามสมมุติ) หรือ เต้ยท็อปโมเดล อายุ 52 ปี ฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมฯ” และหมายจับอื่นๆ รวมทั้งหมด 9 คดี โดยจับกุมได้บริเวณหน้าบ้าน อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี
พฤติการณ์ ในปี 2566 ผู้เสียหายได้เห็นประกาศโครงการ “TOP MODELL 2022” ที่ประกาศผ่านทางเฟสบุ๊ค ซึ่งผู้เสียหายมีความใฝ่ฝันที่จะให้ลูกเป็นนายแบบ สนใจส่งลูกเข้าสมัคร จึงได้รู้จักกับกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งเปิดบริษัท โดยมี นายจอ เป็นคนชักชวนให้มาร่วมโครงการ ซึ่งการเข้าโครงการมีข้อบังคับว่าจะต้องเรียนจำนวน 160 ชม. ชม.ละ 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 160,000 บาทต่อคน หลังจากนั้นจะมีการชักชวนให้ไปเดินแบบที่ต่างประเทศ แล้วให้ผู้ปกครองออกเงินเป็นค่าติดตามคนละ 17,900 บาท ปรากฏว่าเวลาผ่านไป ไม่มีงานเดินแบบ เมื่อสอบถามขอเงินคืนจากกลุ่มผู้ต้องหาก็บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด และไม่สามารถติดต่อได้ จึงเข้าแจ้งความ
จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหามีหมายจับ ทั้งหมด 9 คดี เป็นความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จำนวน 4 หมาย และ ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.เช็ค จำนวน 5 หมายจับ) ทั้งนี้ผู้ต้องหาเคยมีประวัติต้องคดีอาญามาแล้วทั้งหมด 18 คดี
ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ชุดสืบสวน กก.สายตรวจ บก.ปพ. จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> รถบิ๊กไบค์ชนกับรถจักรยานยนต์ กลางถนนเลียบคลอง เสียชีวิต 2 รายในที่เกิดเหตุ, ที่ รพ. และมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย จ.สระบุรี
13.30 น. รับแจ้งจาก อาสากู้ภัยสว่างรัตนตรัยสระบุรี มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนเลียบคลองชลประทาน บริเวณเลยทางเข้าซุ้มวัดหนองจักร ต.หนองยาว อ.เมือง จ.สระบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ไทรอัมพ์ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง ป้ายทะเบียน สระบุรี
ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย โดยเป็นผู้หญิง 1 ราย มีอาการสาหัสและหมดสติ ไม่มีชีพจร อาสากู้ภัยสว่างรัตนฯ เร่งปฐมพยาบาล CPR ก่อนประสานขอรถกู้ชีพ รพ.สระบุรี มาสนับสนุนที่เกิดเหตุ และดำเนินการส่ง รพ.สระบุรี ส่วนอีก 1 รายนั้นพบว่าร่างได้กระเด็นตกลงไปในคลอง อาสากู้ภัยฯ ลงไปค้นหา พบหมดสติ ไม่มีชีพจร จึงดำเนินทำ CPR ขอรถกู้ชีพ รพ.สระบุรี สนับสนุนและดำเนินการนำส่ง รพ.สระบุรี และได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี
>> ประชุม GBC เจรจาทวิภาคีครั้งแรก! หลังเกิดเหตุปะทะ "ไทย-กัมพูชา" จังหวัดจันทบุรี
16.25 น. มีรายงานว่า การประชุมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ระหว่าง ไทย-กัมพูชา ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยวันนี้ เป็นการประชุมในระดับเลขานุการ ซึ่งเป็นการเจรจาทวิภาคีครั้งแรกหลังเกิดเหตุปะทะเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา
ขณะที่ไทยยังคงย้ำ 3 หลักการเดิม คือ 1. กัมพูชาต้องประกาศหยุดยิงก่อน 2. การหยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริง โดยมีผู้สังเกตการณ์ 3. กัมพูชาต้องร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างจริงจังและจริงใจ
เจ้าหน้าที่ฝั่งไทย นำคณะของกัมพูชา นำโดย "พลตรี แญม โบราเดน" รองหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา พร้อมคณะฝ่ายทหารและพลเรือน เดินข้ามสะพานตรงมายังห้องประชุมของชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 4 อ. โป่งน้ำร้อน จ. จันทบุรี จากนั้นให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ แล้วเชิญออก
ทั้งนี้ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ได้ระบุไทม์ไลน์การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC (General Border Committee) ที่จะเริ่มจากวันนี้ ที่จังหวัดจันทบุรี ของฝ่ายเลขานุการ GBC ก่อน การประชุมจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับฝ่ายกัมพูชาที่จะต้องแสดงความจริงใจ โดยเฉพาะเรื่องทุ่นระเบิดคืออาวุธสังหารบุคคล ไม่ใช่ทำร้ายแค่กำลังพลทหาร ประชาชนก็ได้รับผลกระทบ เป็นสิ่งอันตรายต้องรีบเก็บกู้ เพราะฉะนั้นฝ่ายกัมพูชาต้องดำเนินการตรงนี้โดยไม่มีข้ออ้างใด ๆ และในวันที่ 27 ธันวาคม จะเป็นการประชุม ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของ 2 ประเทศ แต่ผลการประชุมจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับทางฝ่ายกัมพูชา ทั้งนี้มีรายงานว่า การประชุมในวันนี้ ใช้เวลา เพียง 35 นาที เท่านั้น
>> ตำรวจสอบสวนกลาง แถลงผลจับแม่ชาวไทยลวงลูกสาววัย 12 ปี แสวงหาประโยชน์ทางเพศในญี่ปุ่น
16.38 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แถลงผลปฏิบัติการจับกุมหญิงชาวไทย ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ หลังล่อลวงบุตรสาวแท้ๆ วัย 12 ปี ไปแสวงหาประโยชน์ทางเพศที่ประเทศญี่ปุ่น
พล.ต.ท.สุรพงษ์ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ ขอให้ช่วยเหลือเด็กหญิงผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่จึงเร่งประสานความร่วมมือกับตำรวจญี่ปุ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ พร้อมสั่งการให้กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาและดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการคุ้มครองและดูแลเด็กตามกระบวนการช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด
>> หนุ่มเมียนมาขับกระบะ เสียหลักชน 5 คันรวด ก่อนพุ่งทะลุเข้าร้านขายของชำ มีผู้บาดเจ็บ 3 และเสียชีวิต 1 ราย จ.สมุทรสาคร
17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถชนกันหลายคัน มีผู้บาดเจ็บหลายคน, มีผู้เสียชีวิต 1 คน และมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 1 หลัง บนถนนสายบ้านดอนไก่ดี - ท่าเสา ในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ ลักษณะพุ่งทะลุเข้าไปในร้านขายของชำริมถนน ซึ่งมีลักษณะเป็นทาวน์โฮม เสียหาย 1 คูหา ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ทางอาสากู้ภัยพยายามให้การช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชาย อายุ 32 ปี ชาวสัญชาติเมียนมา นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกระทุ่มแบน
และในที่เกิดเหตุยังพบรถยนต์กระบะ สีทอง, รถจักรยานยนต์ ของผู้เสียชีวิต และรถที่จอดอยู่ข้างทางได้รับความเสียหายรวมอีก 5 คัน ในขณะที่คนขับรถกระบะ สีดำ ซึ่งเป็นชาวเมียนมา ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้
ลูกชายเจ้าของร้านของชำ ที่ได้รับความเสียหาย เล่าว่า เมื่อช่วงเย็นขณะที่พวกตนนั่งอยู่ในร้าน ก็ได้ยินเสียงคล้ายกับมีรถชนกันบนถนน จากนั้นก็มีรถกระบะพุ่งทะลุเข้ามาในร้าน ซึ่งตอนนั้นก็เห็นว่ามีผู้ชายนอนอยู่ใต้ท้องรถยนต์กระบะ กับมีผู้หญิงอีกคนถูกเฉี่ยวได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ริมถนน ส่วนคนขับเปิดประตูออกมามีสภาพคล้ายกับคนเมา ชาวบ้านจึงช่วยกันควบคุมตัวไว้เพื่อรอส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วก็มีการโทรแจ้งเหตุ ซึ่งไม่นานทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ก็มาถึง และได้พยายามที่จะช่วยชีวิตชายคนที่อยู่ใต้ท้องรถกระบะ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้
ทั้งนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ ทำให้เห็นช่วงที่รถยนต์กระบะสีดำ เฉี่ยวกับรถกระบะสีนทอง แล้วรถกระบะสีดำก็เข้าชนรถจักรยานยนต์สีแดงที่ขับสวนทางมาจนคนขับและคนนั่งซ้อนท้ายกระเด็น ก่อนพุ่งเข้าไปในร้านค้าริมถนน
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวคนขับรถกระบะสีดำไปสอบปากคำที่ สภ.กระทุ่มแบน อีกทั้งจะได้เรียกพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปให้ปากคำเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวนคดี พร้อมกันนี้ยังจะได้มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในเลือด เพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> จับแล้ว มือยิงบนทางด่วน ได้ตัวที่เกาะช้าง จ.ตราด
18.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุด ความคืบหน้าคดียิงเสียชีวิต บนทางด่วนพิเศษศรีรัช ใกล้ด่านเก็บค่าทางด่วนประชาชื่น เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2568 ต่อมาศาลอาญา อนุมัติหมายจับ ผู้ก่อเหตุ ชายไทย อายุ 37 ปี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่า และ พ.ร.บ.อาวุธปืน
ส่วนรถตู้คันที่ผู้ต้องหาขับขี่ในคืนเกิดเหตุ ถูกจอดไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนครปฐม จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบ มีการพรางเลขทะเบียนรถ ด้วยการนำป้ายทะเบียนหมายอื่นมาปิดทับป้ายเดิม จึงได้อายัดรถตู้ไว้เป็นหลักฐาน และเคลื่อนย้ายเข้าเก็บรักษาที่ สน.ประชาชื่น โดยมีตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บหลักฐานในรถ รวมถึงเก็บตัวอย่างลายนิ้วมือแฝงทั้งด้านในและโดยรอบตัวรถ
ล่าสุดเวลา พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. สั่งการเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนครบาล ร่วมกับฝ่ายสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 สืบสวนนครบาล 2 และสืบสวน สน.ประชาชื่น จับกุมผู้ต้องหา ได้ที่โฮมสเตย์แห่งหนึ่งบนเกาะช้าง จ.ตราด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ สน.ประชาชื่น ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> ซุ่มจับผู้ต้องหา ชุมชนย่านคลองเตย แต่ขัดขืนยิงสู้ กระสุนถูกตำรวจและชาวบ้านอีก 2 รายโดนลูกหลงบาดเจ็บ เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี
20.00 น. พ.ต.ท.พีระพงษ์ หันกลาง ร้อยเวร สน.ท่าเรือ พร้อมตำรวจ ชุดจู่โจม ไล่จับ นายตอ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาหมายจับคดีค้างเก่า ข้อหาพยายามฆ่า ภายในชุมชนย่านคลองเตย แต่ขัดขืนและชักอาวุธปืนยิงสู้เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นายเป็น รองสารวัตรปราบปราม สน.ท่าเรือ และมีชาวบ้าน เป็นหญิง 2 รายถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ ก่อนหลบหนีไปได้ ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี
>> แผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา
23.40 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.6 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 84 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย