ลิซ่า ลุยเมืองตรังช่วย ทนายเก่ง หาเสียง ชี้คนใต้เข้าใจพรรคประชาชนมากขึ้น สะท้อนสัญญาณดี
‘ลิซ่า’ ลุยเมืองตรังช่วย ‘ทนายเก่ง’ หาเสียง ชี้คนใต้เข้าใจพรรคประชาชนมากขึ้น สะท้อนสัญญาณดี
เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่จังหวัดตรัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเมืองที่จังหวัดตรังยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ หรือลิซ่า รองโฆษกพรรคประชาชน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ลงพื้นที่ จ.ตรัง ช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครทั้ง 4 เขตของพรรค โดยเริ่มที่เดินตลาดนัดต้นรัก ต.บ้านโพธ์ อ.เมือง จ.ตรัง ช่วย นายศุภกร สุวรรณหมัด หรือทนายเก่ง ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 1 พรรคประชาชน เบอร์ 4 หาเสียง ท่ามกลางกระแสตอบรับจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง
น.ส.ภคมน พร้อมด้วยนายศุภกร ได้ลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน แจกบัตรแนะนำตัวและเชิญชวนให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยตลอดเส้นทางมีประชาชนจำนวนมากเข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ และแสดงความเป็นกันเองอย่างอบอุ่น โดยระหว่างการหาเสียง นายศุภกร ผู้สมัครเบอร์ 4 ได้พบแม่ค้าขายผักรายหนึ่ง ซึ่งได้กล่าวเป็นภาษาใต้ว่า “เอาทหารนะ” ขณะรับบัตรแนะนำตัว โดยนายศุภกรได้พยักหน้ายิ้มตอบรับ ก่อนเดินหาเสียงต่อ โดยแม่ค้ารายดังกล่าวให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวในภายหลังว่า มีบุตรชายกำลังศึกษาอยู่ และตั้งใจว่าเมื่ออายุครบ 21 ปี อยากให้สมัครเป็นทหาร
น.ส.ภคมน หรือลิซ่า กล่าวว่า ภาคใต้ไปเกือบครบทุกจังหวัดแล้ว และภาคใต้ในการเลือกตั้งปี 2569 ครั้งนี้ พรรคประชาชนถือว่าได้ยินเสียงตอบรับที่ดี เราไปพื้นที่ไหน ผู้คนก็ให้การตอบรับพูดคุยกันด้วยเหตุและผล ไม่มีสถานการณ์อะไรที่เรารู้สึกว่าเป็นน่ากังวล ในพื้นที่ภาคใต้เรายังคงเดินหน้ากันอย่างเต็มที่ พี่น้องประชาชนให้การตอบรับเราเป็นอย่างดี การหาเสียงเลือกตั้งรอบนี้กับรอบอื่นๆ แตกต่างกันตรงที่รอบนี้เรารู้สึกว่าคนมีความหนักแน่นขึ้นเข้าใจนโยบายเรามากขึ้น เข้าใจจุดยืนเรามากขึ้น ในพื้นที่ภาคใต้เราแทบจะไม่ต้องอธิบาย ข้อกังขาอะไรเลย ทุกคนพูดคุยกันเรื่องเหตุและผล เข้าใจกันอย่างดี แม้กระทั่งมีคำถาม ก็สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ลงรายละเอียดกันได้ ทุกคนเข้าใจจุดยืนของเรา
น.ส.ภคมนกล่าวว่า เราจึงคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีมากๆ ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งพื้นที่ภาคใต้ใครๆ ก็พูด นักวิชาการต่างๆ ก็พูดว่ารอบนี้ภาคใต้เปิด ถ้าสังเกตหลายพรรคการเมืองบอกว่าเขาต้องการที่จะชิงพื้นที่ในภาคใต้ เราก็เช่นกัน ต้องการที่จะมีเก้าอี้ในภาคใต้เช่นกัน เพราะฉะนั้นโอกาสครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ และเราคิดว่าพี่น้องประชาชนจะได้พิจารณาการเลือกผู้แทนกันด้วยเนื้อหาสาระ ด้วยความหวัง ภาคใต้เป็นภาพสะท้อนที่ดี ภาคใต้วันนี้เราเห็นแคมเปญการทวงคืน 30 ปี การทวงคืนนั่นนี่จากคนที่เคยมีอำนาจและอยู่ในอำนาจรัฐมาโดยตลอด ดังนั้นเราคิดว่าแม้กระทั่งเรื่องนี้ พี่น้องประชาชนตัดสินใจได้ว่าใครควรจะเป็นความหวังให้กับพวกเขา ในโอกาสและอนาคตของภาคใต้ครั้งนี้
ส่วนกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ ส.ส. ว่าไม่ได้มีหน้าที่พัฒนาท้องถิ่นโดยตรงนั้น น.ส.ภคมนกล่าวชี้แจงว่า ซึ่งจริงๆ ในรายละเอียดเราคิดว่าไม่ได้ต่างกัน การที่เรานำเรื่องต่างๆ ไปพูดคุยในสภา ไปตั้งกรรมาธิการศึกษาให้ออกมาเป็นการศึกษาเป็นเล่มและนำมาพัฒนาต่ออันนี้ก็เป็นการผลักดันในพื้นที่เหมือนกัน เราเองเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา เราก็ลงมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่น้องประชาชน มีข้อเสนออย่างเป็นระบบ มีข้อเสนอในเชิงนโยบาย แม้กระทั่งปัจจุบันนี้เราก็มีข้อเสนอการฟื้นฟูหาดใหญ่ คิดว่าการทำงานในฐานะผู้แทนไม่ว่าระดับไหนคุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้พี่น้องประชาชน ดังนั้นคิดว่าเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องการอธิบายที่ต้องไปดูรายละเอียดอยากให้ทุกคนทุกครั้งที่มีหัวข้ออะไรก็ตาม อ่านรายละเอียดให้ครบถ้วนพวกเราพรรคประชาชนยินดีที่จะพูดคุยและชี้แจงไขข้อสงสัยทั้งหมดได้
“และต้องเรียนด้วยความเคารพว่า เราเชื่อว่าคนที่มีความสงสัยและตั้งคำถามกับเราจากภาพในสื่อที่เห็นไม่ใช่คนส่วนใหญ่ เพราะเราเดินกันทั้งวัน แน่นอนว่าสื่อไม่ได้นำเสนอบรรยากาศทั้งวันของเราอยู่แล้ว สิ่งที่เราได้พบแม้กระทั่งตัวดิฉันเอง เราพบบรรยากาศที่อบอุ่นมากๆ ประชาชนให้การต้อนรับเรามากๆ ตลอดทั้งวัน ตลอดทั้ง 10 กว่าวันที่ผ่านมาที่เดิน ดิฉันเองไม่เจอบรรยากาศของการรังเกียจขับไล่หรือการไม่ยอมรับพวกเรา แม้กระทั่งบางคนที่มีคำถามเขาเข้ามาพูดคุยด้วยเหตุและผล และเรายินดีที่จะตอบด้วยเหตุและผล ดังนั้นคิดว่าบรรยากาศส่วนนี้เป็นแค่ส่วนน้อย และเป็นบรรยากาศประชาธิปไตย อยากให้ทุกคนเผชิญหน้ากับนักการเมือง ตั้งคำถามกับนักการเมืองกับทุกพรรคทุกคนแบบที่ตั้งกับพรรคประชาชน คุณจะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าใครสามารถที่จะไขข้อสงสัย และสามารถที่จะเป็นความหวังได้จริงๆ” น.ส.ภคมนกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี 44 ส.ส.ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดว่ามีความกังวลหรือไม่นั้น น.ส.ภคมนกล่าวว่า จริงๆ เรื่องนี้พรรคประชาชนถ้าพูดถึงเรื่องความกังวล เรามีความกังวลที่น่ากังวลเยอะมาก แต่เหล่านี้ไม่ใช่อุปสรรคเลย ถ้าเรามัวแต่คำนึงถึงอุปสรรค เราก็เดินหน้าไม่ได้ วันนี้เราเดินหน้าไปไกลมากแล้ว เรามีแผนที่จะรองรับอยู่ ไม่ว่าอุบัติเหตุใดๆ ทางการเมืองเกิดขึ้นกับเรา เราพร้อมที่จะเดินหน้า
ด้าน นายศุภกร หรือทนายเก่ง ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 1 พรรคประชาชน เบอร์ 4 กล่าวว่า ตนมีความมั่นใจ กระแสตอบรับดีเวลาลงพื้นที่หาเสียง ชาวบ้านได้สอบถามว่ามีนโยบายอะไรบ้าง เราก็สะท้อนว่ามีนโยบายเกี่ยวกับสวัสดิการบ้าง แรงงานบ้าง หรือว่าการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นบ้าง ถือว่ากระแสตอบรับดี ดังนั้นจึงมีความมั่นใจในการลงพื้นที่ กระแสตอบรับจากประชาชนเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยประชาชนให้ความสนใจสอบถามถึงนโยบาย ทั้งด้านสวัสดิการ แรงงาน และการปราบปรามการทุจริต ซึ่งสะท้อนว่าประชาชนให้ความสำคัญกับเนื้อหานโยบายมากขึ้น
ในขณะที่ นายรัตน์ ภู่กลาง ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 1 พรรคเพื่อไทย เบอร์ 3 ลงพื้นที่หาเสียงนั่งรถซาเล้งออกจากบ้านพัก เดินหาเสียงที่ตลาดสดท่ากลาง เขตเทศบาลนครตรัง ตั้งแต่ช่วงเช้า ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่คึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนออกมาจับจ่ายจำนวนมาก โดยนายรัตน์ได้แจกบัตรแนะนำตัว ทักทายและขอคะแนนเสียงจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน โดยได้รับการต้อนรับอย่างเป็นกันเอง
พร้อมกล่าวว่า การลงพื้นที่ทุกวันทำให้การหาเสียงกระชับมากขึ้น และรู้สึกว่าประชาชนให้การตอบรับดี เนื่องจากมองว่าผู้แทนในอดีตไม่ค่อยทำงาน ชาวบ้านจึงอยากให้พรรคเพื่อไทยเข้ามาแก้ไขปัญหาของจังหวัดตรัง ตนเองผูกพันกับพื้นที่มาเกือบ 70 ปี รู้จักชาวบ้านเป็นอย่างดี และหากได้รับเลือกตั้ง จะตั้งใจแก้ไขปัญหาของจังหวัดอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย จังหวัดตรัง มีกำหนดเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในวันที่ 13 มกราคมนี้ เวลา 16.00 น. บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาล 5 หน้าศาลากลางหลังเก่า โดยจะมีการปราศรัยครบทั้ง 4 เขต เพื่อพบปะและนำเสนอนโยบายต่อประชาชน โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทยร่วมขึ้นเวที อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง และ นายก่อแก้ว พิกุลทอง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลิซ่า ลุยเมืองตรังช่วย ทนายเก่ง หาเสียง ชี้คนใต้เข้าใจพรรคประชาชนมากขึ้น สะท้อนสัญญาณดี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th