รัฐสภาสิงคโปร์ ผ่านกฎหมายใหม่กำหนดโทษ “เฆี่ยนแก๊งมิจฉาชีพ” สกัดคดีหลอกลวงพุ่ง 20,000 คดี
รัฐสภาสิงคโปร์ ผ่านกฎหมายใหม่กำหนดโทษ "เฆี่ยนแก๊งมิจฉาชีพ" สกัดคดีหลอกลวงพุ่งทะลุ 20,000 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในช่วง 5 ปี
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.31 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐสิงคโปร์ประกาศใช้กฎหมายใหม่ที่กำหนดให้เฆี่ยนตี (caning) ผู้กระทำความผิดคดีหลอกลวงทางการเงิน (scammers) เพื่อรับมือกับอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก กฎหมายดังกล่าวได้รับการผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเมื่อวันอังคาร โดยมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งอาชญากรรมทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในสิงคโปร์และทั่วโลก
ข้อมูลจากตำรวจสิงคโปร์ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน มีเหยื่อถูกหลอกให้สูญเงินรวมกว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในปี 2567 เพียงปีเดียวมีมูลค่าความเสียหายสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เพียงหกเดือนแรก มีคดีหลอกลวงเกือบ 20,000 คดี คิดเป็นความเสียหายกว่า 456.4 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์
ตามกฎหมายใหม่ ผู้กระทำการหลอกลวงและผู้จัดหาหรือรับสมาชิกเข้าร่วมขบวนการหลอกลวง (scam syndicate) จะถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนอย่างน้อย 6 ครั้ง และอาจสูงสุดถึง 24 ครั้ง เพื่อเป็นการป้องปรามขั้นเด็ดขาด
ส่วนบัญชีม้าหรือผู้ที่ช่วยเปิดบัญชีให้ขบวนการหลอกลวง (scam mules) จะถูกพิจารณาให้เฆี่ยนได้ไม่เกิน 12 ครั้ง ตามดุลพินิจของศาล
Sim Ann รัฐมนตรีอาวุโสประจำกระทรวงมหาดไทย กล่าวระหว่างการประชุมสภาว่า “คดีหลอกลวงเป็นอาชญากรรมที่พบมากที่สุดในสิงคโปร์ขณะนี้ คิดเป็น 60% ของอาชญากรรมทั้งหมดที่มีการรายงาน”
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสิงคโปร์ได้ออกกฎหมายเพิ่มเติมให้อำนาจตำรวจ ควบคุมบัญชีธนาคารของบุคคลที่ถูกสงสัยว่าเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวง รวมถึงสามารถจำกัดการทำธุรกรรมทางการเงินได้
ทั้งตำรวจและธนาคารกลางสิงคโปร์ยังได้ร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ตั้งแต่ปี 2565 เพื่อพัฒนาระบบแยกแยะธุรกรรมต้องสงสัย อายัดบัญชีที่อาจเชื่อมโยงกับการฟอกเงิน และติดตามเส้นทางการเงินของแก๊งหลอกลวงอย่างใกล้ชิด
อ้างอิง : bloomberg.com