โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วังหน้ารัชกาลที่ 1-4 แต่ละพระองค์ทรงมีหน้าที่อะไรบ้าง?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 24 ธ.ค. 2568 เวลา 07.02 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2568 เวลา 02.53 น.
พระบวรราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท วังหน้า

วังหน้ารัชกาลที่ 1-4 แต่ละพระองค์ทรงมีหน้าที่อะไรบ้าง?

กรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ “วังหน้า” ว่าที่พระมหากษัตริย์องค์ต่อไป เป็นตำแหน่งที่มีมานานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สืบมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

จำเพาะเจาะจงที่ “วังหน้ารัชกาลที่ 1-4” แต่ละพระองค์ทรงทำหน้าที่อะไรบ้าง?

ใน “พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 5” พระนิพนธ์ใน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กล่าวถึงหน้าที่ของวังหน้าสมัยรัชกาลที่ 1-4 ซึ่งในพระราชพงศาวดารฉบับนี้เรียกว่า “พระมหาอุปราช” ไว้ว่า

ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) พระมหาอุปราชต้องทำศึก ทั้งที่โดยเสด็จและเสด็จไปโดยลำพังพระองค์มาจนตลอดพระชนมายุ

ถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) พม่ามาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายตะวันตก พอถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เกิด “กบฏเวียงจันทร์” พระมหาอุปราชก็เสด็จไปบัญชาการศึกทั้ง 2 คราว

แต่เมื่อถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) จะยกกองทัพไปตีเมืองเชียงตุง พระมหาอุปราช คือ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศักดิ์อย่างเป็นพระเจ้าแผ่นดิน จึงโปรดให้กรมหลวงวงศาธิราชสนิทไปบัญชาการศึกต่างพระมหาอุปราช

“พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 5” ระบุอีกว่า นอกจากทำศึก พระมหาอุปราชยังมีหน้าที่ตลอดไปถึงการป้องกันพระราชอาณาเขต

ข้อนี้มีมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ เช่น ในการสร้างป้อมปราการที่เมืองพระประแดงและเมืองสมุทรปราการ พระมหาอุปราชก็ทรงบัญชาการทั้งในรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 3

“ถึงรัชกาลที่ ๔ ที่โปรดให้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจัดทหารบกทหารเรือขึ้นทางฝ่ายวังหน้า ก็เนื่องมาแต่หน้าที่ของพระมหาอุปราชในการป้องกันพระราชอาณาเขตต์นั่นเอง

เมื่อว่าโดยย่อหน้าที่ของพระมหาอุปราชเป็นฝ่ายทหารเนื่องด้วยการทำศึกสงครามมาแต่โบราณ จึงมีผู้คนทั้งนายและไพร่ขึ้นอยู่ในกรมพระราชวังบวรสถานมงคลมากกว่ากรมอื่นๆ เพื่อเกิดศึกสงครามเมื่อใดพระมหาอุปราชจะได้เรียกรี้พลได้ทันที

ข้อนี้เป็นมูลเหตุที่มีขุนนางวังหน้า เรียกว่า “ข้าราชการฝ่ายพระราชวังบวร” ขึ้นเป็นจำนวนมากอีกแผนก ๑.”

แม้จะเป็นว่าที่พระมหากษัตริย์องค์ต่อไป แต่เวลาที่ว่างเว้นการศึกสงคราม พระมหาอุปราชก็ไม่ได้มีหน้าที่ปกครองพระราชอาณาเขตแต่อย่างใด

สาเหตุที่ไม่ให้พระมหาอุปราชเกี่ยวข้องในการปกครองบ้านเมืองนั้น น่าจะเกี่ยวเนื่องมาแต่โบราณ ดังที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ว่า

“ด้วยพิเคราะห์ตามเรื่องพงศาวดาร แม้พระมหาอุปราชเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าแผ่นดินก็ไม่พ้นมีเหตุร้ายได้ทุกรัชกาล ยิ่งพระมหาอุปราชมิได้เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าแผ่นดินแล้วมักเกิดเหตุร้ายยิ่งกว่าที่จะเรียบร้อย มีตัวอย่างมาหลายคราว ฐานะของพระมหาอุปราชจึงมีความลำบากอยู่ไม่น้อย”

สรุปแล้ว หน้าที่วังหน้ารัชกาลที่ 1-4 หลักๆ คือการรบทัพจับศึก โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 1-3 แต่พอถึงรัชกาลที่ 4 ด้วยพระมหากษัตริย์ทรงโปรดให้วังหน้ามีศักดิ์เทียมพระเจ้าแผ่นดิน จึงโปรดให้ขุนนางไปบัญชาการศึกแทน

“ศิลปวัฒนธรรม” พาย้อนยุคหัวเลี้ยวหัวต่อประวัติศาสตร์ไทยใน “วิกฤตการณ์วังหน้า” เหตุการณ์สำคัญต้นรัชกาลที่ 5 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนของการเมืองประเทศสยาม มาร่วมกันเจาะลึกเรื่องราวเหล่านี้ได้ใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY วิกฤตการณ์วังหน้า ไฟไหม้วังหลวง ปฐมบทรัชกาลที่ 5 ยึดคืนพระราชอำนาจ” ได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=h6OF5qhDfU0

youtube

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 5. พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอดิสัยสุริยาภา ทรงพิมพ์ในงานฉลองพระชันษาครบ 5 รอบ เมื่อ พ.ศ. 2493.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 ธันวาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วังหน้ารัชกาลที่ 1-4 แต่ละพระองค์ทรงมีหน้าที่อะไรบ้าง?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

youtube
youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...