จับตาอีแจมยองเยือนจีนรับปีใหม่ สะท้อนเกมถ่วงดุลเกาหลีเหนือ-สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น
อีแจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เตรียมเดินทางเยือนจีนเป็นเวลา 4 วัน ย้ำยึด ‘หลักการจีนเดียว’ ด้านผู้เชี่ยวชาญจับตามอง ชี้ ‘ไม่ปกติ’ คาดทั้ง 2 ประเทศหวังจัดการปัญหาเกาหลีเหนือ และเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ขณะที่จีนหวังถ่วงดุลอำนาจสหรัฐฯ – ญี่ปุ่นในเอเชียตะวันออก
อีแจมยองตอบรับคำเชิญจากสีจิ้นผิง เตรียมเดินทางเยือนจีนตั้งแต่วันที่ 4-7 มกราคม ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ที่ผู้นำเกาหลีใต้เยือนปักกิ่ง นับตั้งแต่รัฐบาลงมุนแจอินในปี 2017 โดยกำหนดการเบื้องต้นระบุว่า อีจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดจีน-เกาหลีใต้ในวันที่ 4-6 มกราคม และเดินทางไปยังเซี่ยงไฮ้ในวันที่ 6-7 มกราคม
ก่อนการเดินทาง ผู้นำเกาหลีใต้ให้สัมภาษณ์กับ CCTV สื่อจีนเมื่อวานนี้ (2 มกราคม) ว่า สีจิ้นผิงเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ และมีวิสัยทัศน์อย่างแท้จริง โดยจีนและเกาหลีใต้มีหลายประเด็นที่ร่วมมือกันได้ โดยเฉพาะประเด็นทางเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่า เป้าหมายการเยือนของเกาหลีใต้ คือการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐบาลปักกิ่ง
นอกจากนี้ อียังระบุว่า ตนเคารพในหลักการจีนเดียว และจุดยืนของเกาหลีใต้ต่อประเด็นไต้หวันไม่มีการเปลี่ยนแปลง พร้อมย้ำว่า สันติภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและช่องแคบไต้หวันมีความสำคัญอย่างยิ่ง และเขาจะไม่เลือกข้างในข้อพิพาทจีน-ญี่ปุ่น
ทั้งนี้ สื่อเกาหลีใต้และผู้เชี่ยวชาญมองว่า การเยือนครั้งนี้ ‘ไม่ปกติ’ เพราะเป็นการเดินทางของอีหลังเข้าสู่ปีใหม่ไม่กี่วัน รวมถึงเป็นการพบกันของผู้นำจีน-เกาหลีใต้ถึง 2 ครั้งภายในระยะเวลา 2 เดือน
บทวิเคราะห์จาก The Chosun Daily สื่อเกาหลีใต้ระบุว่า อีต้องการแก้ไขปัญหาเกาหลีเหนือโดยมีจีนเป็นตัวกลาง รวมถึงลดแรงกดดันจากฐานเสียงภายในประเทศที่วิจารณ์นโยบายสนับสนุนญี่ปุ่น ขณะที่ คัง จุนยอง ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองจาก Hankuk University of Foreign Studies ให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่า จีนต้องการเน้นย้ำความสำคัญของเกาหลีใต้ท่ามกลางข้อพิพาททางการเมืองกับญี่ปุ่นจากปมไต้หวัน
นอกจากนี้ Reuters ยังวิเคราะห์ว่า จีนและเกาหลีใต้กำลังเผชิญปัญหาซับซ้อนคล้ายกัน อย่างการแข่งขันทางอำนาจระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยเกาหลีใต้เป็นพันธมิตรหลักของวอชิงตันในภูมิภาค ขณะที่เกาหลีใต้ต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากเกาหลีเหนือในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งมีจีนเป็นผู้สนับสนุนสำคัญ
อนึ่ง ชิน บอมชุล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ และนักวิจัยอาวุโสของ Sejong Institute ระบุว่า ผู้นำทั้ง 2 ประเทศอาจหารือประเด็นอ่อนไหว เช่น ท่าทีของเกาหลีใต้ในบทบาทพันธมิตรของสหรัฐฯ โดยโซลต้องสร้างความมั่นใจว่า แผนเรือดำน้ำนิวเคลียร์มีเป้าหมายแค่ยับยั้งเกาหลีเหนือ ไม่ใช่การถ่วงดุลอำนาจจีน หรือข้องเกี่ยวกับไต้หวัน
ในช่วงที่ผ่านมา การเยือนจีนของผู้นำเกาหลีใต้ในปี 2017 เต็มไปด้วยเสียงวิจารณ์ว่า รัฐบาลปักกิ่งปฏิบัติไม่ดีต่อทางการโซล เช่น ใช้เจ้าหน้าที่รัฐมนตรีระดับรองต้อนรับที่สนามบิน, ห้ามสื่อเกาหลีใต้ถ่ายภาพ, สื่อจีนไม่รายงานข่าวงานเลี้ยงในหน้าสื่อ ไปจนถึงมุนแจอินร่วมรับประทานกับสีจิ้นผิงเพียง 1 มื้อ และไม่มีแถลงการณ์ร่วมในการประชุมสุดยอด
คาดว่า ท่าทีดังกล่าวเป็นความตั้งใจของจีนเพื่อตอบโต้ข้อพิพาทระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense System) ในปี 2016 หลังเกาหลีใต้ตอบรับให้สหรัฐฯ เข้ามาติดตั้ง THAAD ในประเทศ เพื่อป้องปรามเกาหลีเหนือ แต่จีนมองว่า ขีปนาวุธเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ เพราะสหรัฐฯ อาจใช้ประโยชน์คุกคามประเทศได้
ภาพ: ZUMA Press Wire via Reuters
อ้างอิง:
- https://www.koreatimes.co.kr/foreignaffairs/20260103/lee-says-no-change-in-s-koreas-position-to-respect-one-china-policy
- https://www.reuters.com/world/china/chinas-xi-host-south-koreas-lee-new-year-amid-japan-tensions-2026-01-02/
- https://www.chosun.com/english/national-en/2026/01/03/AOQ4SJT7EZCF7A5RDA2F7XB73U/