โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SOCIETY: บริษัทขนส่งญี่ปุ่นประกาศ ที่ไหนมีคน ‘เจอหมี’ ที่นั่นจะไม่มีการส่งพัสดุ เพื่อความปลอดภัยของไรเดอร์

BrandThink

เผยแพร่ 15 พ.ย. 2568 เวลา 07.00 น.

ปีนี้ญี่ปุ่นมีเหตุหมีอาละวาดหนัก ใครไปทัวร์ตามต่างจังหวัดก็อาจเจอป้ายเตือนหรือพวกกระดิ่งไล่หมีแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และถ้าใครตามข่าว ปีนี้มีเหตุหมีทำร้ายคนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ หลายๆ พื้นที่ที่หมีไม่เคยออกมาเพ่นพ่านก็พากันออกมา และปีนี้มีคนโดนหมีโจมตีถึงขั้นบาดเจ็บเกิน 100 คน และก็มีชีวิตมนุษย์ต้องสังเวยให้กับหมีญี่ปุ่นกว่าสิบชีวิตเข้าไปแล้ว

แน่นอนว่าด้านหนึ่งก็จะมีคนบอกว่ามนุษย์นั้นไปสร้างอารยธรรมบนที่อยู่อาศัยของหมี พวกมันก็แค่มาทวงพื้นที่คืน ก็ว่ากันไป แต่อีกด้าน สังคมบ้านนอกญี่ปุ่นก็ต้องเตรียมการรับมือหมีแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะอย่างที่บอกไปว่าไม่เคยมีบันทึกในสังคมญี่ปุ่นสมัยใหม่ว่ามีปีไหนที่หมีออกอาละวาดทำร้ายผู้คนมากเท่าปีนี้

เพื่อให้เห็นภาพว่าสถานการณ์หนักหนาแค่ไหน เราอยากยกตัวอย่างที่บริการส่งพัสดุของบริษัทขนส่งเจ้าใหญ่อย่าง Japan Post ประกาศระงับส่งพัสดุชั่วคราวในพื้นที่ที่มีคน ‘เจอหมี’ มาตั้งแต่ 5 พฤศจิกายน 2025 แล้ว นอกจากนี้ยังมีประกาศว่า ในพื้นที่ใกล้เคียงจะไม่มีการส่งพัสดุด้วยมอเตอร์ไซค์หลัง 5 โมงเย็นอีกด้วยเพื่อให้เห็นภาพ อยากให้ดูคลิปนี้ https://x.com/MULBERRY_STABLE/status/1986678954527527184

เป็นคลิปที่หมีเข้าจู่โจมรถจนกระทั่งรถบุบ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนกลางคืน โดยเราก็ต้องเข้าใจก่อนว่าจริงๆ แล้วหมีไม่ได้โจมตีตอนกลางคืนเป็นหลัก แต่ถ้ามันโจมตีตอนกลางคืน มนุษย์จะรับมือได้ยากกว่าแน่ๆ คนในคลิปโชคดีที่อยู่ในรถ ถ้านั่งมอเตอร์ไซค์ เรื่องราวอาจไม่จบแค่รถบุหรือมีแค่รอยเล็บหมี

ทำไมสถานการณ์ถึงบานปลายได้ขนาดนี้?

ทั้งนี้ต้องเข้าใจก่อนว่าในสมัยก่อน ผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุมประชากรหมีคือนายพราน โดยจะมีใบอนุญาตล่าหมีอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ดี ก็ดังเช่นส่วนต่างๆ ของสังคมญี่ปุ่นที่มาจากญี่ปุ่นยุคก่อน นายพรานยุคนี้มีน้อยลงเรื่อยๆ คนรุ่นใหม่ไม่เป็นนายพรานกัน นายพรานที่มีก็แก่แล้ว สู้หมีไม่ค่อยไหว และสถานการณ์ก็สะสมมานานจนหมีทวีจำนวนและออกอาละวาดอย่างที่เห็น

แน่นอน รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามอนุญาตให้มี ‘นายพรานจำเป็น’ โดยหย่อนระเบียบการใช้อาวุธปืนในพื้นที่ที่หมีอาละวาด แต่สังคมญี่ปุ่นก็ไม่ได้มีปืนและมีคนที่มีทักษะใช้ปืนมากมายขนาดจะเป็นพลเมืองดีช่วยกันล่าหมี (แน่นอนว่าถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ผลลัพธ์มันอาจต่างไป)

นอกจากนี้ ‘มืออาชีพ’ ที่มีความสามารถในการใช้ปืนอย่างทหารญี่ปุ่น (ให้ตรงคือ ‘กองกำลังป้องกันตัวเอง’) ก็ติดเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดกว่า ทหารญี่ปุ่นจะใช้อาวุธได้ต่อเมื่อ ‘กองกำลังติดอาวุธ’ อีกฝ่ายจู่โจมญี่ปุ่นหรือชาติพันธมิตร

หมีไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธ ดังนั้นทหารญี่ปุ่นยิงหมีไม่ได้ ทางกระทรวงกลาโหมก็ต้องเคารพรัฐธรรมนูญ เต็มที่คือส่งทหารไปวางกับดักหมีเท่านั้น เพราะตามระเบียบ ถึงทหารเจอหมี ก็ไม่สามาระจะยิงหมีได้ เพราะรัฐธรรมนูญนั้นล็อกเอาไว้ และคนญี่ปุ่นก็เป็นคนเถรตรงต่อกฎหมาย

แน่นอน วิกฤตการณ์หมีนี้ก็คงจะดำเนินต่อไปในสังคมบ้านนอกญี่ปุ่นอีกสักพัก เพราะในสังคมเมือง คนเมืองเห็น ‘ผู้รุกราน’ อีกแบบที่ไม่ใช่หมี แต่เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยในญี่ปุ่นมากขึ้น เพราะญี่ปุ่นขาดแคลนแรงงานจนต้องให้คนต่างชาติมาทำงานเพิ่มขึ้น แต่นี่ก็ทำให้คนญี่ปุ่นเริ่มหวั่นๆ ว่าสังคมที่เคยมีแต่การ ‘รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อญี่ปุ่น’ นี้จะเสียอัตลักษณ์ไป และทำให้ขบวนการขวาจัดเริ่มขยายตัว

ก็เรียกได้ว่า ยุคนี้สังคมญี่ปุ่นน่าจะรู้สึกถึง ‘การคุกคามจากภายนอก’ ที่สุดแล้ว นับแต่ยุคสงครามโลก ทั้งจากหมีและสิ่งที่ไม่ใช่หมี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...