“เปิ้ล นาคร” ไม่ทน! แจ้งความเอาผิดมิจฉาชีพ ตัดต่อเสียง–คลิป AI แอบอ้างโปรโมตเว็บพนัน เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ
“เปิ้ล นาคร” ไม่ทน! แจ้งความเอาผิดมิจฉาชีพ ตัดต่อเสียง–คลิป AI แอบอ้างโปรโมตเว็บพนัน เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ
กลายเป็นอีกหนึ่งกรณีเตือนภัยสังคม เมื่อพิธีกรและนักแสดงชื่อดัง “เปิ้ล นาคร ศิลาชัย” ออกมาเอาจริงเอาจัง หลังถูกมิจฉาชีพนำเสียงและคลิปสัมภาษณ์ไปตัดต่อด้วยเทคโนโลยี AI แอบอ้างใช้โปรโมตเว็บพนันออนไลน์ สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง และทำให้ประชาชนจำนวนมากเข้าใจผิด
ล่าสุดวันนี้ (6 ม.ค. 69) เวลา 16.00 น. เปิ้ล นาคร ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพอย่างถึงที่สุด
หลังแจ้งความ เปิ้ล นาคร เปิดใจกับทีมข่าวว่า ครั้งแรกที่เห็นคลิปถึงกับตกใจ เพราะภาพและเสียงเหมือนตัวเองมาก จนแว๊บแรกยังคิดว่าอาจเผลอรับงานไว้โดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อฟังดี ๆ ก็ยืนยันได้ทันทีว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะตนไม่เคยเล่นการพนันและไม่รู้จักเว็บพนันใด ๆ
“มันเนียนมากจนตกใจ ปากเราพูดเองเหมือนจริง ทั้งที่ไม่เคยพูดเลย ในคลิปยังอ้างชื่ออินฟลูเอนเซอร์ดังว่าชวนผมไปเล่นพนันจนได้เงิน แล้วให้ผมมาชวนประชาชนต่อ ขอยืนยันตรงนี้เลยว่าทั้งหมดคือของปลอม เป็น AI ที่มืออาชีพมาก น่ากลัวจริง ๆ” เปิ้ลกล่าว
เปิ้ล นาคร เล่าต่อว่า เดิมตั้งใจจะนิ่งเฉยเพราะคิดว่าคนดูน่าจะรู้ว่าเป็นคลิปปลอม แต่ภรรยา “จูน กษมา” แนะนำให้รีบแจ้งความ เนื่องจากหากปล่อยไว้ มิจฉาชีพอาจทำซ้ำและมีประชาชนหลงเชื่อจนเกิดความเสียหาย แม้ตนจะไม่เสียเงินโดยตรง แต่ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือได้รับผลกระทบอย่างมาก
นอกจากนี้ เปิ้ลยังเผยว่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่ครอบครัวตกเป็นเหยื่อ ก่อนหน้านี้ธุรกิจของครอบครัวและเพจของภรรยาก็เคยถูกปลอมแปลงเพื่อหลอกโอนเงิน มีมูลค่าความเสียหายรวมเป็นหลักล้านบาท พร้อมระบายความอัดอั้นว่า
“คนพวกนี้เหมือนยุง เหมือนแมลงสาบ แจ้งความมาไม่รู้กี่รอบ อะไรขายดีมันก็ปลอมหมด”
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า การก่อเหตุลักษณะดังกล่าวพบได้บ่อย โดยมิจฉาชีพจะใช้ชื่อเสียงของดาราหรือบุคคลมีชื่อเสียงมาสร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บพนัน เบื้องต้นได้รวบรวมพยานหลักฐานและลิงก์ทั้งหมดไว้แล้ว พร้อมประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการปิดกั้น URL ทันที ทั้งนี้ผู้กระทำผิดแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มมือสมัครเล่นที่ติดตามตัวได้ง่าย และกลุ่มมืออาชีพที่มีการปกปิด IP ซึ่งต้องใช้เวลาในการสืบสวน
สำหรับบทลงโทษ ผู้กระทำผิดเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน มาตรา 12 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีตัดต่อและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท
ท้ายที่สุด เปิ้ล นาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝากเตือนประชาชนและเยาวชนให้ใช้วิจารณญาณ แม้คลิป AI จะดูสมจริง แต่สามารถสังเกตได้จากการขยับปากที่ไม่ตรงกับเสียง หรือจังหวะการพูดที่ผิดปกติ พร้อมย้ำอย่าคลิกลิงก์สุ่มเสี่ยง หากพบคลิปปลอมขอให้ช่วยกันแจ้งและแชร์เตือนต่อกัน และหากใครถูกหลอกเสียหาย แม้เพียง 500 บาท ก็สามารถเข้าแจ้งความได้ เพื่อเป็นข้อมูลให้เจ้าหน้าที่เร่งกวาดล้างขบวนการมิจฉาชีพต่อไป