โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ” นำการเทขายบอนด์ทั่วโลก ท่ามกลางกระแสออกตราสารหนี้เอกชนพุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ธ.ค. 2568 เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2568 เวลา 03.22 น.

"พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ" นำการเทขายบอนด์ทั่วโลก ท่ามกลางกระแสออกตราสารหนี้เอกชนพุ่ง แรงขาย "บอนด์" กระเพื่อมทั่วโลก ยีลด์สหรัฐพุ่งรับคลื่นออกพันธบัตรเอกชน

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 03.47 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลง หลังยอดขายพันธบัตรบริษัทเอกชนพุ่งขึ้น ซึ่งสะท้อนสภาวะการเงินที่ผ่อนคลาย ผนวกกับแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลก ในช่วงเปิดเดือนสุดท้ายของปี

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 0.05% แตะระดับสูงสุดในรอบประมาณหนึ่งสัปดาห์ การปรับตัวเร่งขึ้นในช่วงเช้าการซื้อขายของสหรัฐ โดยเฉพาะพันธบัตรอายุยาวซึ่งปิดตลาดเพิ่มขึ้นราว 0.08% หลังจากบริษัท Merck & Co. เปิดขายพันธบัตรล็อตใหญ่ที่สุดของวัน ในกลุ่มผู้ออกตราสารหนี้รวมมูลค่า 1.58 แสนล้านดอลลาร์

นอกจากต้องแข่งขันกับพันธบัตรรัฐบาลเพื่อดึงเงินลงทุนแล้ว การออกพันธบัตรภาคเอกชนที่แข็งแกร่งยังสะท้อนสภาวะการเงินที่ผ่อนคลาย ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐดัชนีสภาวะการเงินของ Goldman Sachs ระบุว่า “ผ่อนคลายอย่างมากตลอดทั้งปี และลดลงอีก 0.25% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา”

ขณะเดียวกันความคาดหวังสูงว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมสัปดาห์หน้า แม้มีกรรมการหลายรายคัดค้าน เนื่องจากกังวลว่าเงินเฟ้ออาจฝังตัวสูงกว่าเป้าหมาย 2% ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดพันธบัตรแจ็ค แมคอินไทร์ ผู้จัดการพอร์ตของ Brandywine Global Investment Management กล่าวว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุยาวถูก “ขับเคลื่อนโดยความคาดหวังเงินเฟ้อ” พร้อมเสริมว่า“การลดดอกเบี้ยในขณะที่เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย ทำให้เกิดคำถามตามมา”

นักเศรษฐศาสตร์ของ Bank of America กลับมาคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในวันที่ 10 ธันวาคม อิงจากข้อมูลการจ้างงานเดือนกันยายนที่ล่าช้า ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน โดยตัวเลขอัตราว่างงานเพิ่มขึ้นเกือบแตะ 4.5% พร้อมทั้งถ้อยแถลงของประธานเฟดสาขานิวยอร์ก จอห์น วิลเลียมส์ ที่สนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม ท่ามกลางสัญญาณอ่อนแอของตลาดแรงงาน

นอกจากนี้ในวันจันทร์ ดัชนีภาคการผลิตของเอกชนสหรัฐหดตัวลงอย่างไม่คาดคิด และองค์ประกอบด้านการจ้างงานก็ลดลงด้วยเช่นกัน ส่งผลให้แรงเทขายพันธบัตรชะลอตัวลง

ทั้งนี้การออกพันธบัตรมูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์ของ Merck นำหน้าผู้กู้รวม 8 รายแรก หลังจากการออกตราสารหนี้หยุดชะงักไปก่อนวันหยุด Thanksgiving ของสหรัฐ เม็ดเงินรวมเกือบ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นกว่า 3 ใน 4 ของปริมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ที่ดีลเลอร์ประเมินไว้สำหรับสัปดาห์นี้ ภาคเอกชนสหรัฐมีการระดมทุนรวม 1.55 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้จนถึงเดือนพฤศจิกายน

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ลดลง โดยผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีหลุดระดับ 4% เป็นระยะในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ทำให้สภาพระดมทุนของบริษัทเอกชนเอื้ออำนวยขึ้น ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังวิลเลียมส์ระบุว่าเฟดยังมีช่องว่างสำหรับการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะใกล้ ทั้งนี้ผู้กำหนดนโยบายของเฟดกำลังดำเนินงานโดยมีข้อมูลเศรษฐกิจไม่ครบถ้วนจากผลกระทบของการชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ซึ่งทำให้ข้อมูลสำคัญหลายชุดล่าช้า

แม้ข้อมูลไม่ครบถ้วน แต่ตลาดยังให้ความเป็นไปได้ถึง 80% ที่ Fed จะลดดอกเบี้ยอีกครั้งสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นครั้งที่ 3 ในรอบปี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งวิจารณ์ตลอดปีว่า เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ลดดอกเบี้ยน้อยเกินไป กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาได้เลือกผู้สืบตำแหน่งประธานเฟดแล้ว โดยวาระของพาวเวลจะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม ตลาดการเงินสหรัฐยังได้ปรับเพิ่มความคาดหวังการลดดอกเบี้ยในปี 2569 หลังจากมีรายงานว่านายเควิน ฮัสเซ็ต ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (NEC) เป็นแคนดิเดตตัวเต็ง

พันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกเผชิญแรงขายตั้งแต่ก่อนตลาดสหรัฐเปิด หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 จากความคาดหวังว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนนี้

ต้นทุนการกู้ยืมระยะสั้นของญี่ปุ่นอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินสูง ปรับขึ้นเหนือ 1% เป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี แรงหนุนมาจากถ้อยแถลงของผู้ว่าการ BOJ คาซูโอะ อุเอดะ ที่ส่งสัญญาณถึงโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ตลาดเงินเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยวันที่ 19 ธันวาคม จากไม่ถึง 25% ในสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 80%

ผู้เล่นในตลาดพันธบัตรสหรัฐติดตามนโยบายของ BOJ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นผู้ควบคุมปริมาณสภาพคล่องของเงินเยนที่ไหลเวียนทั่วโลก อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในญี่ปุ่นอาจทำให้นักลงทุนในประเทศเลือกถือพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นมากขึ้นแทนการลงทุนในสินทรัพย์ผลตอบแทนสูงในต่างประเทศอย่างพันธบัตร

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...