Rob Jetten นายกฯ เนเธอร์แลนด์ที่อายุน้อยที่สุด เป็นเกย์โดยเปิดเผย และเอาชนะชาตินิยมขวาจัด ด้วยมุมมองเชิงบวกกับการเป็น ‘เสรีนิยมที่รักชาติ’
ในการเลือกตั้งเนเธอร์แลนด์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ผู้ชนะการเลือกตั้งและกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนล่าสุดก็ได้แก่ Rob Jetten ผู้นำพรรคเสรีนิยมสายกลางอย่าง D66 ที่สื่อหลายสำนักขนานนามว่าเป็น ‘ความหวังใหม่ของยุโรป’ เพราะเขาสามารถเอาชนะฝั่งชาตินิยมขวาจัดที่กำลังได้รับความนิยมในหลายๆ ประเทศได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาเอาชนะพรรคชาตินิยมขวาจัดของGeert Wilders ได้ก็คือ ความเป็นผู้มองโลกบวกอย่างแท้จริง (Genuine Optimist) อีกทั้งยังนำเสนอตัวเองเป็นเสรีนิยมที่รักชาติ ซึ่งได้ใจประชาชนจำนวนมากที่กำลังเบื่อหน่ายกับกระแสเกลียดชังและพลังงานลบในทางการเมือง หากแต่บางส่วนก็ยังอยากคงไว้ซึ่งเอกภาพในประเทศ
และโดยตัวของเขาเอง ก็กลายเป็นประวัติศาสตร์ใหม่ๆ สำหรับประเทศเนเธอแลนด์ ทั้งการที่เขามีอายุเพียง 38 ปี ซึ่งนับเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของเนเธอแลนด์ อีกทั้งเขายัง ‘เป็นเกย์’ อย่างเปิดเผย โดยคู่หมั้นของเขาคือ Nicolas Keenan นักกีฬาฮ็อกกี้โอลิมปิกวัย 28 ปี และพวกเขาก็กำลังจะกลายเป็น ‘คู่สุภาพบุรุษหมายเลข 1’ คู่แรกของชาติ
น่าสนใจขนาดนี้ โอกาสนี้เราจึงอยากชวนไปทำความรู้จักเขากันทีละแง่มุม
1. อายุน้อย แน่นประสบการณ์
Rob Jetten เกิดเมื่อปี 1987 ปัจจุบันมีอายุ 38 ปี ในวัยเด็กเขาเคยเป็นนักวิ่งมาก่อนและมีฝันอยากเป็นนักกีฬาชั้นนำของโลก แต่เมื่อเติบโตขึ้นได้เข้าเรียนรัฐประศาสนศาสตร์หรือสาขาวิชาที่ว่าด้วยการบริหารจัดการงานสาธารณะที่มหาวิทยาลัย Radboud ในปี 2005 และเข้าสู่แวดวงการเมืองด้วยการดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคเยาวชนของ D66 ในปี 2008
จากนั้นเขาได้ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาเทศบางเมือง Nijmegen ในปี 2010 และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2017 ต่อมาในปี 2022 เขาก็ได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนโยบายสภาพภูมิอากาศและพลังาน จากนั้นได้รับตำแหน่งผู้นำพรรค D66 ต่อจาก Sigrid Kaag ในปี 2023 และเป็นรองนายกรัฐมนตรีคนที่หนึ่งในปี 2024
เรียกได้ว่าเขาเติบโตบนเส้นทางการเมืองอย่างมั่นคงและเต็มไปด้วยประสบการณ์ และเมื่อย้อนกลับไปตั้งแต่เด็ก จุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาหันเหจากโลกกีฬามาสนใจการเมืองก็คือตอนที่ Theo van Gogh คนทำหนังหัวก้าวหน้าผู้เป็นหลานของแวนโก๊ะ ถูกชาวมุสลิมหัวรุนแรงฆาตกรรมในปี 2004 เหตุการณ์นี้สร้างความตึงเครียดทางการเมืองอย่างมากในยุโรป และทำให้ Jetten เองมองว่าหากเขาต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง เขาจำเป็นต้องลงมือทำ
2. เกย์ผู้มีคู่หมั้นเป็นนักกีฬา และเป็น ‘คู่สุภาพบุรุษหมายเลข 1’ คู่แรกของชาติ
Rob Jetten เป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองที่เป็นเกย์โดยเปิดเผย เขามีคู่หมั้นคือ Nicolas Keenan นักกีฬาฮ็อกกี้ทีมชาติอาร์เจนตินา ผู้ไปแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกมาแล้วถึงสองครั้ง ทั้งคู่พบกันในปี 2022 ในช่วงการประท้วงของเกษตรกร ที่ Jetten ต้องไปหาที่พักลับที่ปลอดภัยซึ่งเขาก็ได้พบกับ Keenan ที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน และต่างก็ “ตกหลุมรักกันในทันที”
ทั้งคู่คบหากันและตัดสินใจหมั้นหมายกันในเดือนพฤศจิกายนปี 2024 พร้อมประกาศทางอินสตาแกรมว่า “กำลังจะเป็นมิสเตอร์แอนด์มิสเตอร์ เร็วๆ นี้” การหมั้นหมายของพวกเขาได้รับความสนใจจากสาธารณชนเป็นอย่างมาก มีข่าวลือว่าทั้งคู่มีแผนจะแต่งงานกันในปี 2026
Keenan มักให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกรักอย่างล้นหลามที่มีต่อ Jetten ฝั่งของ Jetten เองก็เคยกล่าวว่า “ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการรักใครสักคนถึงขนาดนี้มันจะเป็นไปได้” Keenan ช่วยให้เขาสามารถผ่านเรื่องราวยากๆ และมองสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีสติมากขึ้น Keenan ยังมักปรากฏตัวเพื่อเป็นกำลังให้คนรักในเหตุการณ์สำคัญต่างๆ เสมอ ซึ่งไม่เพียงเป็นการยืนยันในความรักต่อกัน แต่ยังยืนยันถึงความรักของ LGBTQ ที่เป็นเรื่องงดงามและไม่จำเป็นต้องซ่อนเร้นแม้พวกเขาจะเป็นบุคคลระดับประเทศก็ตาม
3. นักมองโลกบวกตัวจริง
“มันเป็นไปได้” และ “ใช่ พวกเราทำได้” คือสโลแกนหลักของพรรค D66 ซึ่งมีนโยบายสำคัญในการแก้ไขวิกฤติที่อยู่อาศัยในเนเธอแลนด์ การสร้างวงจรพลังงานสะอาดภายในประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนให้กลายเป็น ‘เจเนอเรชั่นที่สุขภาพดีที่สุด’ เรียกได้ว่าพรรคนำเสนอมุมมองด้านบวกอย่างจริงจังเพราะเชื่อว่านี่เป็นสิ่งที่คนนับล้านกำลังต้องการ
Jetten ยังได้รับการยกย่องและถูกมองว่าเป็น Genuine Optimist ในแวดวงการเมืองดัตช์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เขาได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ทางการเมืองของตนเองจากอดีตรัฐมนตรีด้านสภาพภูมิอากาศที่ดูจริงจังและมักถูกมองว่าจู้จี้ ให้กลายเป็นผู้นำที่เต็มไปด้วย ความหวังและพลังบวกซึ่งตรงกันข้ามกับกระแสความโกรธแค้นและความสุดโต่งทางการเมืองที่คุกรุ่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เขาพยายามนำเสนอการมองโลกในแง่ดีโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง เช่น แม้เนเธอแลนด์จะประสบวิกฤติที่อยู่อาศัยและเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจทางการเมือง แต่เขาไม่อยากให้ประชาชนหลงลืมข้อดีด้านอื่นๆ ที่มีเช่นหนี้สาธารณะต่ำ เศรษฐกิจยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี และยังมีอัตราว่างงานที่ต่ำ ส่วนสิ่งที่เป็นปัญหา เขาก็ไม่ได้ชี้มันออกมาด้วยทีท่าหงุดหงิดหรือสิ้นหวัง แต่เน้นย้ำว่ามันเป็นไปได้ในการแก้ปัญหา
4. เสรีนิยมที่เชื่อมโยงตัวเองกับความรักชาติ
ขณะที่เสรีนิยมในหลายๆ ประเทศ มักถูกแปะป้ายว่าเป็นพวกชังชาติ แต่พรรคของ Jetten กลับเลือกผลักดันการทวงคืนธงชาติแบบดั้งเดิมซึ่งเชื่อมโยงกับคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์ของชนชาติดัตช์ นั่นคือเรียงสี แดง (สีแห่งความกล้าหาญ แข็งแกร่ง) ขาว (สีแห่งสันติภาพ) น้ำเงิน (สีแห่งความจงรักภักดีและความยุติธรรม) จากบนลงล่าง หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการเคลื่อนไหว ‘กลับด้านธงชาติ’ โดยกลุ่มเกษตรกรที่ไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลชุดเดิม และเปลี่ยนให้เรียงเอาสีน้ำเงินขึ้นมาก่อน จากนั้นพรรคขวาจัดของนาย Geert Wilders ก็ได้นำธงชาติกลับด้านนี้ไปใช้เพื่อสื่อสารเรื่องชาตินิยมอีกทีหนึ่ง
การกระทำนี้จึงนับเป็นการ แยกเอา ‘ความรักชาติ’ ออกจากแนวคิดขวาสุดโต่ง และนำกลับมาสู่แนวทางที่เน้นความเป็นกลางและการสร้างสรรค์ใหม่ เพื่อสื่อสารว่าพรรคเสรีนิยมก็สามารถรักชาติและภาคภูมิใจในความเป็นชาติแบบดั้งเดิมได้เช่นกัน
ไม่เพียงเท่านั้น D66 ยังปรับจุดยืนด้าน ‘ผู้ลี้ภัย’ ที่กลายเป็นจุดอ่อนของเสรีนิยมในหลายๆ ประเทศยุโรป โดยพรรคเลือกจะผลักดันระบบที่จะให้ผู้คนยื่นคำขอลี้ภัยนอกประเทศยุโรป โดยต้องยื่นคำขอตั้งแต่ก่อนจะมาถึงยุโรป เมื่อคำขอผ่านแล้วจึงจะสามารถเดินทางเข้ามาได้ ไม่ใช่มาถึงแล้วค่อยยื่นอย่างที่ผ่านมา วัตถุประสงค์หลักก็คือลดจำนวนผู้อพยพที่เดินทางเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย
จากทั้งหมดทั้งมวลนี้ เรียกได้ว่า Rob Jetten และพรรค D66 ของเขาเป็นอะไรที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เพราะนี่ดูจะเป็นอีกครั้งสำคัญที่ฝ่ายเสรีนิยมได้รับความนิยมและชนะการเลือกตั้งอย่างงดงามหลังประกฏการณ์ ‘หันขวา’ ที่เกิดขึ้นแทบจะทั่วโลก ซึ่งจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในเนเธอร์แลนด์รวมถึงในยุโรปอย่างไรบ้าง เป็นเรื่องที่เราต้องติดตามกันต่อไป
อ้างอิง
https://www.politico.eu/article/dutch-elections-2025-rob-jetten-d66-big-surprise-who-are-they/
บทความต้นฉบับได้ที่ : Rob Jetten นายกฯ เนเธอร์แลนด์ที่อายุน้อยที่สุด เป็นเกย์โดยเปิดเผย และเอาชนะชาตินิยมขวาจัด ด้วยมุมมองเชิงบวกกับการเป็น ‘เสรีนิยมที่รักชาติ’
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com