วิจัย ชี้ Chery-JAECOO-AION ครองอันดับความพอใจสูงสุดใน Motor Expo 2025
29 ธันวาคม2568- ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) เปิดผลการศึกษาดัชนี MSSI ครั้งแรก ประเมินประสบการณ์การซื้อรถยนต์ในงานแสดงยานยนต์ระดับประเทศ แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนกวาดคะแนนสูงสุด 3 อันดับแรก สะท้อนการปรับตัวเข้าสู่พฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นข้อมูลและการเปรียบเทียบชี้ "กระบวนการเลือกซื้อ" มีน้ำหนักต่อความพึงพอใจสูงสุด ขณะที่ "ข้อเสนอด้านราคา" เป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคมีความพึงพอใจน้อยที่สุด
กรุงเทพฯ – บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ปรึกษาและวิจัยตลาดชั้นนำ เปิดเผยผลการศึกษา "ดัชนีประสบการณ์ลูกค้าด้านความพึงพอใจในการซื้อรถยนต์ ในงานจัดแสดงรถยนต์ (Motor Exhibition Sales Satisfaction Index - MSSI)" ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นอิสระจากผู้ซื้อรถยนต์ใหม่จำนวน 1,523 ราย ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 หรือ Thailand Motor Expo 2025 ที่ผ่านมา
ผลการศึกษาระบุว่า แบรนด์ Chery สามารถคว้าอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 936 คะแนน จากเต็ม 1,000 คะแนน ตามมาด้วย JAECOO ในอันดับสอง (911 คะแนน) และ AION ในอันดับสาม (902 คะแนน) โดยเกณฑ์การประเมินวิเคราะห์จาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ กระบวนการเลือกซื้อรถยนต์, การเจรจาต่อรองและข้อเสนอราคา, การปฏิสัมพันธ์กับพนักงาน และประสบการณ์ภายในบูธจัดแสดง ซึ่งกลุ่มผู้นำตลาดในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการบริหารจัดการมิติการขายที่สอดรับกับความคาดหวังของลูกค้าในปัจจุบัน
จากการวิเคราะห์เชิงลึก พบว่า"กระบวนการเลือกซื้อรถยนต์" เป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักต่อความพึงพอใจสูงสุดถึง 35% รองลงมาคือการเจรจาต่อรองและส่วนลด (25%) ข้อมูลนี้สะท้อนว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการได้รับข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนและการเปรียบเทียบรุ่นรถยนต์มากกว่าเพียงแค่การตกแต่งบูธหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายทั่วไป
อย่างไรก็ตาม "การเจรจาต่อรองและข้อเสนอด้านราคา" กลับเป็นปัจจัยที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุดเพียง 870 คะแนน บ่งชี้ว่าผู้บริโภคชาวไทยยังคงมีความอ่อนไหวสูงต่อความคุ้มค่าของโปรโมชั่นและโครงสร้างราคาภายในงาน ขณะที่ "การปฏิสัมพันธ์กับพนักงานขาย" ได้รับคะแนนความพึงพอใจสูงสุดเฉลี่ย 896 คะแนน แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของบุคลากรหน้าบ้านที่ยังคงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น
นายศิรส สาตราภัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล ประจำประเทศไทย ให้ความเห็นต่อทิศทางตลาดว่า "แบรนด์ที่เข้าใจความคาดหวังของลูกค้า และนำเสนอแพคเกจโปรโมชั่นที่โดนใจ รวมถึงนำเสนอข้อมูลที่ชัดเจนและช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเปรียบเทียบ นอกจากจะส่งเสริมในเรื่องของโอกาสในการปิดการขายแล้วยังทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ความพึงพอใจที่ดีกลับไปด้วย"
ในส่วนของการจัดอันดับครั้งนี้ มีข้อสังเกตว่าแบรนด์ยุโรปและแบรนด์รองบางราย อาทิ SUZUKI, BMW, XPENG, ZEEKR, HYUNDAI และ MERCEDES-BENZ ไม่ถูกนำมาจัดอันดับเนื่องจากจำนวนกลุ่มตัวอย่างไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ 50 ราย ตามมาตรฐานการวิจัยเพื่อให้ผลลัพธ์มีความแม่นยำทางสถิติสูงสุด
ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) ในการวางกลยุทธ์การตลาดและการขายสำหรับงานแสดงยานยนต์ในอนาคต เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อรถในงานแสดงสินค้ามีลักษณะเฉพาะตัวที่ต้องอาศัยทั้งความเร็วในการให้ข้อมูลและความชัดเจนของข้อเสนอทางการเงิน เพื่อเปลี่ยนจากความสนใจ (Interest) ไปสู่การปิดยอดจอง (Closing) อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันสูงเช่นในปัจจุบัน