โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จุฬาฯ เปิด “ChulaGenie” Gen AI สัญชาติไทยแท้ มองการศึกษายุคใหม่ ปรับทักษะสู้เอไอถึงอยู่รอด

Positioningmag

อัพเดต 09 ม.ค. 2568 เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2568 เวลา 10.03 น.

ปัจจุบันจากสภาพสภาวะสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ทำให้รูปแบบการทำธุรกิจเปลี่ยนแปลงเร็ว ส่งผลให้ทักษะแรงงานในอนาคตก็เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน

AI เขย่าตลาดแรงงานโลก

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนทิศทางตลาดงาน เนื่องจาก บางตำแหน่งงาน สามารถทดแทนได้ด้วย AI

สอดรับกับรายงาน Future Jobs 2025 ที่จุฬาฯ ได้ร่วมกับ World Economic Forum จัดทำเพื่อวิเคราะห์ทิศทางตลาดงาน ในปี 2568-2573 พบว่า 5 ตำแหน่งงานสุ่มเสี่ยงโดนดิสรัปต์ชั่นล้วนแต่เป็นงานรูปแบบดั้งเดิม (Traditional) ได้แก่

  • เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์

  • พนักงานธนาคารและตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง

  • เจ้าหน้าที่ป้อนข้อมูล

  • พนักงานแคชเชียร์และพนักงานจำหน่ายตั๋ว

  • ผู้ช่วยด้านงานธุรการและเลขานุการบริหาร

ส่วนอีก 5 ตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการในอนาคต ล้วนเกี่ยวโยงกับเทคโนโลยี ดังนี้

  • ผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data

  • วิศวกรด้าน Fintech

  • ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI

  • นักพัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชั่น

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการและความปลอดภัย

“ภายในปี 2573 สองในห้าของทักษะที่มีอยู่จะถูกเปลี่ยนแปลง”


ทักษะที่สำคัญของไทย คือ

  • ทักษะด้าน AI และ Big Data

  • ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์

  • ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์

  • ทักษะด้านเครือข่ายและความปลอดภัยทางข้อมูล

ทักษะสำคัญของระดับโลก คือ

  • ทักษะด้าน AI และ Big Data

  • ทักษะด้านเครือข่ายและความปลอดภัยทางข้อมูล

  • ความฉลาดในการใช้งานเทคโนโลยี

  • ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์

“คาดว่าจะมี 92 ล้านตำแหน่งงานที่หายไปจากโลก หรือเปลี่ยนชื่อตำแหน่งตามการปรับทักษะรูปแบบงานก็เป็นได้ แต่ก็จะมี 170 ล้านตำแหน่งงานใหม่เข้ามาทดแทนเช่นกัน”

มองแรงงานเร่งปรับทักษะ หาสิ่งที่ AI แทนไม่ได้

ศ.ดร.วิเลิศ กล่าวต่อไปว่า จากปัจจัยท้าทายจาก AI ทำให้แรงงานปัจจุบันต้องเร่งอัพสกิล ขณะที่การศึกษาก็ต้องปรับการสอนให้เป็นรูปแบบบูรณาการกันระหว่างคณะมากขึ้น เพราะ ยุคนี้เน้นความรู้แบบองค์รวม (Holistic) แตกต่างจากอดีตที่เน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Specialist)

“วิธีที่แรงงานจะอยู่รอดต้องปรับทักษะให้สู้ AI ได้ หรือมีในสิ่งที่ AI ทำไม่ได้”

ดังนั้น จุฬาฯ จึงมุ่งหมายสู่การเป็น มหาวิทยาลัยแห่งปัญญาประดิษฐ์ (The University of AI)

โดยจะพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตร (Non-Degree) เน้นพัฒนาทักษะเฉพาะทาง หรือความรู้ในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องเรียนจบในระดับปริญญา ให้ผู้เรียนเลือกเฉพาะวิชาที่สนใจ หรือกลุ่มวิชาที่ต้องการพัฒนาความรู้ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในงาน หรือการพัฒนาตนเองได้ทันที ใช้ระยะเวลาเรียนประมาณ 6-7 เดือนให้กับผู้สนใจสาขาเฉพาะในรายคณะการศึกษา

ต่อยอดจากเดิมในหลักสูตรระดับปริญญาตรี หรือ ปริญญาโท ใช้ระยะเวลาเรียน 4 ปี และ 2 ปี

[caption id="attachment_1505928" align="alignnone" width="1567"]

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[/caption]

ปั้น ChulaGenie เจนฯเอไอสัญชาติไทย อนาคตจ่อเปิดใช้สาธารณะ

นอกจากนี้ จุฬาฯ ได้ร่วมกับกูเกิล คลาวด์ (Google Cloud) พัฒนา ChulaGENIE แพลตฟอร์ม Generative AI สำหรับสนับสนุนการทำงานของบุคลากรภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดทดลองใช้ในเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 68 ที่ผ่านมา

รวมไปถึงในอนาคตยังมีความเป็นไปได้ในการต่อยอดแพตฟอร์มฯ นี้เพื่อเปิดให้บริการเชิงสาธารณะด้วย

“นอกจากทักษะด้านการใช้งานหรืออด็อปต์เอไอในฐานะยูสเซอร์แล้ว ประเทศไทยควรต่อยอดไปสู่การเป็นเจ้าของหรือผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่ของตัวเอง เพื่อสร้างความยั่งยืนในรอบด้านตามเทรนด์โลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...