โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สภาอัมพาต ตุลาการนิ่งงัน และภาวะไร้ผู้นำ วิบากกรรม ‘เกาหลีใต้’ จากกฎอัยการศึก เมื่อ ‘ผีเผด็จการ’ ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง

The Momentum

อัพเดต 31 ธ.ค. 2567 เวลา 21.08 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2567 เวลา 08.46 น. • THE MOMENTUM

เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังขึ้นท่ามกลางแท่งไฟหลากสี หลัง ยุน ซอกยอล (Yoon Suk-yeol) กลายเป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของประเทศ ที่ถูกยื่นเรื่องถอดถอนจากสมัชชาแห่งชาติเกาหลีใต้ (National Assembly) ต่อจาก โน แทอู (Roh Tae-woo) และพัค กึนฮเย (Park Geun-hye) ด้วยมติเห็นชอบ 204 ต่อ 85 เสียง ขณะที่มีผู้งดออกเสียงและผู้ทำบัตรเสียรวมทั้งสิ้น 11 คน

“พวกคุณทั้งหลาย ประชาชนทำได้ พวกคุณเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่”

คือคำกล่าวแรกจากปากของ อี แจมยอง (Lee Jae-myung) หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยเกาหลี (Democratic Party of Korea) หรือพรรคมินจูดัง (민주당) ที่ตะโกนแสดงความยินดีกับประชาชนหน้ารัฐสภา ผู้ฝ่าอุณหภูมิเย็นยะเยือกยืนกดดันผู้แทนของปวงชนให้ทำตามอาณัติ คือ การขับไล่ผู้นำที่ใช้อำนาจฉ้อฉลด้วยการประกาศกฎอัยการศึก ไม่ต่างจากการ ‘รัฐประหาร’ ในคราบนักการเมือง เพียงเพราะเก้าอี้ประธานาธิบดีกำลังระส่ำระสาย หลังเผชิญวิกฤตทางการเมืองรอบด้าน และพรรคฝ่ายค้านครองเสียงข้างมากในรัฐสภา

แม้บรรยากาศหลายวันที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความชื่นมื่น โดยเฉพาะ ‘ความหวัง’ ของประชาชนที่ต้องการให้ประเทศผ่านพ้นจากฝันร้ายในวันวานอย่าง ‘วิกฤตทางการเมือง’ อีกครั้ง แต่ในโลกความเป็นจริงดูเหมือนว่า ความสงบในปลายทางยังยาวไกลเหลือเกิน

ไม่ใช่แค่การย้ำเตือนจากผู้นำสูงสุดที่บอกว่า อนาคตของเขาจะยังไม่จบลงเท่านี้ แต่เกาหลีใต้อาจยังต้องเผชิญอุปสรรคทางการเมืองมากมายที่ใครหลายคนมองไม่เห็น หลังนักวิเคราะห์เผยว่า ประเทศอาจกำลังเผชิญ ‘วิกฤตทางรัฐธรรมนูญ’ (Constitutional Crisis) ครั้งใหญ่จากผลพวงของกฎอัยการศึก หลังสภาฯ เป็นอัมพาต อำนาจตุลาการเผชิญทางตัน และภาวะไร้ผู้นำขับเคลื่อนประเทศ

“ต่อให้ผมหยุดปฏิบัติหน้าที่ตอนนี้ แต่หนทางที่ผมร่วมเดินกับประชาชนตลอด 2 ปีครึ่ง รวมถึงในอนาคต จะต้องไม่หยุดเพียงเท่านี้ ผมยอมแพ้ไม่ได้” ชายผู้ที่เคยอยู่ในจุด ‘สูงสุด’ ของของประเทศทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจ

ด่านแรกของวิกฤต: ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหมดวาระ

แม้สมัชชาแห่งชาติเห็นชอบมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากพิเศษ (Supermajority) ทว่าขั้นตอนต่อจากนี้คือ ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณามติถอดถอนภายในระยะเวลา 6 เดือนหรือ 180 วัน โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ตุลาการต้องเห็นชอบด้วยมติ 6 ต่อ 9 เสียงขึ้นไป

ในผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือ ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ ยุน ซอกยอล พ้นจากตำแหน่ง เกาหลีใต้จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ภายในระยะเวลา 60 วัน แต่หากคำตัดสินไม่เป็นตามสิ่งที่หลายคนคาดหวัง เขาจะยังคงอยู่ในอำนาจต่อไป โดยที่สมัชชาแห่งชาติสามารถยื่นเรื่องถอดถอนได้ครั้งแล้วครั้งเล่า

ตามคำร้องของทีมสอบสวน ยุน ซอกยอลถูกกล่าวหาในข้อหาเป็น ‘แกนนำกบฏ’ จากการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ผู้นำเกาหลีใต้ปฏิเสธคำร้องสอบสวนของอัยการถึง 2 ครั้ง ซึ่งหากเขาไม่ปฏิบัติตามคำร้องขอสอบสวนอีกครั้ง อาจนำไปสู่การขอออก ‘หมายจับ’

อย่างไรก็ตามกุญแจสำคัญที่กลายเป็นความท้าทายครั้งใหม่ในการเมืองเกาหลีใต้ คือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 3 ใน 9 คนหมดวาระไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่กฎหมายกำหนดให้การพิจารณาคดีต้องมีตุลาการอย่างน้อย 7 คนขึ้นไป

แม้ที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญมีความยืดหยุ่น โดยใช้ตุลาการ 6 คนปฏิบัติหน้าที่ในบางครั้ง ทว่า ราฟาเอล ราชิด (Raphael Rashid) นักข่าวที่ประจำการในเกาหลีใต้ ลงความเห็นว่า คดีความดังกล่าวอาจซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิด เพราะการถอดถอนประธานาธิบดีถือเป็นคดีทางการเมืองและมีความละเอียดอ่อนสูง อาจทำให้ศาลต้องระมัดระวังการใช้อำนาจกว่าปกติ

ขณะที่ขั้นตอนการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่ ดูจะเป็นหนทางที่ยากเย็นไม่แพ้กัน เนื่องจากต้องอาศัย ‘สภาฯ’ เป็นกลไกสำคัญ โดยตามธรรมเนียมแล้วพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรคจะเลือกแคนดิเดตตุลาการและหารือเห็นชอบในวาระถัดมา

อย่างไรก็ตามพรรคมินจูดังหักธรรมเนียมปฏิบัติในเดือนที่ผ่านมา หลังขอใช้สิทธิเป็นพรรคเดียวที่ได้เลือกแคนดิเดตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คน โดยอ้างว่า มีที่นั่งในรัฐสภามากที่สุด ขณะที่พรรคพลังประชาชน (People Power Party: PPP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลโต้แย้ง โดยมีการคาดว่า คดีในศาลรัฐธรรมนูญนับ 1,200 คดี ต้องถูก ‘ทิ้ง’ ไว้กลางทาง

แม้จะยังไม่มีใครรู้แนวโน้มว่า ‘ไพ่ใบเด็ด’ จะออกมาในรูปแบบใด แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดของศาลรัฐธรรมนูญคือ การประชุมนัดแรกเพื่อไต่สวนคดีการถอดถอนประธานาธิบดีในวันนี้

คิม ฮยองดู (Kim Hyung-du) หนึ่งในตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เผยว่า กำลังมีการหารือกันภายใน ขณะที่ศาลจะต้องผนึกกำลังและปฏิบัติงานร่วมกับทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงกลาโหม และหน่วยปราบปรามคอร์รัปชัน ซึ่งมีกำหนดการสอบสวนยุน ซอกยอล ในวันที่ 15 ธันวาคม 2024 เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเกาหลีใต้

อย่างไรก็ตาม ฮัน อินซอบ (Han In-sup) ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ ประจำมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (Seoul National University) วิเคราะห์ว่า หากยุน ซอกยอลจะถูกถอดถอน เป็นไปได้ว่าอาจจะไม่ใช่แค่แรงจูงใจทางการเมือง แต่ยังรวมถึงประเด็นทางกฎหมาย ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตราที่ 77 หลังระบุว่า การประกาศกฎอัยการศึกต้องกระทำเพื่อรักษาความปลอดภัยของสาธารณะ หรือสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสงคราม หรือเหตุเร่งด่วนแห่งชาติ ทว่าพฤติกรรมของประธานาธิบดีไม่เข้าข่ายตามเงื่อนไขแม้แต่น้อย

ทั้งนี้หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า ยุน ซอกยอลมีความผิดจริง เขาอาจเผชิญกับ ‘โทษประหารชีวิต’ หรือ ‘จำคุกตลอดชีวิต’ ในข้อหากบฏต่อประเทศชาติ นับว่าร้ายแรงกว่าพัค กึนฮเย ประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกถอดถอน และได้รับโทษจำคุก 22 ปีในข้อหารับสินบนและใช้อำนาจในทางมิชอบ ก่อนได้รับอภัยโทษจาก มุน แจอิล (Moon Jae-in) อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้

ด่านสองของวิกฤต: สภาวะสูญญากาศทางการเมือง เมื่อเกาหลีใต้ไร้ผู้นำ ‘ตัวจริง’

น่าสนใจว่า การนั่งเก้าอี้ผู้นำชั่วคราวของ ฮัน ด็อกซู (Han Duck Soo) นำมาซึ่งความกังวลและข้อกังขาของประชาชนในประเทศ หลังเกิดคำถามทางกฎหมายว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ ‘นายกรัฐมนตรี’ หรือ ‘ผู้นำของพรรค’ จะใช้อำนาจของประธานาธิบดี แม้จะถูกระงับการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อเกาหลีใต้ต้องเผชิญกับการขึ้นมาของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาผู้คาดเดาไม่ได้ รวมถึงเกาหลีเหนือ พี่น้องข้างบ้านที่พร้อมเผด็จศึกตลอดเวลา

ทั้งนี้รายงานจากสำนักข่าวโคเรียไทม์ (KoreaTimes) ชี้ให้เห็นวิกฤตตั้งแต่การเจริญสัมพันธไมตรีกับรัฐบาลวอชิงตันว่า โดยปกติแล้ว ผู้นำเกาหลีจะต้องส่งผู้แทนเพื่อหารือในวาระสำคัญ และชี้แจงจุดยืนของประเทศต่อว่าที่รัฐบาลใหม่ แต่ดูเหมือนว่า วิกฤตการเมืองในประเทศทำให้เกาหลีใต้ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากช่องทางดังกล่าว ในระหว่างที่หลายประเทศ ‘ยืนต่อแถว’ จับมือกับทรัมป์

นอกจากนี้ปัญหาปากท้องและนโยบายทางเศรษฐกิจก็สำคัญไม่แพ้กัน หลังยุน ซอกยอลเดินหน้าผลักดันโครงการต่างๆ เช่น การเพิ่มโควตารับนักศึกษาแพทย์ 2,000 ต่อปีในอีก 5 ปี ข้างหน้า ทว่ากฎอัยการศึกเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ด้วยการสั่งให้บุคลากรทางการแพทย์กลับไปทำงานเหมือนเดิมภายใน 48 ชั่วโมง ทิ้งให้หลายคนสับสนและงุนงงต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

ยังไม่รวมถึงแผนปฏิรูปเงินบำนาญที่กลายเป็นการต่อสู้ขนาดย่อมในรัฐสภา หลังพรรคมินจูดังออกโรงคัดค้าน ยิ่งทำให้ความคืบหน้าด้านนโยบายห่างไกลไปเรื่อยๆ จนนักวิเคราะห์ถึงกับยอมรับว่า วิกฤตในครั้งนี้ต้องมีพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรคร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยเสนอให้จัดตั้งสภาที่ปรึกษาระดับสูง และมีผู้นำของสองพรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมด้วยกัน

ทว่าการปรองดองในรัฐสภาอาจเป็นเรื่องไกลตัวไปเสียแล้ว เมื่อรัฐบาลปฏิเสธข้อเสนอของ อี แจมยอง ที่แนะนำให้ทั้งสองฝ่ายจับมือจัดตั้งสภาที่ปรึกษาระดับสูง โดยย้ำว่า พรรคพลังประชาชนคือพรรครัฐบาล เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนัก หากพรรคมินจูดังจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการบ้านเมืองในยามนี้

ความขุ่นข้องหมองใจสะท้อนได้จากการลงมติถอดถอนผู้นำเกาหลีใต้ ที่เป็นอันต้อง ‘ล่ม’ ในครั้งแรก เพราะขาดองค์ประชุม หลังพรรครัฐบาลตัดสินใจเดินออกจากรัฐสภา โดยมีสมาชิกของพรรคเข้าร่วมประชุมเพียง 3 คน

ด่านสามของวิกฤต: สภาฯ แตกแยก ไม่จับมือ ‘ปรองดอง’ เมื่อฝ่ายอนุรักษนิยมยังไม่ยอม ‘สูญพันธุ์’

หากยังจำกันได้ เมื่อครั้งที่ พัค กึนฮเย ถูกถอดออกจากตำแหน่ง พรรคแนวหน้าใหม่ (New Frontier Party) หรือพรรคแซนูรี (새누리) พรรคการเมืองเก่าแก่ของเกาหลีใต้ที่อยู่คู่ประเทศตั้งแต่ในยุคของ พัค จองฮี (Park Chung-hee) และชอน ดูฮวาน (Chun Doo-hwan) สองเผด็จการแห่งยุค เป็นอันต้อง ‘แพแตก’ จากวิกฤตในครั้งนั้น ทำให้เกิดสองพรรคการเมืองใหม่คือ พรรคบารึน (Bareun Party: 바른정당) ขณะที่พรรคแซนูรีกลายร่างเป็นพรรคเสรีภาพเกาหลี (Liberty Korea Party)

ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ ‘แยกวง’ หรือนักการเมืองต้องถูกสอบสวนจากความเกี่ยวข้องคดีอื้อฉาวของอดีตประธานาธิบดี แต่ฝ่ายอนุรักษนิยมยังสูญเสียคะแนนจากประชาชน กลายเป็นว่าพรรคมินจูดังที่นำโดย มุน แจอิล (Moon Jae-in) อดีตประธานาธิบดีที่มีภาพลักษณ์หัวก้าวหน้า และฝักใฝ่ประชาธิปไตย ทำคะแนนนำโด่งในการเลือกตั้งปี 2017 ถึง 40%

ว่ากันว่า ภายในพรรคพลังประชาชนมีความกลัวเหตุเลวร้ายเช่นนี้ไม่ต่างกัน โดยโคเรียไทม์วิเคราะห์ว่า หากยุน ซอกยอลแพ้ขึ้นมาจริงๆ ฝ่ายอนุรักษนิยมอาจไม่มีที่ยืน และประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอยอีกครั้ง เมื่อมีแนวโน้มสูงมากว่า อี แจมยอง แคนดิเดตที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งก่อนจะกลายเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ หลังได้รับความนิยมล้นหลามในคราบ ‘ฮีโร่ผู้ปกป้องประเทศจากเผด็จการ’ แม้จะมีแผลอย่าง ‘คดีคอร์รัปชัน’ ระหว่างดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองซองนัม (Seongnam) และผู้ว่าการจังหวัดคยองกี (Gyeonggi) ก็ตาม

นั่นจึงเป็นสาเหตุว่า ทำไมพรรคพลังประชาชนยังคัดค้านหัวชนฝาต่อวาระในสภาฯ อย่างถึงที่สุด ไม่ใช่แค่การร่วมมือกับพรรคฝ่ายค้าน แต่ยังรวมถึงการฝ่าฝืนอาณัติของประชาชน ด้วยการไม่เห็นชอบถอดถอนยุน ซอกยอลออกจากตำแหน่งด้วย

หรือแม้แต่การที่ ฮัน ดงฮุน (Han Dong-hoon) หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ยื้อเวลาลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยว่ากันว่า ส่วนหนึ่งเป็นเกมที่วางไว้ให้ตนเองนั่งเก้าอี้ ‘ประธานาธิบดี’ แต่ต้องเผชิญกับคำด่าทอของพรรคฝ่ายค้าน ขณะที่รัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ไม่เปิดช่องให้มีผู้นำประเทศจากช่องทางอื่นที่ไม่อิงตาม ‘กฎหมายสูงสุด’ ของประเทศ

นี่จึงถือเป็นด่านแรกของเกาหลีใต้ ประเทศที่ไม่มีใครคิดว่าต้องเผชิญ ‘วิบากกรรม’ ในหลายทศวรรษก่อน เมื่อผีที่คนทั้งประเทศหวาดกลัวอย่าง ‘การรัฐประหาร’ และ ‘เผด็จการ’ กลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง ในคราบของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง

อ้างอิง

https://www.reuters.com/world/asia-pacific/south-koreas-constitutional-court-decide-impeached-presidents-fate-2024-12-14/

https://www.aljazeera.com/news/2024/12/14/south-korea-national-assembly-votes-to-impeach-president-yoon-suk-yeol

https://foreignpolicy.com/2024/12/09/yoon-coup-martial-law-south-korea-constitutional-chaos/

https://www.nytimes.com/2024/12/14/world/asia/south-korea-impeachment-yoon-explained.html

https://en.yna.co.kr/view/AEN20241216002300315

https://www.theguardian.com/world/2024/dec/14/south-korea-president-yoon-suk-yeol-impeachment-what-happens-next

https://www.koreatimes.co.kr/www/nation/2024/12/113_387896.html

https://www.koreatimes.co.kr/www/nation/2024/12/356_388502.html

https://www.bbc.com/news/articles/c140xjv31lxo

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...