โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

บ้านถูกตัดไฟ หนุ่มจุดเทียนไว้เผลอหลับ สะดุ้งตื่นมาไฟไหม้บ้าน ทิ้งทรัพย์สิน วิ่งหนีตาย

Khaosod

อัพเดต 06 พ.ย. 2567 เวลา 03.54 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2567 เวลา 19.02 น.

บ้านถูกตัดไฟ หนุ่มจุดเทียนไว้เผลอหลับ สะลึมสะลือตื่นมาเห็นอากาศร้อน ๆ ก่อนพบไฟไหม้กำลังไหม้บ้าน ทิ้งทรัพย์สินทุกอย่าง วิ่งหนีตาย

เวลา 00.15 น. ร.ต.อ.อภิวัฒน์ เกษร รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองศรีสะเกษ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ที่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 5 บ้านยางกุด ต.หมากเขียบ อ.เมืองศรีสะเกษ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.หมากเขียบ และพื้นที่ใกล้เคียง มูลนิธิสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน เข้าช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ เพลิงได้ลุกลามไหม้ชั้นบนของตัวบ้านซึ่งเป็นไม้ ประกอบกับ บริเวณบ้านที่เกิดเหตุ มีบ้านของชาวบ้านติดต่อกันหลายหลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิงไหม้ ใช้เวลา 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

นายสุขสันต์ อายุ 37 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ เพิ่งเดินทางกลับมาถึงบ้านเมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อมาแวะมาเยี่ยมดูแลบ้าน แต่ปรากฏว่าเมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้าน ได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาตัดไฟแล้ว ทำให้บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ เพราะบ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่มานาน พ่อกับแม่ตนเสียชีวิตไปแล้ว จึงเหลือตนคนเดียวที่อยู่บ้านหลังนี้

ตนจึงได้จุดเทียนเพื่อให้แสงสว่างแทน โดยวางเทียนไว้บนตู้ลิ้นชักพลาสติกก่อนจะเผลอหลับไป กระทั่งมารู้สึกตัวอีกที ว่าทำไมอากาศถึงร้อนจัง เมื่อลืมตาขึ้นมาพบว่าไฟกำลังไหม้ตู้ลิ้นชักพลาสติก และลามไปยังจุดต่าง ๆ ของบ้าน

ด้วยความตกใจ จึงตั้งสติหาน้ำมาเพื่อดับไฟ แต่ไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจวิ่งหนีตายออกมาจากบ้าน โดยที่ยังทิ้งทรัพย์สินไว้ในบ้าน ทั้งเงินที่ติดตัวมาหลักหมื่น อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในบ้านที่ไม่สามารถนำออกมาได้ ซึ่งหลังจากที่ออกมาจากบ้านได้ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ขอความช่วยเหลือ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บ้านถูกตัดไฟ หนุ่มจุดเทียนไว้เผลอหลับ สะดุ้งตื่นมาไฟไหม้บ้าน ทิ้งทรัพย์สิน วิ่งหนีตาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...