โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญสัตว์ ชี้หนุ่มขับรถส่ง สิงโต ปล่อยเพ่นพ่าน ผิดหลักเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า

Khaosod

อัพเดต 16 ม.ค. 2568 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2568 เวลา 10.55 น.

ผู้เชี่ยวชาญสัตว์ ชี้หนุ่มขับรถส่ง สิงโต ปล่อยเพ่นพ่าน ผิดหลักเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า หวั่นเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถ พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงในประเทศไทย

วันที่ 16 ม.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากโลกออนไลน์พากันแชร์โพสต์ของหนุ่มคนหนึ่งที่ขับรถรับส่งสัตว์พิเศษ (Exotic Pets) พร้อมภาพลูกสิงโตอยู่ภายในรถ ซึ่งเจ้าของได้ว่าจ้างให้มารับ โดยให้ลูกสิงโตอยู่ในรถอย่างอิสระ น้องก็ปีนป่ายไปมา สร้างความเอ็นดูให้ชาวเน็ตเป็นอย่างมาก แต่ล่าสุดพบว่าโพสต์ดังกล่าวได้หายไปจากเฟซบุ๊กของหนุ่มคนดังกล่าวแล้ว

ด้านนายศุภณัฐ เบญจดำรงกิจ สุดยอดแฟนพันธุ์แท้สัตว์เลื้อยคลานปี 2006 และผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลกลุ่ม นี่ตัวอะไร ได้ออกมาให้ความรู้เรื่องการขออนุญาตเลี้ยง สิงโต และการขนย้าย สิงโต ที่ต้องมีการใส่กรงให้ถูกต้องตามวิธีขนส่งสัตว์ป่า

โดยระบุว่า สิงโตเลี้ยงได้หรือไม่ ?

ความรู้ทั่วไปของสิงโตและกฎหมายสัตว์ป่าควบคุม จากกรณีเรื่องของลูกสิงโตกับคนขับรถส่งสิงโตไปยังลูกค้า ทำให้เกิดเรื่องที่หลายคนสงสัยกันว่า สิงโตเลี้ยงได้หรือไม่ ? และขับรถลักษณะนี้แล้วมีสิงโตเดินเพ่นพ่านมันถูกต้องหรือไม่

ในฐานะที่แอดบิวชอบคลุกคลีกับสัตว์สวนสัตว์ เลยอยากจะมาเล่าแบ่งปันความรู้เรื่องนี้กัน พร้อมกับประสบการณ์ตรงที่แอดบิวเจอมากับตัวจนเป็นข้อมูลมาว่า คนที่จะเลี้ยงสิงโตจริงๆ ยังขาดข้อมูลที่ถูกต้องไปเยอะมาก

สิงโตเลี้ยงได้จริงหรือไม่ ?

• คำตอบคือ สิงโตสามารถเลี้ยงในประเทศไทยได้ แต่การจะเลี้ยงสิงโตจริงๆ ต้องมีใบอนุญาตครอบครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2567 ซึ่งในปัจจุบันมีฟาร์มสิงโตหลายแห่งเกิดขึ้นมาในประเทศไทยและเพาะพันธุ์สิงโตขึ้นเพื่อเป็นสัตว์สวนสัตว์และ Exotic pet ส่งให้กับผู้เลี้ยงที่มีกำลังทรัพย์และความพร้อมในเรื่องสถานที่กับสุขอนามัยที่ดี

• ซึ่งการเลี้ยงสิงโตจริงๆ แล้ว ก่อนผู้เลี้ยงจะรับสิงโตมาอยู่ในบ้าน ต้องจดแจ้งให้ทางกรมอุทยานเพื่อระบุตัวตนด้วยไมโครชิพที่ระบุรหัสประจำตัวให้ตรงกับตัวสิงโต และให้ CITES (อนุสัญญาการค้าสัตว์ป่าและพรรณพืชระหว่างประเทศ) มาลงพื้นที่สำรวจที่เลี้ยงก่อนที่จะนำสิงโตมาอยู่อาศัยกับเจ้าของ ว่ากว้างพอมั้ย ไกลจากชุมชนแค่ไหน และกรงมาตรฐานดีมั้ย หากพื้นที่เลี้ยงไม่ผ่านเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ก็ไม่สามารถนำสิงโตมาอยู่ในบ้านได้

• ด้วยช่องโหว่งของ CITES ที่ทำให้สิงโตอยู่ในอนุสัญญาบัญชี 2 ที่สามารถนำเข้ามาได้โดยมีใบนำเข้าส่งออกถูกต้องได้ เนื่องด้วยสถานภาพของสิงโตไม่เหมือนแมวใหญ่อย่างเสือโคร่งและชีตาห์ที่อยู่บัญชี 1 ที่สุ่มเสี่ยงต่อการใกล้สูญพันธุ์ และต้องเป็นสวนสัตว์สาธารณะและหน่วยงานวิจัยนำเข้าได้เท่านั้น เลยทำให้สิงโตสามารถนำเข้ามาเพาะขยายพันธุ์ได้

สัตว์ป่าควบคุมคืออะไร ?

• สัตว์ป่าควบคุม คือประเภทของสัตว์ป่าในอนุสัญญา CITES จำนวน 67 ชนิดในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2567 ที่สามารถครอบครองได้ด้วยการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งสิงโตก็เป็นหนึ่งในสัตว์ป่าควบคุมร่วมกับเสือชีตาห์และเสือจากัวร์ที่เป็นสัตว์ตระกูลแมวอีกพวกที่อยู่ในรายการด้วย

• ซึ่งกรณีสิงโตนั้นเป็นสัตว์ป่าควบคุมประเภท ก. หรือสัตว์ป่าดุร้ายอันตรายที่ทางกรมอุทยานและ CITES เข้มงวดเอามากๆ เรื่องการนำเข้าและการครอบครองนั่นเอง ในเดือนมีนาคมปี 2023 ที่ผ่านมา มีสิงโตจดทะเบียนไปแล้วร่วมเกือบ 200 กว่าตัว ถือว่าเป็นสัตว์ป่าควบคุมผระเภท ก. ที่มีคนจดทะเบียนมากที่สุด

• สำหรับบทลงโทษกรณีไม่แจ้งการครอบครองนั้น ระเบียบนี้ระบุว่า ผู้ที่กระทำผิดจะต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ปัญหาของการเลี้ยงสิงโตในประเทศไทย

• ในประเทศไทยนั้นมีปัญหาการเลี้ยงสิงโตหลักๆ หลายอย่าง ทั้งเรื่องข้อมูล สภาพอากาศ และโรคภัยไข้เจ็บ จากที่แอดบิวเจอมา สิงโตที่ไม่ใช่ในสวนสัตว์มีปัญหาภาวะเลือดชิดจากพ่อแม่ในฟาร์มต้นทางที่นำเข้ามา ลูกสิงโตออกมาอ่อนแอ มีปัญหาเรื่องกระดูกผิดรูปทำให้ใช้ชีวิตลำบาก เป็นดาว์นซินโดรม และแย่สุดคือ โตไม่เหมือนสิงโตทั่วไป

• ส่วนเรื่องอากาศนั้น สิงโตเป็นสัตว์ที่แห้ง มีปัญหาเรื่องเชื้อรากัดผิวหนังและป่วยเป็นโรคปอดอักเสบง่าย เพราะว่าอากาศประเทศไทยนั้นก่ำกึ่งร้อนชื้นและร้อนแห้ง ซึ่งสิงโตในหลายสวนสัตว์มักเจอปัญหานี้ ดังนั้นสวนสัตว์ใหญ่ๆมักเลี้ยงสิงโตในลักษณะอากาศถ่ายเทสะดวกเสมอ และไม่มีความชื้นสะสมมากเกินไปนั่นเอง

• ส่วนเรื่องข้อมูลการเลี้ยง กรณีสวนสัตว์ไม่มีปัญหาเพราะมีสัตวแพทย์และนักสัตววิทยาคอยให้ข้อมูลอยู่แล้ว แต่ผู้เลี้ยงทั่วไปจะเข้าใจว่าสิงโตนั้นเลี้ยงแบบแมวก็ได้ เลี้ยงปล่อยตามใจไม่ดุไม่ตีสั่งสอนให้ฟัง บางรายยังเข้าใจว่าสิงโตในที่เลี้ยงจะกินอาหารเม็ดแบบแมวได้ ก็เกิดปัญหาขาดสารอาหารไป ปัญหานี้แอดบิวเคยแนะนำผู้เลี้ยงท่านหนึ่งเรื่องพฤติกรรม เขาประหลาดใจว่าสิงโตขย้ำคอม้าลายหรือวิลเดอบีสต์ในธรรมชาติด้วย รวมถึงเรื่องปริมาณอาหารต่อวันเขาก็ไม่ทราบกัน ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงไม่คิดว่าสิงโตที่เลี้ยงอยู่ก็เป็นสัตว์ป่า

• ผู้เลี้ยงบางคนเลี้ยงสิงโตด้วยเหตุผลหลายกรณี ทั้งเพราะเอ็นดูความน่ารัก ความชอบ ใช้แสดงสถานะทางสังคมว่าเป็นคนมีหน้ามีตาที่ดีในกลุ่มคน และบางคนก็มีตามกระแสอินฟลูดังๆหลายคนที่คลุกคลีกับสิงโตจนมีคนอยากไปเลี้ยงสิงโตกันมากขึ้นนั่นเอง

• ปัญหาเรื่องเสียงคำราม บางคนเลี้ยงสิงโตใกล้ชุมชน ซึ่งเสียงคำรามของสิงโตจะเปล่งตลอดวัน (เช้ากับกลางคืนบ่อยสุด) เพื่อประกาศอาณาเขตไกลถึง 8 กิโลเมตร ระดับเสียง 80-100 เดซิเบล ในประเทศไทยเคยเกิดขึ้นกับกรณีสวนสัตว์แห่งหนึ่งที่ทะเลาะกับหมู่บ้านจัดสรรที่มาสร้างหลังสวนสัตว์หลายปี ทำให้สวนสัตว์ตัดปัญหาหยุดการเลี้ยงสิงโตในสวนสัตว์แห่งนั้นไปนานหลายปี

สิงโตกับการขนส่ง

• อย่างที่เป็นกรณีเฟซบุ๊คของผู้ใช้รายหนึ่ง ลงรูปขณะพาสิงโตไปส่งลูกค้า ซึ่งถือว่าลักษณะการขนส่งนี้ผิดหลักในการขนส่งสัตว์ ยิ่งเฉพาะสิงโตที่เป็นสัตว์ป่า การขนส่งควรจะใช้กรงขนาดใหญ่หรือบ็อกใส่สุนัขขนาดใหญ่เพื่อให้สิงโตถูกจำกัดพื้นที่เอาไว้ขณะเดินทาง

• ทั้งนี้ ตามหลักข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยระบุว่า ควรผูกล่ามสัตว์เลี้ยงไว้กับที่ห้ามปล่อยเดินไปเดินมา และไม่ควรเล่นกับสัตว์เลี้ยงขณะขับรถอยู่ ซึ่งมันคือความเสี่ยงสุดๆ หากเกิดอุบัติเหตุใดขึ้นมาบนท้องถนน ฉะนั้นลักษณะการกระทำดังกล่าวที่ทุกคนเห็นในโซเชี่ยลจึงไม่ถูกต้องเลย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้เชี่ยวชาญสัตว์ ชี้หนุ่มขับรถส่ง สิงโต ปล่อยเพ่นพ่าน ผิดหลักเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...