โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฉีกภาพจำในรอบ 30 ปี Smooth E ใช้การตลาดคู่จิ้น ดึง ‘หลิง-ออม’ ช่วยรีแบรนด์

TODAY Bizview

อัพเดต 08 ม.ค. 2568 เวลา 17.26 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2568 เวลา 10.26 น. • workpointTODAY

ตลาดผลิตภัณฑ์เวชสำอาง หรือ เดอร์มาสกินแคร์ในประเทศไทยโตไวมาก นับตั้งแต่ช่วงหลังโควิดมาเทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยน แต่ละคนจริงจังในการเลือกซื้อสกินแคร์มากขึ้น

เพราะผู้คนส่วนใหญ่มีความรู้ทางส่วนผสม ในระดับที่เข้าใจการใช้ส่วนผสมที่ปลอดภัย ทำให้ผิวแข็งแรง และที่สำคัญประสิทธิภาพต้องดี เห็นผลไว ทำให้ในปีที่แล้วตลาดผลิตภัณฑ์เวชสำอางมีมูลค่าสูงถึง 15,522 ล้านบาท เติบโตถึง 15%

ขณะเดียวกันผู้เล่นในตลาดนี้ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งแบรนด์ต่างประเทศที่เข้ามา และแบรนด์ไทยด้วยกันที่แข่งกันตามเทรนด์ ทำให้แบรนด์ไทยที่อยู่ในตลาดก็จำเป็นต้องปรับตัวให้ทันผู้บริโภคที่มีตัวเลือกเยอะ เช่น Smooth E ที่ต้องหันมารีแบรนด์ ปรับภาพจำในรอบ 30 ปี เพื่อที่จะยังคงทนในตลาดนี้

[ ภาพจำเก่า Smooth E แค่อ่อนโยน แต่คนไม่ค่อยพูดถึงประสิทธิภาพ ]

‘ธนชัย ชัยกิตติวนิช’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมูทอี บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด เล่าให้ฟังว่า “ปัจจุบัน Smooth E เป็น Medical Skincare ที่คนไทยรู้จักอยู่แล้วมาตลอด 30 ปี มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ราวๆ 9.7% แต่ภาพจำหลักๆ ของแบรนด์คือมีสินค้า เช่น โฟมไม่มีฟอง ครีมลดรอยแผลเป็น กันแดดไร้เคมี และผู้คนมักเข้าใจว่าแบรนด์ ‘แค่อ่อนโยน’ ทำให้แบรนด์อยากลบภาพจำเดิมๆ ที่แค่อ่อนโยนออกไป เพราะด้านประสิทธิภาพอื่นๆ ก็ดีไม่แพ้กัน

ประกอบกับปัจจุบันเทรนด์เปลี่ยนผู้บริโภคมีความเป็น Beauty Fighter ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ส่วนผสมดี ปลอดภัยและที่สำคัญต้อง ‘เห็นผลไว’ รวมถึงผู้บริโภคเสพโซเชี่ยลทำให้มีความเข้าใจในการดูแลตัวเองที่มากขึ้น บางคนถึงขั้นดูแลตัวเอง 10 Step ตามวิธีที่ไวรัลในโลกออนไลน์ แต่อาจจะมากเกินจำเป็นไป

[ ทุ่ม 200 ล้านรีแบรนด์ใหม่ ดึง ‘หลิง-ออม ขยายตลาด’]

Smooth E จึงพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ตอบรับเทรนด์ผู้บริโภค และทุ่ม 200 ล้านบาทเดินหน้า 3 กลยุทธ์หลักรุกตลาดเวชสำอาง คือ

1.) นำความเชี่ยวชาญตลอด 30 ปีมาออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์เทรนด์ลูกค้ามากขึ้น ออกนวัตกรรมสกินแคร์ที่เป็น The Right Solutions อ่อนโยนแต่เห็นผลจริงพิสูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไทยที่มีผิวบอบบางทุกเจนอย่างลงตัว

2.) ตั้งเป้าให้คนรับรู้ว่ามีดีมากกว่าอ่อนโยน และผลิตภัณฑ์ครอบคลุมชีวิตประจำวันกว่า ด้วยการเปิดตัวสมูทอี คลินิกคัล เซรั่ม ตอกย้ำจุดยืน “อ่อนโยน…มีประสิทธิภาพเห็นผล” มี 4 สูตร ได้แก่ สูตรลดรอยสิว สูตรผิวกระจ่างใส สูตรลดริ้วรอย และสูตรเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผู้บริโภคดูแลผิวหน้าได้ง่ายๆ แค่ 3 Step ล้าง บำรุง และปกป้อง

3.) เน้นการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค กับกลุ่มคนทุกวัย เช่นการเลือก ‘หลิง-ออม’ มาเป็นมาเป็น นิวเฟซ ออฟ สมูทอี เนื่องจากหลิงเป็นคนที่มีเสน่ห์และมั่นใจ ส่วนออมก็มีความอ่อนโยนและสนุกสนาน หลิง-ออมจึงเป็นคู่ดาราที่สะท้อนจุดยืน “อ่อนโยน…มีประสิทธิภาพเห็นผล” ของสมูทอีได้อย่างลงตัว

โดยประเดิมด้วยกิจกรรมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Meet The New Face of Smooth E พร้อมทั้งเราจะมีกิจกรรมการตลาดร่วมกับหลิง-ออม เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคทุกกลุ่มตลอดทั้งปี

อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวพรีเซนเตอร์อย่าง ‘หลิง-ออม’ แบรนดตั้งเป้าว่าจะช่วยขยายตลาดให้ไปต่างประเทศได้มากขึ้น ผ่านกลุ่มแฟนด้อมของทั้งคู่ ซึ่งเดิมทีแบรนด์ขยายอยู่ต่างประเทศบ้างแล้ว แต่ส่วนแบ่งยังไม่มากนัก การได้ ‘หลิง-ออม’ จะยิ่งช่วยสร้างการรับรู้ที่ดีขึ้นในการรับรู้ของแบรนด์

สำหรับปีที่ผ่านมา Smooth E กวาดรายได้ทั้งหมดราว 900 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...