โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลังคน ขับเคลื่อนชายสี่คอร์ป แบรนด์เก่า 30 ปี ยุคที่ไม่ใช่แค่บะหมี่รถเข็น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 พ.ย. 2567 เวลา 07.40 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2567 เวลา 23.41 น.
วิสัณห์ ศิริกุล

ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว แบรนด์ก๋วยเตี๋ยวรถเข็นเจ้าแรกของไทย กับกลยุทธ์ใหม่ “ครัวของทุกบ้าน อาหารของทุกคน หนึ่งในใจทุกเวลา” หลังประกาศโฉมใหม่ ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น พร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าแห่งสตรีตฟู้ดในประเทศ ด้วยการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรบุคคลให้พร้อมลงเล่นในตลาดทุน

วิสัณห์ ศิริกุล รองประธานเจ้าหน้าที่สายงานบุคคลและธุรการ บริษัทชายสี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บอกเล่ากับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงมุมของฝ่ายทรัพยากรบุคคลว่า หลายคนอาจจะได้ยินเรื่องที่ชายสี่อยากจะ IPO เข้าตลาดฯ ในภาพของ HR มองว่าต้องมีการเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรในการลงเล่นเกมที่มีบริษัทอื่น ๆ เป็นเจ้าตลาดอยู่ในเซ็กเตอร์ต่าง ๆ

ในวันที่จะแข่งในเกมเดียวกัน ต้องมีคนที่มีประสิทธิภาพ และมีความสามารถเท่าเทียม องค์กรเองก็ต้องมีการปรับตัวในการทำให้คนที่มีความสามารถรู้สึกว่าอยากอยู่กับบริษัท ทำให้คนสายเลือดใหม่เป็นคนรุ่นใหม่ สามารถถูกพัฒนาให้มีศักยภาพทัดเทียมกับผู้เล่นที่อยู่ในบริษัทใหญ่ ๆ

การพัฒนาทรัพยากรบุคคลในการที่จะ IPO มีเป้าหมายคือการทำให้นักลงทุน ทำให้ตลาดเห็นถึงศักยภาพของชายสี่คอร์ปที่ยังมีอีกมาก ด้วยทีมงานที่มีอยู่ในปัจจุบันทำให้สามารถทำได้มากกว่าที่คนอื่นคาดคิด

“เพื่อเป็นการบอกให้กับ Future Investors ในอนาคตว่าชายสี่เป็นองค์กรหนึ่งที่ยังอยู่ใน Dynamic ที่สร้าง S-Curve ได้ไม่ต่างกับ Unicorn ในวันที่เรามีความพร้อมและถึงเป้าหมายขั้นต้นด้วยการที่ได้รับการเข้าร่วมสนับสนุน ในวันที่เรา IPO แล้วเราอาจจะสร้างสิ่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมในตลาดอาหารของประเทศไทยก็ได้” วิสัณห์กล่าวย้ำ

ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว สู่ชายสี่คอร์ป

สำหรับบริษัทที่มีอายุมากกว่า 30 ปี มีการปรับตัวมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาอาจเห็นได้ชัดว่าชายสี่มีการปรับตัวและปรับรูปลักษณ์ให้ดูทันสมัยขึ้น การก้าวผ่านมาสู่ยุคชายสี่คอร์ป เรียกได้ว่าเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ เช่น เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ชายสี่ได้เริ่มสเต็ปเข้าไปอยู่ในธุรกิจที่เป็น Food Retail Business ในกลุ่มที่เป็นร้านอาหาร

ตั้งแต่เริ่มต้น ชายสี่บะหมี่เกี๊ยวเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการสร้างอาชีพให้ผู้คน แต่ความมุ่งมั่นยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะนอกจากชายสี่จะเป็นเจ้าแห่งเส้นแล้ว ยังมุ่งมั่นที่จะเป็นเจ้าแห่งสตรีตฟู้ดด้วย จากแบรนด์ที่หลาย ๆ คนคุ้นเคย

อย่างชายสี่บะหมี่เกี๊ยวตอนนี้ก็ได้ต่อยอดเป็นชายสี่ Plus ที่มีความพรีเมี่ยมขึ้น ใช้วัตถุดิบที่เข้าถึงคนในเมืองได้ง่ายมากขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาร้านร่วมกับแบรนด์อื่น ๆ อย่าง ก๋วยเตี๋ยวเรือเสือร้องไห้, Brix Dessert Bar, หมูสองชั้น ซึ่งคาดจะเป็นส่วนที่เข้ามาสนับสนุนในการ IPO ต่อไปในอนาคตได้อย่างครบทุกเซ็กเมนต์

นี่ถือเป็นก้าวใหม่ของชายสี่คอร์ป และยังมีการดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาร่วมงานด้วยกัน แม้ว่าโดยส่วนใหญ่ชายสี่จะไม่ได้สร้างอะไรใหม่มากมาย แต่ในส่วนของตลาด Consumer มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ตลาดของแรงงานจึงต้องเปลี่ยนตามเป็นเรื่องปกติ

“เราก็ต้องยอมรับว่าเมื่อ 10 ปีก่อนมันก็มีคนคุยเรื่องว่าการทำงานกับ Gen Y จะทำยังไง ในทุกวันนี้สำหรับ Gen Z หรือ Millennial ที่เขาจะกลายเป็นทั้งลูกค้า กลายเป็นทั้งพนักงาน วันนี้จริง ๆ ด้วย Behavior ของเขา สิ่งที่เขามองหาจาก Corporate คืออะไร แล้วสิ่งที่ชายสี่สามารถ Offer ได้คืออะไร” วิสัณห์ตั้งคำถาม

วัฒนธรรมองค์กรของชายสี่คอร์ป

วิสัณห์บอกเล่าถึงเรื่องของ Culture ชายสี่ต่อว่า บริษัทมี Culture ที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์มาก ในระยะเวลาครึ่งปีที่ได้ทำงานมา ต้องบอกตรง ๆ ว่ามีการทำงานค่อนข้างเปิดรับคนรุ่นใหม่ เปิดรับไอเดียใหม่ ๆ และต้องการจะสร้างสิ่งที่ทำให้ตลาดรู้สึกตื่นเต้น ซึ่งในมุมของคนที่เข้ามาร่วมงานก็อยากให้เขาสามารถเป็นตัวของตัวเอง สามารถที่จะเสนอไอเดียต่าง ๆ

ณ วันนี้ชายสี่มีสัดส่วนพนักงานที่อายุน้อยเข้ามาเยอะมากขึ้น มีเทรนด์การทำงานของคนรุ่นใหม่ซึ่งสอดคล้องกับความเป็นมาของแบรนด์ ด้วยสโลแกน “ครัวของทุกบ้าน อาหารของทุกคน หนึ่งในใจทุกเวลา” แบบที่ไม่ได้จำกัดว่าเป็นอาหารของใคร เพศไหน หรืออายุเท่าไหร่

ซึ่งจุดนี้ส่งผลให้มีความลื่นไหลในการทำงาน ทั้งในแง่ของการที่คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน ไม่ได้มีการตีตราว่าใครเป็นเด็กจบใหม่ ใครเป็นคนที่มีประสบการณ์ในการทำงาน แต่จะใช้จุดประสงค์ในเป้าหมายร่วมกันเป็นตัวดำเนินการในการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้

HR ยุคใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

วิสัณห์บอกเล่าถึงสิ่งที่แบรนด์กำลังสื่อสาร คือการที่ให้คนนอกเห็นภาพภายในของบริษัทเพิ่มมากขึ้น เพิ่มจากการเห็นรถเข็น เห็นอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของชายสี่ ซึ่งกล่าวในฐานะ HR ว่ามีการวัดว่าการ Evolve ของบริษัท ว่าอยู่ในเกณฑ์ดี หรือตามเป้าประสงค์หรือไม่

โดยเหล่านี้จะสะท้อนออกมาในบรรยากาศ ออกมาจาก Experience ที่พนักงานมี หลาย ๆ คนเริ่มพูดถึงชายสี่คอร์ปในฐานะบริษัทนายจ้างมากขึ้น ส่วนหนึ่งจะเห็นได้จาก Lifestyle จาก Content ที่แชร์ลงโซเชียลมีเดีย ซึ่งทางพนักงานได้จัดทำกันเองขึ้นมา

ตรงนี้เองมีการปรับเปลี่ยนเรื่องการสื่อสารจากช่องทาง Traditional หรือ Formal ชายสี่ได้มีการทำช่องที่เป็น TikTok มาได้ราว ๆ 2 เดือนแล้ว โดยที่ไม่ใช้เงินแม้แต่บาทเดียว ซึ่งตอนนี้มี Follower Organic ประมาณ 3,000 คน มียอดเข้าชมหลักแสน

ซึ่ง Content ทุกอย่างไม่มีอะไรที่เป็นการ Build It Up เป็นการถือกล้องแล้วก็ถ่ายสิ่งที่เกิดขึ้นในองค์กร เป็นบรรยากาศของพนักงาน ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนมองภาพชายสี่เปลี่ยนไป

ทั้งนี้ ชายสี่คอร์ปได้ให้ความสำคัญเรื่องของความเท่าเทียม เนื่องจากใน Core Value ของบริษัท คำว่า Please ประกอบไปด้วย P-People คือการให้ความสำคัญกับคุณค่าของคน ผ่านการวิเคราะห์ว่าบุคลากรอยากได้อะไร ไม่ใช่วิเคราะห์ว่าบริษัทอยากให้อะไร

เป็นการคิดว่าจะทำให้คุณภาพชีวิตพนักงานดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความเท่าเทียม บริษัทจึงมีวันหยุด เช่น วันลาผ่าตัดแปลงเพศที่มีมาตั้งแต่ก่อนสมรสเท่าเทียม เป็นต้น

พัฒนาสู่บริษัทที่ได้รับความนิยม

วิสัณห์กล่าวตามตรงว่า ชายสี่มีความทะเยอทะยานอยู่ไม่น้อยสำหรับการพัฒนาบริษัทให้กลายเป็นหนึ่งใน Most Prefered Company ในตลาดแรงงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งหากในอนาคตมีการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ก็มีความต้องการให้ชายสี่เป็น Ultimate Destination ของ Ambitious Talent

หรือก็คือการที่จะทำให้องค์กรเป็นองค์กรที่มีศักยภาพ และมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเองอย่างประสบความสำเร็จ ซึ่งในปัจจุบันก็ได้มีโครงการ Management Trainee Gen ที่ได้ดำเนินการไปเมื่อเดือนสิงหาคม โดยที่เป็นการรับเด็กจบใหม่เข้ามาแบบไม่สนใจมหาวิทยาลัย ไม่สนใจคณะ ให้ความสนใจที่ตัว Personality และมองที่ Potential ตลอดโปรแกรมปีครึ่ง

โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการ Rotate ในหลาย ๆ ฟังก์ชั่น เพื่อกลายเป็น Manager ของชายสี่ เป็นโปรแกรมที่ทำให้เด็กที่มีศักยภาพ รู้สึกว่าอยากขับเคลื่อนตัวเอง สามารถแก้โจทย์ที่ยากในสายอาชีพ ผลักดันไปสู่การเป็นเมเนเจอร์ได้อย่างเต็มตัว ซึ่งมีผู้เข้าสมัครกว่า 400 คน และได้คัดเลือกจนเหลือ 6 คนสุดท้าย

โดยตอนนี้ก็อยู่ในโปรแกรมช่วงเฟสแรกของ 4 เดือนแรกอยู่ ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไป ว่าผลของผู้เข้าอบรมจะเป็นอย่างไร ในส่วนของ HR เองก็ได้แย้ม ๆ มาว่าปีหน้าน่าจะมีอะไรสนุก ๆ ให้ตลาดได้ตื่นเต้นด้วยเช่นกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พลังคน ขับเคลื่อนชายสี่คอร์ป แบรนด์เก่า 30 ปี ยุคที่ไม่ใช่แค่บะหมี่รถเข็น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...