NUSA พุ่งกระฉูดเกือบ 14% หลังแก้ไขงบการเงินตาม “ก.ล.ต.” สั่ง ปมอดีตผู้จัดการ-ผบห. ร่วมกันทุจริต
วันนี้ (9 ธ.ค. 67) ราคาหุ้นของ บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 0.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.03 บาท หรือ 13.64% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 18.14 ล้านบาท โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น คาดว่ามาจากการที่บริษัทได้ทำการแก้ไขงบการเงินภายหลังการถูกขึ้นเครื่องหมาย CS เนื่องจาก ก.ล.ต. แจ้งให้แก้ไขงบการเงิน กรณีอดีตกรรมและผู้บริหารร่วมกันทุจริต
ตามที่หลักทรัพย์ของ NUSA ถูกขึ้นเครื่องหมาย "CS" (Caution-Financial Statements) เมื่อวันที่ 21 พ.ย.67 เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้แจ้งให้บริษัทแก้ไขงบการเงินประจำปี 2566 และงบการเงินไตรมาส 3/67
โดยบริษัทยังไม่ได้แก้ไขรายการที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่ ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษอดีตกรรมการและผู้บริหารของบริษัทต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีร่วมกันทุจริตลงทุนซื้อโรงแรมที่ต่างประเทศในราคาที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างมีนัยสำคัญ และกรณีร่วมกันทุจริตขายห้องชุดของ NUSA ในราคาที่ต่ำกว่าราคาประเมิน รวมทั้งการโอนเงินจาก NUSA เข้าบัญชีส่วนตัวและบุคคลใกล้ชิด
ทั้งนี้ บริษัทได้จัดประชุมเพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้ที่เกี่ยวข้อง (Public Presentation) เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.67 เวลา 14.15 น. เพื่อชี้แจงสาเหตุและแนวทางแก้ไขประเด็นดังกล่าว ดังนี้
บริษัทได้จัดทำงบการเงินประจำปี 2566 และงวดไตรมาส 3/67 ฉบับแก้ไข ซึ่งผ่านการตรวจสอบและสอบทานจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต รวมทั้งเปิดเผยงบการเงินฉบับแก้ไขต่อสาธารณชนผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SETLink) แล้วเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 โดยมีการปรับปรุงรายการที่มีนัยสำคัญ ดังนี้
1) กลุ่มบริษัทได้ตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าเงินมัดจำค่าซื้อหุ้นในบริษัทในต่างประเทศ ในงบการเงินประจำปี 2566 จำนวน 728 ล้านบาท (งบการเงินรวม)
2) งบแสดงฐานะการเงิน มูลค่ามัดจำค่าซื้อหุ้นในบริษัทในต่างประเทศ ลดลงจำนวน 728 ล้านบาท
3) งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ สำหรับปีสิ้นสุด 31 ธ.ค.67 ขาดทุนเพิ่มขึ้น จำนวน 91 ล้านบาท (ปี 2564 และ 2565 ปรับขาดทุนสะสมยกมาจำนวน 436 ล้านบาท และจำนวน 180 ล้านบาท ตามลำดับ)
4) บริษัทตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินลงทุนในบริษัทย่อยในงบการเงินประจำปี 2566 จำนวน 620 ล้านบาท (งบการเงินเฉพาะกิจการ)
5) งบแสดงฐานะการเงิน มูลค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อยลดลงจำนวน 620 ล้านบาท
6) งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ สำหรับสิ้นปีสิ้นสุด ณ 31 ธ.ค.67 จำนวน 77 ล้านบาท (ปี 2564 และ 2565 ปรับขาดทุนสะสมยกมา จำนวน 381 ล้านบาท และ จำนวน 162 ล้านบาท ตามลำดับ)
อนึ่ง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2567 เมื่อวันที่ 8 ก.ค.67 ได้มีมติอนุมัติการฟ้องร้องดำเนินคดีกับอดีตกรรมการทุกรายที่ร่วมลงมติอนุมัติการเข้าซื้อโรงแรมในต่างประเทศ ทั้งทางแพ่งและทางอาญา เพื่อเรียกร้องให้มีการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้แก่บริษัท โดยบริษัทได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มบุคคลดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวน และปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดเตรียมคำฟ้องและรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนรัดกุมเพื่อยื่นฟ้องโดยเร็วที่สุด เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นโดยรวม