โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

XO ไล่บี้ ฮุยฟง ชิง “ซอสพริกศรีราชา” กลับมาเป็นของคนไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ก.ค. 2567 เวลา 19.51 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2567 เวลา 12.51 น.

XO จับจังหวะ ฮุยฟง เพลี่ยงพล้ำ ส่ง “ห่านบิน” ไล่จิก “ไก่” รุกตลาดอเมริกา-ยุโรป ชิงเบอร์ 1 ซอสพริกโลกพร้อมทวงคืนนามสกุล “ซอสพริกศรีราชา” กลับมาเป็นของคนไทย

เป็นประเด็นดรามามาหลายทศวรรษสำหรับ“ซอสพริกศรีราชา” ที่ถูกทุนเวียดนาม “ฮุยฟง” ลักไก่นำไปใช้ตีตลาดโลก จนผู้ประกอบการไทยสูญเสียประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาล แม้ว่าซอสพริกศรีราชาจะมีต้นกำเนิดมาจาก อ.ศรีราชา จ.ชลบุรีก็ตาม

ข้อมูลจาก Fortune Business Insights ระบุว่าภายในปี 2569 ตลาดซอสพริกทั่วโลกจะมีมูลค่า 3.77 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 6.5 ในช่วงปี 2562-2569 โดยยุโรปและอเมริกาเหนือครองส่วนแบ่งตลาดที่ใหญ่ที่สุดของตลาดซอสพริกทั่วโลก แต่อัตราการเติบโตของตลาดซอสพริกที่มาแรงจะอยู่ในเอเชียแปซิฟิก

ประเทศไทยมีการส่งออกซอสพริกไปยัง 5 ประเทศหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี มาเลเซีย สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์ ทั้งนี้ในตลาดส่งออกหลักซอสพริกของไทยอย่างสหรัฐอเมริกา มีผู้เล่น 4 แบรนด์หลักคือ ศรีราชาตราไก่ของเดวิด ทราน, Tabasco, Cholula และ Frank’s RedHot

ในปี 2566 ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมค้าปลีกซอสพริกสหรัฐฯ มีมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 1,026.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 6.56% และคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 1,668.19 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 หรือเติบโตเฉลี่ย 7.19% ต่อปี โดยซอสพริกศรีราชากินสัดส่วนเพียง 10% ของมูลค่าตลาดซอสพริกทั้งหมดในสหรัฐฯ ขณะที่ซอสพริกทาบาสโก (Tabasco) และซอสพริกฮาบาเนโร (Habanero) ครองสัดส่วนตลาดสูงที่สุด

ซอสพริกศรีราชา

ฮุยฟง เจ้าตลาด “ซอสพริกศรีราชา” ในสหรัฐ

แม้ว่าคนไทยส่วนใหญ่จะทราบดีว่า“ซอสพริกศรีราชา” แท้จริงแล้วมีต้นกำเนิดมาจากอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี แต่ทว่า ซอสพริกศรีราชา ที่ขายดีในสหรัฐฯ ตลาดส่งออกเบอร์ 1 ของไทย กลับเป็นซอสพริกศรีราชาของบริษัท Huy Fong Foods โดย“David Tran” ผู้อพยพชาวเวียดนามในรัฐแคลิฟอร์เนีย

ที่เริ่มต้นกิจการจากการผลิตซอสพริกจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารเอเชียและร้านเฝอ หรือ Pho ในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2523 จนเป็นที่รู้จักในตลาด ก่อนจะกลายเป็นกระแสนิยมอย่างกว้างขวางในปี 2559 และถือเป็นการเปิดตลาดทำให้ซอสพริกและชื่อศรีราชาเป็นที่รู้จักมากขึ้นในตลาดสหรัฐฯ ด้วย

ทำไมเวียดนามถึงเคลม “ซอสพริกศรีราชา” ได้

ข้อมูลจากกรมทรัพย์สินทางปัญญากระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าคำว่า “ศรีราชา” เป็นชื่อในอำเภอหนึ่งของจังหวัดชลบุรี ถือเป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ซึ่ง “ไม่สามารถจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพื่อถือสิทธิแต่เพียงผู้เดียวได้” แต่ผู้ประกอบการสามารถใช้คำว่า “ซอสพริกศรีราชา” บรรยายสินค้าโดยจะต้องมีโลโก้หรือเครื่องหมายการค้าของตนกำกับเสมอ รวมทั้งสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าของสหรัฐฯ ก็เช่นกัน

เว้นแต่ผู้ผลิตพิสูจน์ได้ว่า พริกที่ปลูกมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์หรือมีลักษณะพิเศษต่างจากพริกแหล่งอื่น และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ GI ในประเทศไทย คำว่า “ซอสพริกศรีราชา” ก็จะใช้ได้เฉพาะบริษัทที่ยื่นขอขึ้นทะเบียน GI เพียงผู้เดียว ซึ่งถึงปัจจุบันยัง “ไม่มี”

ซอสพริกศรีราชา

ฮุยฟง เพลี่ยงพล้ำ ซัพพลายเออร์สะดุด ผู้เล่นใหม่ตบเท้าแย่งมาร์เก็ตแชร์

ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก ระบุว่าในช่วงกลางปีที่ผ่านมาซอสพริกศรีราชาแบรนด์ ฮุยฟง ประสบปัญหาขาดตลาดอย่างหนัก เนื่องจากเผชิญกับภาวะขาดแคลนวัตถุดิบจากปัญหาความแห้งแล้ง ทำให้ราคาสินค้าจำหน่ายปลีกในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจากเดิมราคาในตลาดประมาณ 3 - 4 ดอลลาร์สหรัฐต่อขวด ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปถึง 70 - 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อขวด ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารหันไปเลือกซื้อซอสพริกศรีราชาแบรนด์อื่น ที่มีราคาถูกกว่าทดแทนมากขึ้น

แม้ว่าราคาซอสพริกศรีราชาของบริษัท Huy Fong Foods จะเริ่มปรับตัวลดลงมาบ้างแล้ว แต่ไม่นานมานี้มีรายงานข่าวว่า เหตุผลที่ทำให้ ซอสศรีราชาแบรนด์ฮุยฟง ขาดตลาด เกิดจากปัญหาความขัดแย้งทางธุรกิจกับหุ้นส่วนผู้เพาะปลูกและจำหน่ายพริกฮาลาเพนโยแดง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้า ให้กับบริษัทมานานกว่า 30 ปี จึงทำให้บริษัทไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามความต้องการ

แม้ว่าบริษัทจะพยายามปรับตัวอย่างเต็มที่ โดยหันไปจัดซื้อวัตถุดิบพริกฮาลาเพนโยแดงจากผู้ผลิตรายอื่น แต่ก็ยังไม่สามารถจัดหาซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพตามมาตรฐานของบริษัทได้เพียงพอ จึงน่าจะยังส่งผลต่อกำลังการผลิตของบริษัท อีกทั้ง ปัญหาดังกล่าวยังไม่มีทีท่าที่สามารถแก้ไขได้ในอนาคตอันใกล้อีกด้วย จึงทำให้มีผู้ประกอบการคู่แข่งรายอื่นในตลาดสบโอกาสหันไปผลิตสินค้าซอสพริกศรีราชาเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีเพิ่มมากขึ้น

[caption id="attachment_119540" align="aligncenter" width="1000"]

ซอสพริกศรีราชา

นายจิตติพร จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บมจ. เอ็กโซติค ฟู้ด (XO)[/caption]

XO ตีตลาดยุโรป-อเมริกาจี้ตูด “ฮุยฟง”

อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ซอสพริกศรีราชาตรา “ห่านบิน” ของบริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO ได้ขยายตลาดไปยังทวีปอเมริกาได้สำเร็จ หลังจากซอสพริกศรีราชาของ ฮุยฟง เริ่มประสบภาวะขาดตลาด

นายจิตติพร จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บมจ. เอ็กโซติค ฟู้ด (XO) เปิดเผยกับ การเงินธนาคาร ว่า ปัจจุบันบริษัทผลิตและส่งออกซอสมากกว่า 99% และเป็นเบอร์ 1 ส่งออกซอสพริกศรีราชาของประเทศไทย ตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้แบรนด์ “ห่านบิน” และเป็นเบอร์ 2 ตลาดซอสพริกศรีราชาโลก

“ตอนนี้เบอร์ 1 ซอสพริกศรีราชาโลก คือ “ฮุยฟง” ซึ่งในปี 2019 ฮุยฟงมียอดขายราว ๆ 4,800 ล้านบาท โดย 60% คือยอดขายของซอสพริกศรีราชาหรือประมาณ 2,700 - 2,800 ล้านบาท ขณะที่ XO มีพระเอกเป็นซอสพริกศรีราชา ที่มีมากกว่า 40 เฟเวอร์ ซึ่งในปี 2566 ที่ผ่านมาทำรายได้ราว ๆ 1,700-1,800 ล้านบาท นั่นหมายความว่าเมื่อเทียบกับ ฮุยฟง ปัจจุบัน XO มีส่วนต่างราว ๆ “พันล้าน”บาท

อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ฮุยฟง กำลังมีปัญหาฟ้องร้องกับซัพพลายเออร์ ทำให้ตัวเลขส่วนต่างนี้มีนี้ช่องว่างน้อยลงมาก และทำให้ XO สามารถตีตื้นขึ้นมาได้ แม้ว่าตอนนี้ ฮุยฟง จะยังเป็นเบอร์ 1 และ XO เป็นเบอร์ 2 ของตลาดโลก เแต่เป้าหมายของเราคือการเป็นที่หนึ่งของซอสศรีราชาโลกภายใน 3-5 ปี”

ยุทธศาสตร์ชิงนามสกุล “ซอสพริกศรีราชา” คืนคนไทย

“สิ่งที่เราอยากทำคือเอาคำว่า “ซอสพริกศรีราชา” กลับมาเป็นของคนไทย เพราะจริง ๆ ศรีราชา คือซอสพริกของประเทศไทย ไม่ใช่ซอสพริกของคนเวียดนาม และภาษาเวียดนามไม่มีคำว่าศรีราชา ในอเมริกาเองก็ไม่มีรัฐไหนที่เรียกว่าศรีราชา

ศรีราชา คือซอสพริกของประเทศไทยผลิตครั้งแรกในปี 1932 ในอำเภอศรีราชา ฮุยฟง เริ่มผลิตครั้งแรกใน 1970 ห่างกัน 40 ปี เพราะฉะนั้นชัดเจนว่าซอสพริกศรีราชาเป็นของคนไทย แต่เขาเอาชื่อของเราไปใช้ ดังนั้นวันนี้ Mission ของบริษัทเราคือการเอาซอสศรีราชากลับมาเป็นของคนไทย ไม่ใช่ให้ต่างชาติเอาเคลมว่าเป็นของเขา”

ยุทธศาสตร์ในการชิงแชมป์ของ XO คือตลาด “อเมริกา” ซึ่งตอนแรก XO ไม่มีตลาดนี้ ควบคู่ไปกับการขยายตลาดยุโรปซึ่งเป็นตลาดที่ “ห่านบิน” สตรองมากที่สุด

“สิ่งที่เราต้องทำคือ ขายของให้ได้มากขึ้น มีที่ขายเพิ่มขึ้น ในอนาคตหากขายได้มากพอ เราก็จะเป็นเบอร์ 1 ผู้บริโภคทั่วโลกจะรู้เรื่องซอสศรีราชาเพิ่มขึ้นว่าจริง ๆ แล้วมีต้นกำเนิดมาจากประเทศไทย ไม่ใช่ให้คนอื่นมาเคลมชื่อของเราไป ซึ่งตอนนี้ผู้บริโภคในต่างประเทศก็เริ่มรับรู้ว่าซอสศรีราชามาจากประเทศไทย ก็นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น”

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่าภาพรวมครึ่งปีแรก 2567 บริษัทสามารถทำรายได้แตะ 1.4 พันล้านบาท เติบโตกว่าปีที่แล้ว ส่วนครึ่งปีหลังจะยังคงพยายามเพิ่มตัวเลขยอดขายต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีความท้าทายในตลาด “อเมริกา” ที่ดรอปลงมาจากการที่ ฮุยฟง กลับมาวางจำหน่ายสินค้าในช่วงปลายปี 2566 และปรับลดราคาลงเมื่อต้นปี 2567 ส่งผลให้ซอสพริกในตลาดอเมริกามีการแข่งขันด้านราคาค่อนข้างรุนแรงและกำไรขั้นต้น (GP) เหลือน้อยลง

อย่างไรก็ตาม XO เพิ่งเข้าไปทำตลาดอเมริกาได้ไม่นาน ทำให้ยังมีสัดส่วนที่น้อย และต้องใช้เวลาในการทำตลาดพอสมควร แต่ขณะเดียวกันตลาดยุโรป เอเชีย และอินโดไชน่ากลับเติบโตเพิ่มขึ้นมา

“ในไตรมาส 1/67 เรามียอดขาย 700 ล้านบาท โดยตลาดอเมริกาเหนือทำรายได้เพียง 150 ล้านบาท ขณะที่ตลาดอื่นทำรายได้รวมกันกว่า 650 ล้านบาท และหากย้อนไปดูในช่วงไตรมาส 4/66 เราทำรายได้สูงสุด 800 ล้านบาท โดยอเมริกาเหนือทำรายได้ 200 กว่าล้านบาท ส่วนตลาดอื่นรวมกันไม่ถึง 700 ล้านบาทด้วยซ้ำ นั่นหมายความว่าตลาดอื่นนอกเหนือจากอเมริกาในช่วงไตรมาส 1/67 เติบโตขึ้นมาทดแทนตลาดอเมริกา

ครึ่งปีหลังเรายังพยายามเมนเทนทุกตลาดที่มีอยู่ โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่ XO มีความแข็งแกร่งมากที่สุด โดยตลาดหลักอยู่ที่ประเทศ “เยอรมนี” ที่มีมาร์เก็ตแชร์ประมาณ 50% นั่นหมายความเรายังมีโอกาสชิงตลาดที่เหลืออีก 50%”

ลงทุน 200 ล้านบาทกระตุกยอดขายเพิ่มพันล้าน

ก่อนที่ตลาดอเมริกาจะดรอปลง XO ตั้งเป้าเติบโตของปี 2567 ไว้ที่ 20% แต่ผู้บริหารยอมรับว่าแม้ไตรมาส 1 และ 2 บริษัทจะยังคงเติบโตได้ดี แต่ก็ยังไม่ถึง 20% ซึ่งล่าสุดบริษัทได้ลงทุน 200 ล้านบาทในการเพิ่มเครื่องจักร ซึ่งจะติดตั้งแล้วเสร็จและเดินเครื่องผลิตได้ในไตรมาส 4 ของปีนี้ ก่อนพร้อมส่งออกได้ในไตรมาส 1 ของปี 2568 โดยกำลังการผลิตใหม่นี้ จะสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นให้กับ XO พันล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับคำสั่งซื้อและความต้องการของตลาดด้วย

โดย กองบรรณาธิการ การเงินธนาคาร

📌อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...