ECB มีมติตรึงดอกเบี้ยนโยบายที่ 4.25% ตามคาด แรงกดดันเงินเฟ้อสูง
ECB มีมติตรึงดอกเบี้ยนโยบายที่ 4.25% ตามคาด แรงกดดันเงินเฟ้อยังสูง ชี้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมายไปจนถึงปี 2568
วันที่ 18 กรกฎาคม 2567 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 4.25% หลังจากในการประชุมครั้งก่อนเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 มีมติลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% โดย ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ระดับ 3.75% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 4.50% และอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ระดับ 4.25%
คณะกรรมการกำกับดูแลของ ECB กล่าวในแถลงการณ์ว่า “นโยบายการเงินทำให้เงื่อนไขการเงินมีความเข้มงวดมากขึ้น ในขณะเดียวกันแรงกดดันด้านราคาในประเทศยังคงสูง อัตราเงินเฟ้อภาคบริการยังสูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มที่จะยังคงสูงกว่าเป้าหมายไปจนถึงปี 2568”
ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของโซนยูโรลดลงเหลือ 2.5% ในเดือนมิถุนายน จาก 2.6% ก่อนหน้านี้ แต่ตัวเลขหลัก ซึ่งไม่รวมส่วนประกอบที่ผันผวนอย่างพลังงานและอาหาร สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยทรงตัวที่ 2.9%
นักวิเคราะห์คาดว่าธนาคารกลางจะรอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจ้างงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ และผลผลิต ก่อนที่จะผ่อนปรนการดำเนินนโยบายการเงินเพิ่มเติม
คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB กล่าวระหว่างแถลงข่าวว่า “ค่าจ้างยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูง โดยค่าจ้างที่เป็นตัวเงินที่สูงขึ้นควบคู่ไปกับผลผลิตที่อ่อนแอทำให้ต้นทุนแรงงานเติบโตเพิ่มขึ้น แม้ว่าการเติบโตจะชะลอตัวลงบ้างในไตรมาสแรกของปีนี้”
ลาการ์ดกล่าวว่าธนาคารกลางคาดว่าระดับเงินเฟ้อจะผันผวนในช่วงที่เหลือของปี แต่โดยรวมจะลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากต้นทุนแรงงานที่ลดลง ผลกระทบจากนโยบายการเงิน และผลกระทบจากราคาที่ผันผวนน้อยลง
ECB อ้างถึงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ พลวัตของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน และความแข็งแกร่งของการส่งผ่านนโยบายการเงิน เป็นเหตุผลเบื้องหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน ซึ่ง ถือเป็นการปรับลดครั้งแรกของธนาคาร นับตั้งแต่ปี 2562
อย่างไรก็ตามตลาดคาดการณว่า ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% อีก 2 ครั้งในปีนี้ ในเดือนกันยายนและธันวาคม โดยจะมีการตรึงอัตราดอกเบี้ยในระหว่างการประชุมของธนาคารกลางในเดือนตุลาคม