โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ โรงเรียนราชินีวิพัฒน์ เปิดสอนได้เพียง 5 ปี ก่อนเลิกกิจการ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 มิ.ย. 2567 เวลา 04.24 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2567 เวลา 04.21 น.

เปิดประวัติ โรงเรียนราชินีวิพัฒน์ เปิดสอนได้เพียง 5 ปี ก่อนเลิกกิจการ

เป็นเรื่องใจหายของหลายแวดวงไปก่อนหน้านี้ เมื่อ โรงเรียนราชินีวิพัฒน์ ออกประกาศเลิกกิจการโรงเรียน เนื่องจากโรงเรียนประสบปัญหาจำนวนนักเรียนไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการ ประกอบกับไม่มีนักเรียนประสงค์ศึกษาต่อในปีการศึกษา 2567

สำหรับ โรงเรียนราชินีวิพัฒน์ มีชื่อเดิมคือ โรงเรียนราชินีมูลนิธิ เปิดสอนระดับมัธยมศึกษา ตั้งอยู่หมู่ 2 ซอยบ้านลาดปลาเค้า 6 ต.คลองเขื่อน อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา เริ่มก่อสร้าง พ.ศ.2560 เสร็จสิ้นเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2561 และเปิดการเรียนการสอน พ.ศ.2562 เป็นปีการศึกษาแรก เปิดดำเนินการสอนหลักสูตร EP เพื่อให้เกิดความแตกต่างจากโรงเรียนพี่ทั้งสองคือ โรงเรียนราชินีและราชินีบน โดยมีการรับนักเรียนจากทั่วประเทศ และเพิ่มโอกาสให้นักเรียนในพื้นที่ได้รับการศึกษาที่ดีและได้มาตรฐาน

เปิดทำการสอนได้เพียง 5 ปี การศึกษาเท่านั้น

ทั้งนี้ “จารุรัตน์ ตู้จินดา” ผู้จัดการโรงเรียนราชินีมูลนิธิ (ณ ขณะนั้น) เคยให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ก่อนหน้านี้ว่า ราชินีมูลนิธิ แม้จะเป็นโรงเรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก (english programe) แต่มีสิ่งที่ “เด่นกว่า” โรงเรียนทั่วไปในพื้นที่ตรงที่ การนำหลักสูตรจากเคมบริดจ์มาใช้ ซึ่งถือเป็นอีกความท้าทายของราชินีมูลนิธิ ภายใต้หลักสูตรของเคมบริดจ์จะต้องจ้างผู้สอนมาจากต่างประเทศ และใช้สื่อการเรียนการสอนต้นฉบับจากเคมบริดจ์อีกด้วย

ในเมื่อเลือกใช้มาตรฐานสากลแล้ว นั่นหมายถึงว่า ทั้งครูและนักเรียนจะต้องทำงานหนักไปพร้อม ๆ กัน เนื่องจากต้องเพิ่มตัว ”ชี้วัด” ตามแบบฉบับของเคมบริดจ์ ควบคู่ไปกับการใช้หลักสูตรไทยของกระทรวงศึกษาธิการคู่ขนานกันไป เพื่อไม่ให้ขาดตัวชี้วัดตามหลักสูตรของไทยด้วย อย่างเช่น ภาษาไทย

ทั้งนี้ การที่นำหลักสูตรเคมบริดจ์เข้ามาผสมผสานกับหลักสูตรไทยนั้้น ยังทำให้เพิ่มโอกาสให้กับนักเรียนที่มีความต้องการไปศึกษาต่อในต่างประเทศได้ทั่วโลก รวมถึงการสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติได้ เพราะเป็นหลักสูตรที่ได้การยอมรับในระดับสากล โดยราชินีมูลนิธิ สำหรับ A-level และอื่น ๆ ในขณะที่หากเป็นโรงเรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษทั่วไป จะต้องดำเนินการสมัครสอบวัดความสามารถทางภาษาเอง

ถามว่าในเมื่อราชินีมูลนิธิ ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนอยู่แล้ว ทำไมจึงไม่เปิดในรูปแบบโรงเรียนนานาชาติ “จารุรัตน์” ตอบคำถามนี้ว่าหากมองในแง่ของการแข่งขันในธุรกิจการศึกษา โรงเรียนที่มีในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราทั้งหมดก็ไม่สามารถแข่งขันกับโรงเรียนนานาชาติได้อยู่แล้ว อีกทั้งหลักสูตรนานาชาติมีกฎเกณฑ์ในการจ้างครูในจำนวนที่กำหนดไว้ แต่ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่ค่อนข้างสูง ในขณะที่อัตราค่าเทอมที่ไม่แพงมากนักจึงทำให้ตัดสินใจใช้รูปแบบ english programe

“ราชินีมูลนิธิ จึงตัดสินใจเป็นโรงเรียน ‘ลูกครึ่ง‘ ดีกว่า อย่างน้อยที่สุด ไม่ต้องอยู่ในข้อบังคับของหลักสูตรอินเตอร์ อีกทั้งราชินีมูลนิธิยังให้โอกาสคนไทยเข้ามาเรียนมากกว่า หรืออาจจะเรียกได้ว่า เรียนกับราชินีไม่ต้องจ่ายแพง แต่ได้ประโยชน์เหมือนกับโรงเรียนอินเตอร์”

ตามมาด้วยอีกความท้าทาย คือ เรื่องของ “ต้นทุน” โดยต้นทุนหลักของโรงเรียนทั่วไปเป็นเงินเดือนครูไปแล้วกว่า 80% อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ยิ่งทำให้โรงเรียนต้องตั้งรับ ปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แต่เนื่องจากราชินีมูลนิธิ ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิจึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ซึ่งเชื่อมั่นว่าในอนาคตจะมีนักเรียนสนใจเข้ามาสมัครเรียนมากขึ้น

แต่แล้วเพียงแค่ 5 ภาคการศึกษา โรงเรียนราชินีวิพัฒน์ ที่เปิดตัวมาเพื่อรองรับโครงการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ก็ต้องปิดตัวลงในปีการศึกษา 2566

ขณะที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของ ECC ยังรอการลงทุน และรอนักลงทุน รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดประวัติ โรงเรียนราชินีวิพัฒน์ เปิดสอนได้เพียง 5 ปี ก่อนเลิกกิจการ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...