โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

พายุสุริยะแรงสุดใน 20 ปี ถล่มโลก เกิดออโรร่าตระการตา อาจกระทบดาวเทียม-โครงข่ายไฟฟ้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 พ.ค. 2567 เวลา 02.48 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2567 เวลา 14.13 น.
ออโรร่าที่เกิดจากพายุสุริยะ บันทึกภาพที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ วันที่ 11 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย JOSH EDELSON / AFP)

พายุสุริยะรุนแรงสุดในรอบ 20 ปี พัดถล่มโลก ทำให้เกิดแสงออโรร่าตระการตา เตือนผลกระทบดาวเทียม-โครงข่ายไฟฟ้า

วันที่ 11 พฤษภาคม 2024มติชนรายงานอ้างอิงสำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) ว่า พายุสุริยะที่มีกำลังรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 20 ปี พัดถล่มโลกเมื่อวันศุกร์ (10 พ.ค.) ที่ผ่านมา ทำให้เกิดแสงออโรร่าอันสวยงามบนท้องฟ้าตั้งแต่เหนือรัฐแทสมาเนียของออสเตรเลียไปจนถึงประเทศอังกฤษ ซึ่งอิทธิพลของพายุสุริยะยังอาจส่งผลกระทบต่อดาวเทียมสื่อสารและโครงข่ายไฟฟ้าขึ้นได้ในขณะที่พายุยังคงมีกำลังอยู่จนถึงสุดสัปดาห์นี้

ตามข้อมูลของศูนย์พยากรณ์สภาพอากาศอวกาศแห่งองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ระบุว่า การปลดปล่อยก้อนมวลโคโรนาใหญ่ (CMEs) จากดวงอาทิตย์ครั้งแรกเกิดขึ้นหลังเวลาประมาณ 16.00 น.ของวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลามาตรฐานสากล หลังจากนั้นได้ยกระดับเป็นพายุสนามแม่เหล็กโลกรุนแรงระดับ G5 ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิด “พายุฮาโลวีน” ในเดือนตุลาคมปี 2003 ที่ก่อให้เกิดไฟดับในประเทศสวีเดนและสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในประเทศแอฟริกาใต้ โดยคาดว่าจะมี CMEs มากขึ้นที่จะถล่มโลกเกิดขึ้นอีกในไม่กี่วันข้างหน้า

ในโซเชียลมีเดียผู้คนต่างพากันโพสต์รูปถ่ายแสงออโรร่าที่ปรากฏเหนือท้องฟ้าตั้งแต่ทางตอนเหนือของทวีปยุโรป จนถึงภูมิภาคออสเตรเลเซีย อันประกอบด้วยออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะใกล้เคียงในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นผลจากพายุสุริยะดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ทางการยังได้แจ้งเตือนผู้ให้บริการดาวเทียม สายการบิน และโครงข่ายไฟฟ้า ดำเนินมาตรการป้องกันไว้ล่วงหน้าสำหรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลก

อีลอน มัสก์ (Elon Musk) มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัท สตาร์ลิงก์ (Starlink) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ซึ่งมีดาวเทียมในวงโคจรต่ำของโลกราว 5,000 ดวง ชี้ว่า พายุสุริยะครั้งนี้เป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดในเวลานานมาก

“ดาวเทียมสตาร์ลิงก์อยู่ภายใต้ความกดดันอย่างมาก แต่ตอนนี้ยังคุมได้” อีลอน มัสก์ โพสต์บนเอ็กซ์ หรือทวิตเตอร์เดิม

แมทธิว โอเวนส์ (Mathew Owens) ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์อวกาศ แห่งมหาวิทยาลัยเรดดิ้ง กล่าวว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในละติจูดเหนือและใต้จากพายุสุริยะครั้งนี้ว่ามีมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับพลกำลังสุดท้ายของพายุ ตนขอแนะนำให้คืนนี้ออกไปข้างนอกและมองดูถ้าเห็นแสงออโรร่า มันจะเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก

ในสหรัฐอเมริกา เจ้าหน้าที่กล่าวว่าอาจมองเห็นแสงออโรร่าได้ในหลายที่เช่นในแคลิฟอร์เนียตอนเหนือและรัฐแอละแบมา

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กที่เกี่ยวข้องกับพายุแม่เหล็กโลก จะเร่งให้เกิดปฏิกิริยากระแสไฟในสายไฟยาวรวมถึงสายไฟฟ้า ซึ่งสามารถนำไปสู่การเกิดไฟดับได้ ขณะที่ในท่อส่งยาวก็อาจเกิดประจุไฟฟ้าขึ้นได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาทางวิศกรรมตามมา ส่วนยานอวกาศยังมีความเสี่ยงจากรังสีปริมาณสูง แม้ว่าชั้นบรรยากาศจะป้องกันไม่ให้รังสีดังกล่าวแผ่ถึงโลก

ข้อมูลจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) อธิบายว่า การวัดระดับความรุนแรงของพายุสุริยะเรียกว่า G-scale แบ่งออกเป็น G1, G2, G3, G4 และ G5 โดยไล่ระดับความรุนแรงน้อยที่สุดจาก G1 ไปจนถึง G5 ซึ่งรุนแรงมากที่สุด ครั้งสุดท้ายที่มีการแจ้งเตือนพายุสุริยะระดับ G5 นั้นเกิดขึ้นในช่วงวันฮาโลวีนของปี 2003 จึงทำให้นี่เป็นพายุสุริยะที่มีระดับรุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี

ความรุนแรงระดับ G5 นี้อาจส่งผลกระทบต่อดาวเทียม และกริดจ่ายไฟฟ้าในประเทศแถบขั้วโลก แต่ไม่ส่งผลอันตรายต่อมนุษย์

สำหรับประเทศไทยนั้น แทบไม่ได้รับผลกระทบจากพายุสุริยะ เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณแถบเส้นศูนย์สูตร จึงถูกปกป้องโดยสนามแม่เหล็กโลกเป็นอย่างดี และเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถสังเกตเห็นแสงออโรราได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พายุสุริยะแรงสุดใน 20 ปี ถล่มโลก เกิดออโรร่าตระการตา อาจกระทบดาวเทียม-โครงข่ายไฟฟ้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...