โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ภิกษุอวดวิชา ใช้แว่นขยายจุดไฟสร้างปาฏิหาริย์ สู่ “กบฏอ้ายสาเกียดโง้ง” สมัย ร.2

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 04 ก.ค. 2567 เวลา 10.49 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2567 เวลา 07.16 น.
(ภาพประกอบเนื้อหา) จิตรกรรมภาพพระภิกษุ วัดบวรนิเวศวิหาร

เหตุการณ์“กบฏอ้ายสาเกียดโง้ง” ที่นำชาวข่าหัวเมืองลาวต่อต้านอำนาจสยาม ระหว่าง พ.ศ. 2358-2362 อาจถือเป็น “กบฏผีบุญ” ครั้งสำคัญสมัยรัชกาลที่ 2

ครั้งนั้น แกนนำคือ “อ้ายสา” พระภิกษุผู้สำแดงปาฏิหาริย์ด้วยการใช้ “แว่นขยาย” จุดไฟจากดวงอาทิตย์ เรียกความเลื่อมใสจากพวกข่า (ลาวเทิง) จนสามารถรวบรวมไพร่พลบุกยึด นครจำปาศักดิ์เมืองสำคัญในภูมิภาคลาวใต้ ลำบากถึงราชสำนักกรุงเทพฯ ต้องดำเนินการเพื่อสร้างความสงบเรียบร้อย

ทั้งนี้ กบฏผีบุญ หรือ “ผู้มีบุญ” คือขบวนการต่อต้านอำนาจรัฐ ที่ผู้นำมักสถาปนาตัวเองเป็นผู้วิเศษ เช่น แอบอ้างเป็นพระศรีอริยเมตไตรย หรือพระศรีอาริย์ โดยอาจแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่าง ๆ เพื่อรวมใจผู้คนให้ศรัทธาและมาเข้าร่วมกับตน

สำหรับตัวตนและการปลุกระดมพวกข่า ของ “อ้ายสาเกียดโง้ง” นั้น ใน พงศาวดารหัวเมืองมณฑลอีสานของ หม่อมราชวงศ์วิจิตร (ปฐม คเนจร) ระบุว่า

“ลุจุลศุกราช ๑๑๗๙ ปีฉลู นพศก (พ.ศ. ๒๓๖๐) มีภิกษุอลัชชีรูปหนึ่งชื่อ ‘สา’ อยู่บ้านหลุบเลาเตาปูน แขวงเมืองสารบุรี เดินธุดงค์มาหยุดพักอาไศรยอยู่ที่เขาเกียดโง้งฝั่งตวันออก ซึ่งเป็นแขวงเมืองจำปาศักดิแต่ก่อน

อ้ายสาแสดงตัวว่าเปนคนมีวิชาฤทธานุภาพต่าง ๆ เปนต้นว่าเอา ‘แว่นแก้ว’ มาส่องกับแดดให้ติดเชื้อเปนไฟลุกขึ้น แล้วอวดอ้างว่าเรียกไฟฟ้าได้ แลสามารถที่จะเรียกให้ไฟนั้นมาเผาบ้านเมือง และมนุษย์เดรัจฉานให้ไหม้วินาศฉิบหายไปทั้งโลกก็ได้…

พวกข่ามิรู้เท่าเล่ห์กลอ้ายสา ครั้นเห็นอ้ายสาแสดงวิชาดังนั้นก็เห็นเปนอัศจรรย์ ต่างมีความกลัวเกรงก็พากันยินดีนิยมเชื่อถือ เข้าเป็นพวกอ้ายสาเกียดโง้งเป็นอันมาก”

“อ้ายสา” จึงไม่ใช่ผู้วิเศษเลอเลิศอะไร เพราะ “แว่นแก้ว” จะเป็นอะไรไปได้ นอกจากเลนส์ “แว่นขยาย” ที่มีคุณสมบัติรวมแสง สร้างพลังงานความร้อน ณ จุดเดียว จนเกิดการเผาไหม้ติดไฟ

แต่ไม่ว่าอ้ายสาเกียดโง้งจะได้แว่นแก้วมาจากไหน หรือได้มาอย่างไร “มายากล” ที่ภิกษุรูปนี้สร้างสามารถรวบรวมสมัครไพร่พลชาวข่าในดินแดนลาวได้จำนวนมาก จนสามารถคุกคามหัวเมืองใหญ่อย่างจำปาศักดิ์ ซึ่งขณะนั้นขึ้นตรงต่อราชสำนักสยามที่กรุงเทพฯ

พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒พระนิพนธ์ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเล่าถึงเหตุการณ์นี้ว่า

“เมื่อเดือน ๔ แรม ๑๑ ค่ำ ในปีเถาะเอกศกนั้น มีศุภอักษรเจ้านครจำปาศักดิ (หมาน้อย) บอกส่งมาถึงกรุงเทพฯ ว่า ‘อ้ายสาเกียดโง้ง’ คน ๑ ไปตั้งตัวเป็นผู้วิเศษขึ้นในพวกข่าเมืองสาลวัน เมืองคำทอง และเมืองอัตปือข้างฝั่งตวันตกแม่น้ำโขง มีพวกข่าเข้าเกลี้ยกล่อมเป็นสมัครพรรคพวกอ้ายสาเกียดโง้งประมาณ ๘๐๐๐

อ้ายสาเกียดโง้งยกมาตั้งอยู่ณทุ่งนาหวาทางห่างเมืองนครจำปาศักดิ ๓ คืน เมื่อณวันอาทิตย์เดือน ๓ ขึ้น ๘ ค่ำ เจ้านครจำปาศักดิให้ท้าวเพี้ย (พระยา-ผู้เขียน) คุมไพร่ยกข้ามไปตั้งอยู่ณบ้านพะโพ ได้รบกับอ้ายสาเกียดโง้งครั้ง ๑ พวกเมืองนครจำปาศักดิสู้ไม่ได้ ต้องถอยข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งข้างฝั่งตวันออก

ครั้นณเดือน ๓ ขึ้น ๙ ค่ำ อ้ายสาเกียดโง้งยกเข้ามาตั้งถึงฝั่งแม่น้ำโขง เจ้านครจำปาศักดิแต่งให้เจ้าสุวรรณสาร เพี้ยเมืองกลาง เพี้ยหมื่นน่า เพี้ยไชยภาค คุมไพร่พันเศษไปตั้งรายรับข้าศึกที่ฝั่งแม่น้ำโขง แลลาดตระเวนทั้งทางบกทางเรือ อ้ายสาเกียดโง้งยกข้ามแม่น้ำมาตีเมืองนครจำปาศักดิ พวกท้าวเพี้ยที่รักษาเมืองสู้ไม่ได้ เสียงเมืองนครจำปาศักดิแก่อ้ายสาเกียดโง้ง”

หลังเสียจำปาศักดิ์ให้อ้ายสาเกียดโง้ง เจ้านครจำปาศักดิ์ได้พาข้ารับใช้และราษฎรลี้ภัยมายังแขวงเมืองอุบล เมื่อรัชกาลที่ 2 ทรงทราบจึงโปรดเกล้าฯ ให้มีสารตราไปยังเจ้าพระยานครราชสีมาและเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ ให้ยกกำลังพลไปปราบกบฏอ้ายสาเกียดโง้ง

ในสงครามคราวนั้น ทัพของเจ้าราชบุตร (โย้) โอรสของเจ้าอนุวงศ์ สามารถจับตัวอ้ายสาเกียดโง้งได้ พร้อมเชลยเป็นไพร่พลข่าจำนวนมาก จึงส่งเข้ามารับโทษทัณฑ์ยังพระนคร ราชสำนักกรุงเทพฯ จองจำอ้ายสาเกียดโง้งไว้ในคุก ส่วนพวกข่าทั้งหลายให้ไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง และตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บางบอน

หลังสถานการณ์กบฏอ้ายสาเกียดโง้งสงบเรียบร้อย รัชกาลที่ 2 ทรงมีพระราชดำริเห็นว่า เจ้านครจำปาศักดิ์ (หมาน้อย) อ่อนแอนัก ไม่สามารถรักษาเมืองไว้ได้ ด้านเจ้าอนุวงศ์อาศัยจังหวะดังกล่าวทูลขอให้เจ้าราชบุตร (โย้) ไปเป็นเจ้านครจำปาศักดิ์ ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตามนั้น

“กบฏอ้ายสาเกียดโง้ง” จึงทำให้อำนาจของเจ้าอนุวงศ์แผ่ปกคลุมตั้งแต่ลาวตอนกลาง (เวียงจันทน์) ลงมาถึงลาวตอนล่าง (จำปาศักดิ์) อันจะส่งผลต่อเหตุการณ์สำคัญในอีกหลายปีต่อมา คือ “กบฏเจ้าอนุวงศ์” ในสมัยรัชกาลที่ 3

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

หอสมุดวชิรญาณ; ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. (2459). พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒. พระนคร : โรงพิมพ์ไทย ณสพานยศเส. (ออนไลน์)

ราชวงศ์วิจิตร, หม่อมราชวงศ์ (ม.ร.ว.ปฐม คเนจร). (22539). พงศาวดารเมืองมณฑลอีสาน. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : วัชรินทร์การพิมพ์. อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ เจ้านางโสฬศนารี ณ จำปาศักดิ์ สาระโสภณ (นางอักษรการวิจิตร)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 มิถุนายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภิกษุอวดวิชา ใช้แว่นขยายจุดไฟสร้างปาฏิหาริย์ สู่ “กบฏอ้ายสาเกียดโง้ง” สมัย ร.2

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...