โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MR.DIY เตรียมลงทุนพันล้าน ชูจุดแข็งสินค้าเฮาส์แบรนด์ นำเข้าจาก ‘จีน’ ในราคาเข้าถึงง่าย

TODAY Bizview

อัพเดต 29 พ.ค. 2568 เวลา 13.49 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 14.37 น. • workpointTODAY

เศรษฐกิจปากท้องตอนนี้ ไปถามใครก็ต้องบอกว่า เซฟเงินในกระเป๋าให้ได้มากที่สุด จะซื้อของอะไรให้คิดให้รอบคอบ เพราะไม่มีใครมั่นใจกับอนาคตข้างหน้าได้มากนัก ตอนนี้ผู้บริโภคจึงให้ความสำคัญในเรื่อง “ความคุ้มค่า” มากกว่าเดิม เลือกซื้อสินค้าอย่างมีเหตุผลมากขึ้น

ทำให้เทรนด์การมองหาสินค้าที่ราคาย่อมเยาแต่ใช้งานได้ดี กลายเป็นหนึ่งในจุดตัดสินใจสำคัญ

หนึ่งในธุรกิจที่วางคอนเซ็ปต์เน้นขายของเบ็ดเตล็ดที่ราคาเข้าถึงได้ อย่าง MR.DIY มองประเด็นนี้อย่างไร

[ ควักเงินต่อบิล 172-175 บาท สินค้าเฮาส์แบรนด์นำเข้าจากจีนเป็นหลัก ]

TODAY Bizview มีโอกาสได้พูดคุยกับ ‘อานุภาพ คงมาลัย’ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เล่าให้ฟังว่า แบรนด์เห็นอินไซด์ผู้บริโภคเริ่มระวังการใช้จ่าย มองหาสินค้าคุณภาพในราคาตระหนักถึงการใช้จ่ายมากขึ้น ประกอบกับลูกค้าไทยเปลี่ยนพฤติกรรมช้อปปิ้งหลังโควิด จากเคยซื้อของในห้างเป็นหลัก ก็เริ่มเลือกซื้อจากร้านค้าปลีกที่เข้าถึงง่ายขึ้น หรือผสมระหว่างออฟไลน์กับออนไลน์

MR.DIY มีลูกค้าซื้อสินค้าราคาเฉลี่ยต่อบิลอยู่ที่ราว 172–175 บาท หรือประมาณ 4 ชิ้นต่อการซื้อ 1 ครั้ง และเมื่อเราพยายามเป็นตัวเลือกให้ผู้บริโภคในไทยได้ซื้อสินค้าราคาถูก ก็ถือว่าถ้าเทียบกับร้านอื่นๆ ในราคานี้อาจจะได้จำนวนชิ้นที่น้อยกว่า

ส่วนของสินค้าที่ MR.DIY สามารถขายได้ราคาถูก ก็เพราะว่ามีต้นทุนที่ถูก นำเข้าสินค้า และมีโลจิติกส์เป็นของตัวเอง มีส่วนกลางของฝั่งจัดซื้อในมาเลเซียสั่งสินค้าแล้วกระจายไปหลายๆ พื้นที่

ขณะที่สินค้าเฮาส์แบรนด์ MR.DIY ก็นำเข้ามาจากจีนเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งยังมีดีลกับสินค้าแบรนด์โลคอลของไทย เข้าไปเติมวางขายในร้านให้เต็มด้วยพันธมิตรกว่า 350 แบรนด์

‘อานุภาพ เล่าว่า MR.DIY ยังเดินหน้าขยายสาขาเรื่อยๆ ให้ครอบคลุมหลายพื้นที่ ตั้งเป้าเปิดเพิ่มอีก 500 สาขา ภายใน 3 ปี นับตั้งแต่ปีนี้จนถึงปีคศ 2027 หรือ พศ 2570 โดยใช้งบลงทุนประมาณปีละ 2,000 ล้านบาทเพราะมั่นใจศักยภาพกำลังซื้อของไทย ที่มีจำนวนประชากรต่อสาขามากกว่าตลาดบ้านเกิดอย่างมาเลเซีย

อย่างไรก็ตาม มีสาขาที่ปิดไปบ้าง โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้าที่มีผลกระทบด้านค่าใช้จ่ายหรือทราฟฟิกลดลง แต่แบรนด์ยังเดินหน้ารุกพื้นที่ชุมชน ตำบล และอำเภอ ผ่านรูปแบบร้านสแตนอโลนและมองว่าการเข้าไปถึงพื้นที่เหล่านั้นไม่ได้สร้างผลกระทบให้กับร้านโลคอล แต่มองว่าเป็นเพื่อนกัน เป็นตัวเลือกให้ผู้บริโภค

นอกจากนี้ ทางแบรนด์ไม่มีระบบสมาชิกเหมือนร้านค้าปลีกอื่นๆ แต่ MR.DIY ระบุว่าเลือกนำงบประมาณด้านการตลาดไปใช้กับกิจกรรมส่งเสริมการขายโดยตรงแทน เช่น โปรโมชันตามเทศกาล หรือสินค้าเครื่องเขียนลดสูงสุด 30% ช่วงเปิดเทอม จัดทำโปรโมชั่นตามซีซั่นในไทย เสิร์ฟคนไทย

ในภาพรวม MR.DIY ยังคงเน้นจุดยืนเรื่อง “ราคาถูกคุ้มเสมอ” ที่ผสมผสานกับการบริหารสต็อกและต้นทุนผ่านระบบซัพพลายเชนภายในบริษัท รวมถึงการใช้ข้อมูลดาต้าเพื่อตัดสินใจเปิดร้านใหม่ในทำเลที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นอีกจุดแข็งของบริษัทในการเติบโตในตลาดค้าปลีกไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...