โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์: ชานมไข่มุกทำให้เสี่ยงมะเร็ง จริงหรือ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 03.55 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 20.55 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

11 มิถุนายน 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลน่าสงสัย :

มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับชานมไข่มุกเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในต่างประเทศ โดยอ้างงานวิจัยที่พบสารก่อมะเร็งในชานมไข่มุก นำไปสู่การอ้างว่าการดื่มชานมไข่มุกอาจเพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง

บทสรุป :

1.ข่าวพบสารก่อมะเร็งในชานมไข่มุก มาจากงานวิจัยที่มีปัญหาเมื่อปี 2012
2.ดื่มชานมไข่มุกมากเกินไป เพิ่มความเสี่ยงสารพัดโรค

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

ข้ออ้างดังกล่าวมาจากงานวิจัยจากประเทศเยอรมนีเมื่อปี 2012 ที่ตรวจพบสารก่อมะเร็งในไข่มุกที่ใช้ในชานม จนกลายเป็นข่าวที่ถูกรายงานโดยสื่อหลายสำนักในเวลานั้น

อย่างไรก็ดี มีการตรวจพบข้อผิดพลาดจากรายงานดังกล่าว เพราะสารก่อมะเร็งที่พบในไข่มุกไม่ใช่สาร Polychlorinated Biphenyls (PCBs) แต่เป็นสาร Styrene ที่พบได้ปริมาณน้อยในอาหารทั่วไป และ
Acetophenone สารปรุงแต่งกลิ่นรสอาหารสังเคราะห์ที่ผ่านการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA)

แม้โครงการพิษวิทยาแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Toxicology Program) จะพบว่าสาร Styrene เป็นสารก่อมะเร็งจากการวิจัยในสัตว์ทดลอง แต่ทีมวิจัยจากประเทศเยอรมนียังขาดข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแหล่งที่มาของชานมไข่มุกที่พบสาร Styrene และไม่ระบุว่าปริมาณสาร Styrene ที่พบมีปริมาณมากน้อยแค่ไหน

นอกจากนี้ งานวิจัยดังกล่าวยังอยู่ในสถานะ Pre Print ซึ่งยังไม่มีการตีพิมพ์หรือตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญ จึงไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้ว่า ส่วนประกอบในชานมไข่มุกเป็นสารก่อมะเร็ง

ดื่มชานมไข่มุกมากเกินไป เพิ่มความเสี่ยงสารพัดโรค

คุณสมบัติของสารอาหารที่อยู่ในชาเขียวและชาดำ ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ข้อต่ออักเสบ และมะเร็ง

แต่กระนั้น น้ำตาลปริมาณสูงที่อยู่ในชานมไข่มุก ก็เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น ชานมไข่มุกที่ใช้ครีมเทียมแทนนม ยังเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ เนื่องจากครีมเทียมจัดเป็นไขมันชนิดอิ่มตัว หากร่างกายได้รับปริมาณมากอาจทำให้หลอดเลือดอุดตันได้

โรงพยาบาล Mount Alvernia Hospital ของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเห็นถึงภัยสุขภาพจากความนิยมชานมไข่มุกที่เพิ่มขึ้นภายในประเทศ ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลต่อสุขภาพจากการดื่มชานมไข่มุกชนิดต่าง ๆ ดังนั้น

ชานมประเภทที่ให้ความหวานสูงที่สุดได้แก่ ชานมไข่มุกที่ชงด้วยน้ำตาลแดง โดยขนาด 500ml มีความหวานเทียบเท่าน้ำตาล 18.5 ช้อนชา ส่วนชานมไข่มุกทั่วไปจะมีความหวานเทียบเท่าน้ำตาลประมาณ 8 ช้อนชา

แต่หากดื่มแก้วใหญ่ปริมาณ 700ml ชานมไข่มุกทั่วไปจะมีความหวานเทียบเท่าน้ำตาลถึง 11 ช้อนชา ซึ่งพอ ๆ กับปริมาณน้ำตาลที่ผู้ใหญ่ควรรับใน 1 วัน

ส่วนท็อปปิงที่ให้ปริมาณแคลอรีสูงที่สุดได้แก่ ฟองนม (203 แคลอรี) และ โฟมชีส (180 แคลอรี) ซึ่งมีปริมาณแคลอรีสูงกว่าไข่มุกที่ให้พลังงาน 156 แคลอรี

ส่วนว่านหางจระเข้ให้พลังงานน้อยที่สุดที่ 31 แคลอรี

Mount Alvernia Hospital แนะนำ 7 เทคนิคดื่มชานมไข่มุกสูตรไม่ทำร้ายสุภาพ ดังนี้

1.เลือกดื่มแก้วเล็กลง
2.เลือกสูตรน้ำตาลลดลงอย่างน้อย 30%
3.ใช้นมสดชงแทนครีมเทียม
4.ลดการดื่มที่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์หรือสั่งมาแชร์กับเพื่อน
5.เลือกท็อปปิงที่ให้พลังงานต่ำหรือไม่ใส่เลย
6.เลือกดื่มชาเขียวหรือชาอู่หลงแทนชานม
7.ค่อย ๆ ลดการกินของหวานเพื่อลดอาการติดหวานอย่างยั่งยืน

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.scmp.com/magazines/style/travel-food/article/3018985/why-singapore-hospital-warning-bubble-milk-tea-bad-your
https://mtalvernia.sg/education/whats-in-my-bubble-tea/
https://www.healthline.com/nutrition/boba-cancer

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...