โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ขนมขบเคี้ยวเดือด! แบรนด์จีนท้าชน ทำตลาดไทยโตอืด คาดปี 68 โตแค่ 1.5%

SMART SME

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 10.36 น.

ตลาดขนมขบเคี้ยวเดือด ในไทยต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางธุรกิจ เมื่อนักท่องเที่ยวมีจำนวนลดลง การแข่งขันที่ดุเดือดของแบรนด์จีนที่จุดเด่นเรื่องราคา คาดปี 2568 จะโตแค่ 1.5% ชะลอตัวจากปี 2567 ที่โต 4.7%

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่าตลาดขนมขบเคี้ยวของไทยมีการแข่งขันสูง โดยปัจจุบันมีผู้เล่นจำนวนมากกว่า 298 ราย ซึ่งอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของตลาดขนมขบเคี้ยวสูง 20-35% ส่วนหนึ่งมาจากราคาวัตถุดิบที่เป็นสินค้าเกษตรยังมีราคาไม่สูง ทำให้สร้างมูลค่าเพิ่มได้ดี เหตุนี้จึงให้ผู้เล่นเดินเข้าสู่ตลาดนี้กันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มีการแข่งขันที่รุนแรง

แม้ผู้เล่นรายใหญ่จะครองตลาดมายาวนาน มีความได้เปรียบในเรื่องของการบริหารต้นทุน และการจัดการตลาด สามารถทำโปรโมชันกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง สร้างการรับรู้แบรนด์ได้สม่ำเสมอ แต่ในเรื่องของการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะต้องแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย รวมถึงการต้องข้ามไปแข่งกับตลาดอื่น ๆ เช่น ขนมหวาน ติ่มซำ เฟรนช์ฟรายส์ ลูกชิ้น เป็นต้น ให้ตลาดขนมขบเคี้ยวโตได้จำกัดตามการเพิ่มความถี่ในการบริโภคที่ทำได้ยาก

นอกจากนี้ ตลาดขนมขบเคี้ยวเดือดกับการเข้ามาของอาหารฟาสต์ฟู้ดสัญชาติจีน และเกาหลี อย่างไก่ทอดที่เข้ามาตีตลาดไทยเพิ่มขึ้น ก็ยิ่งทำให้การแข่งขันของตลาดขบเคี้ยวในประเทศรุนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน ตั้งแต่ปี 2564-2567 พบว่าปริมาณการส่งออกขนมขบเคี้ยวไทยโตต่ำ เฉลี่ย 1.2% ต่อปี แม้ว่าในช่วง 2 เดือนแรก ปี 2568 จะโตพุ่ง 28.9% แต่ต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ตลาดจีน” ที่มีทั้งแบรนด์ขนมเก่า และใหม่ในจำนวนมาก ชูจุดเด่นเรื่องราคาถูก จึงกดดันการส่งออกขนมขบเคี้ยวของไทย

สำหรับในปี 2568 ประเมินยอดขายขนมขบเคี้ยวไทยจะอยู่ที่ 49,550 บาท โต 1.5% ชะลอจากปี 2567 ที่โต 4.7% จากปัจจัยภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตช้า ส่งผลต่อการบริโภคขนมขบเคี้ยวในระหว่างเดินทางท่องเที่ยว และสังสรรค์เพิ่มขึ้นไม่มาก โดยตลาดขนมขบเคี้ยวไทยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามยอดขาย ได้แก่ ขนมขบเคี้ยวรสเค็มหรือเผ็ด คิดเป็น 51%, กลุ่มขนมปังกรอบและบิสกิต 36% และขนมที่ทำมาจากสาหร่าย/เนื้อสัตว์/ธัญพืช 13%

อีกทั้ง ความเสี่ยงของอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวไทยในระยะกลาง-ยาว คือจำนวนนักท่องเที่ยวในไทยที่ไม่เติบโตมากนัก รวมถึงจำนวนประชากรไทนที่ลดลง และจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าอีก 5 ปีข้างหน้าการบริโภคขนมขบเคี้ยวไทยอาจโตต่ำเฉลี่ย 3% ต่อปี ตลอดจนเรื่องของการเก็บภาษีความเค็มที่อยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งไม่สามารถมองข้ามได้

ที่มา:ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...