โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

คลังไม่หวั่นเวิล์ดแบงก์หั่น GDP เหตุสถานการณ์ยังไม่นิ่ง ยันเร่งชงงบ 1.57 แสนลบ.เข้าครม.ใน 2 สัปดาห์

efinanceThai

เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 08.20 น.

คลังไม่หวั่นเวิล์ดแบงก์หั่น GDP เหตุสถานการณ์ยังไม่นิ่ง ยันเร่งชงงบ 1.57 แสนลบ.เข้าครม.ใน 2 สัปดาห์

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 มิ.ย. 68 15:20 น.

"เผ่าภูมิ" ไม่ห่วง เวิลด์แบงก์หั่นจีดีพีไทย ยันไม่มีใครประเมินได้ถูกเพราะสถานการณ์ไม่ชัดเจน ประเมินจะชงใช้เงิน 1.57 แสนลบ. กระตุ้นเศรษฐกิจเข้า ครม.ได้ภายใน 1-2 สัปดาห์

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยปีนี้ลงเหลือเติบโต 1.8% นั้น ว่า ขณะนี้ ภาพปัจจุบันยังอยู่ในภาวะฝุ่นตลบ ไม่สามารถมีใครคาดการณ์ผลกระทบจากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีของสหรัฐได้อย่างชัดเจน

สำหรับไทยอยู่ระหว่างการเดินหน้าสู่การเจรากับสหรัฐ และเชื่อว่าผลลัพธ์จะออกมาดี ขณะเดียวกันรัฐบาลมีหน้าที่จะต้องออกมาตรการออกมาเพื่อประคองสถานการณ์ไปเรื่อยๆ ซึ่งที่ผ่านมามีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง และปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์เช่นเดียวกัน

“ไม่เชื่อว่าใครจะประเมินจีดีพีตอนนี้ได้ และก็ไม่เชื่อว่าที่ประเมินนั้นทำได้ถูกต้อง การประเมินมันมีรอบของการประเมิน ใครที่มีหน้าที่แล้วต้องประเมิน ก็พยายามประเมินออกมาให้ดีที่สุด ณ วันนั้น ถามว่าข้อมูลนิ่งหรือไม่ ก็ยังไม่นิ่ง และเราอยู่ในช่วงของการเดินหน้าการเจรจา และมั่นใจว่าผลจะมีแนวโน้มออกมาที่ดี”นายเผ่าภูมิ กล่าว

ส่วนความคืบหน้าการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งล่าสุดมีเม็ดเงินสูงถึง 400,000 ล้านบาท มากกว่า 10,000 โครงการนั้น ขอให้รอตัวเลขสุดท้ายที่จะออกมาว่ามีเม็ดเงินเท่าไหร่ มีจำนวนที่โครงการ

โดยยืนยันว่า จะใช้ความรอบคอบ และโปร่งใสในการพิจารณา อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสามารถเสนอ โครงการ และวงเงินที่จะใช้ให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้

ส่วนกรณีมีการขอคืนใบอนุญาต Pico Finance นั้น ยืนยันว่า ไม่ได้มีการขอคืนใบอนุญาตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามโดยปกติแล้ว หากจะพิจารณาจะต้องดูทั้งคนที่ยื่นขอใบอนุญาต และคนที่ขอคืนใบอนุญาตด้วย ซึ่งเรื่องนี้ ได้มอบหมายให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงการคลังไปดูในรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว

ส่วนการทบทวนนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า หลังจากมีข่าวลือว่าทางค่ายรถ Neta จะเลิกทำการตลาดในไทย ยืนยันว่า การออกมาตรการไม่ได้มองหรือสนับสนุนเพียงผู้ประกอบการรายเดียวเท่านั้น แต่มองภาพรวมที่เป็นทั้งอุตสาหกรรม ที่จะต้องมองภาพใหญ่ที่เป็นนโยบายหลัก และคำนึงถึงผู้ประกอบการด้วย

เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...