โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นี่คือขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง'อาวุธลับ'ของอิหร่านที่ใช้โจมตีอิสราเอลที่ในอนาคตอาจติดหัวรบนิวเคลียร์

The Better

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 04.36 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 04.34 น. • THE BETTER

สำนักข่าว AFP รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านเปิดเผยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนว่า ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง (hypersonic missiles) ถูกนำมาใช้ในการโจมตีอิสราเอลครั้งล่าสุด ขณะที่การสู้รบระหว่างสองฝ่ายเข้าสู่วันที่ 6 แล้ว

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์ของรัฐว่า "ปฏิบัติการ Honest Promise 3 ระลอกที่ 11 ซึ่งใช้ขีปนาวุธ Fattah-1 ได้ดำเนินการแล้ว" โดยอ้างว่ากองกำลังอิหร่าน "สามารถควบคุมน่านฟ้าของดินแดนที่ยึดครองได้อย่างสมบูรณ์แล้ว"

ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงคืออะไร?
ขีปนาวุธความเร็วเหนือเป็นปรเภทหนึ่งของอาวุธความเร็วเหนือเสียง คืออาวุธที่มีความสามารถในการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือเสียง ซึ่งกำหนดไว้ที่มากกว่ามัค 5 หรือมากกว่า 5 เท่าของความเร็วเสียง โดยสรุปก็คือ อาวุธที่ความเร็วต่ำกว่ามัค 1 จะถูกจัดประเภทเป็นแบบความเร็วต่ำกว่าเสียง และที่ความเร็วเหนือเสียงสูงกว่ามัค 1 จะถูกจัดประเภทเป็นแบบความเร็วเหนือเสียง

อาวุธความเร็วเหนือเสียงมี 2 ประเภทหลักๆ คือ ขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง (hypersonic cruise missiles) และยานร่อนความเร็วเหนือเสียง ( hypersonic glide vehicles) ตามคำจำกัดความ อาวุธความเร็วเหนือเสียงจะเคลื่อนที่ได้เร็ว 5 เท่าหรือมากกว่าความเร็วเสียง ขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียงซึ่งขับเคลื่อนด้วยสแครมเจ็ตจะเคลื่อนที่ได้ไม่เกิน 30 กม. (19 ไมล์) ยานร่อนความเร็วเหนือเสียงสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่านั้น

ปัจจุบัน ประเทศที่มีอาวุธความเร็วเหนือเสียง เแก่ ออสเตรเลีย, บราซิล, จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อินเดีย, อิหร่าน, ญี่ปุ่น, เกาหลีเหนือ, รัสเซีย, เกาหลีใต้, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา

จากข้อมูลล่าสุด รัสเซียและจีนเป็นผู้นำในการพัฒนาอาวุธความเร็วเหนือเสียง ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกาโดยที่สหรัฐฯ กำลังพัฒนาตัวร่อนความเร็วเหนือเสียง อินเดียกำลังพัฒนาอาวุธดังกล่าวด้วยเช่นกัน ฝรั่งเศสและออสเตรเลียอาจกำลังศึกษาเทคโนโลยีนี้อยู่เช่นกัน ญี่ปุ่นกำลังจัดหาทั้งอาวุธสแครมเจ็ต (ขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง) และอาวุธเร่งความเร็วร่อน (โปรเจกไทล์ร่อนความเร็วสูง)

ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงของอิหร่าน
ตั้งแต่ในปี 2022 แล้วที่มีความเชื่อกันว่าอิหร่านได้สร้างขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงลูกแรกแล้ว อามีร์ อาลี ฮัจจิซาเดห์ ผู้บัญชาการกองทัพอากาศแห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ประกาศสร้างขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงลูกแรกของสาธารณรัฐอิสลาม เขากล่าวว่า “ขีปนาวุธรุ่นใหม่นี้ผลิตขึ้นเพื่อต่อต้านโล่ป้องกันภัยทางอากาศและผ่านระบบป้องกันขีปนาวุธทั้งหมด ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในการผลิตขีปนาวุธ” และมีความเร็วสูงกว่ามัค 13

ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงของอิหร่านประกอบไปด้วย ขีปนาวุธ Fattah-1 และ Fattah-2 โดยที่ Fattah-1 ถูกนำมาใช้เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2025 กับอิสราเอล

Fattah-1 (Fattah ในภาษาเปอร์เซีย แปลว่า "ผู้พิชิต") เป็นขีปนาวุธพิสัยกลางความเร็วเหนือเสียงของอิหร่านที่พัฒนาโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามและขีปนาวุธดังกล่าวเปิดตัวในพิธีเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2023

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2022 ในวาระครบรอบ 11 ปีการเสียชีวิตของฮัสซัน เตหะราน โมกาดดัม ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “บิดาแห่งขีปนาวุธอิหร่าน” อิหร่านประกาศว่าได้สร้างขีปนาวุธพิสัยไกลความเร็วเหนือเสียงขั้นสูง โดยเรียกมันว่า “ก้าวกระโดดครั้งสำคัญแห่งยุคสมัย” พลจัตวาอามีร์ อาลี ฮัจจิซาเดห์ ผู้บัญชาการกองกำลังอวกาศของ IRGC กล่าวว่าขีปนาวุธดังกล่าวมีความเร็วสูงและสามารถเคลื่อนที่ไปใต้และเหนือชั้นบรรยากาศของโลกได้ เขากล่าวว่า “มันสามารถเจาะระบบป้องกันขีปนาวุธทั้งหมดได้” และเสริมว่าเขาเชื่อว่าจะต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าที่จะพัฒนาระบบที่สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธดังกล่าวได้

ตามข้อมูลของอิหร่าน ความคล่องตัวและความเร็วสูงของขีปนาวุธนี้ช่วยให้หลบเลี่ยงระบบป้องกันขีปนาวุธได้ และมีรายงานว่าขีปนาวุธดังกล่าวมีศักยภาพที่จะบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้ในกรณีที่อิหร่านดำเนินโครงการนิวเคลียร์ต่อไป

ขีปนาวุธนี้มีพิสัย 1,400 กม. (870 ไมล์) น้ำหนักหัวรบ 350–450 กก. (770–990 ปอนด์) ความเร็วสูงสุด มัค 13–15

ทั้งนี้ ในเดือนพฤศจิกายน 2023 อิหร่านได้เปิดตัวขีปนาวุธรุ่นใหม่กว่า นั่นคือ Fattah-2

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - Tasnim News Agency

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...