โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สงครามอิสราเอล-อิหร่าน ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ฉุดไทยสู่ “Perfect Storm”

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 21.58 น.

เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์โลก ล่าสุดสงครามอิสราเอล-อิหร่าน มีแนวโน้มบานปลาย ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมไทยหวั่นผลกระทบจะลุกลามครอบคลุมการค้าโลก ราคาพลังงาน การขนส่ง และภาคท่องเที่ยว กระทบซํ้าเศรษฐกิจไทยที่เปราะบางอยู่แล้วจากแรงเสียดทานภายนอก รวมถึงปัจจัยภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) กับสหรัฐ ที่ยังไม่ชัดเจน และข้อพิพาทไทย-กัมพูชาที่เริ่มตึงเครียด

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางโดยเฉพาะสงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านถือว่าน่ากังวลอย่างยิ่ง หากอิหร่านเดินหน้าปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งนํ้ามันที่สำคัญของโลก จะยิ่งทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น โดยมีแนวโน้มแตะระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือมากกว่านั้น คล้ายกับสถานการณ์ราคาที่เกิดขึ้นในช่วงแรก ๆ ของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานโลจิสติกส์ทั่วโลกเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ฉุดกำลังซื้อ การค้า และการเดินทาง

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

“ราคานํ้ามันที่เคยนิ่งอยู่ราว 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจกระโดดขึ้นหากสงครามยืดเยื้อ โดยเฉพาะหากมีประเทศมหาอำนาจเข้าร่วม หรือให้การสนับสนุนทั้งสองฝ่ายโดยตรงหรือโดยอ้อม สถานการณ์จะซับซ้อนขึ้นทันที” นายเกรียงไกร กล่าว

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจไทยก็เริ่มได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรป ซึ่งมีแนวโน้มลดลงจากความกังวลด้านความปลอดภัย โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ นักท่องเที่ยวจีนมาไทยลดลงอย่างชัดเจน และไทยยังพึ่งพานักท่องเที่ยวจากกลุ่มตะวันออกกลางและอิสราเอลในการพยุงตัวเลขท่องเที่ยวรวม หากสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นหรือบานปลาย นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคนี้อาจไม่กล้าเดินทาง จะส่งผลต่อรายได้ในภาคบริการของไทย

ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เดือนมิถุนายน ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 เหลือเพียง 1.5-2.0% จากเดิม 2.0-2.2% ส่วนการส่งออกปรับลดจากคาดการณ์เติบโต 0.3-0.9% เหลือ -5% ถึง 0.3% โดยยังไม่รวมผลกระทบเต็มรูปแบบจากสงครามอิสราเอล-อิหร่าน และข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา

“ตอนนี้เรากำลังเจอสถานการณ์พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่จบ ก็มีข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ ก็ยังไม่เคาะอัตราภาษีตอบโต้ไทย ซึ่งเหลือเวลาการเจรจาอีกไม่ถึง 20 วันก่อนเส้นตายที่สหรัฐจะปรับขึ้นภาษีตอบโต้ไทยที่ชะลอไว้ 90 วัน ซึ่งยังต้องลุ้นว่าไทยจะเจรจาทันหรือไม่ และอัตราภาษีตอบโต้จะออกมาเท่าไหร่ สถานการณ์ทั้งหมดถือเป็นพายุสมบูรณ์แบบหรือ Perfect Storm ที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงนับจากนี้ไป”

นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า แม้การค้าระหว่างไทยกับอิสราเอลและอิหร่านจะมีมูลค่าไม่สูงเมื่อเทียบกับคู่ค้ารายใหญ่อื่น ๆ แต่สถานการณ์สงครามส่งผลให้การส่งสินค้าและการติดต่อทางธุรกิจหยุดชะงักลง โดยที่ผ่านมาการค้าไทยกับอิสราเอลมีมูลค่ามากกว่าอิหร่าน (การค้าไทย-อิสราเอลปี 2567 มีมูลค่ารวม 45,290 ล้านบาท โดยไทยส่งออก 28,660 ล้านบาท นำเข้า 16,630 ล้านบาท ไทยเกินดุลการค้า 12,030 ล้านบาท

ส่วนการค้าไทย-อิหร่านปี 2567 มีมูลค่ารวม 7,270 ล้านบาท โดยไทยส่งออก 4,706 ล้านบาท นำเข้า 2,565 ล้านบาท ไทยเกินดุลการค้า 2,141 ล้านบาท) โดยอิหร่านถูกแซงชั่นจากสหรัฐและชาติตะวันตกมานาน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การค้าไทย-อิหร่านมีมูลค่าไม่มากนัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...