โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐขึ้นภาษี ‘แกรไฟต์จีน’ รวมสูงถึง 160% เสี่ยงลบล้างผลกำไร ‘ผู้ผลิตแบตเตอรี่’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 20.40 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 03.10 น.

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้กำหนดภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดที่อัตรา 93.5% สำหรับ “แกรไฟต์จากจีน” ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของแบตเตอรี่ หลังจากได้ข้อสรุปว่า วัตถุดิบดังกล่าวได้รับการอุดหนุนอย่างไม่เป็นธรรม

เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สมาคมการค้าที่เป็นตัวแทนผู้ผลิตแกรไฟต์ของสหรัฐ ได้ยื่นคำร้องต่อหน่วยงานรัฐบาลกลางสองแห่ง เพื่อขอให้มีการสอบสวนว่า บริษัทจีนละเมิด “กฎหมายการทุ่มตลาด” หรือไม่ ภาษีใหม่นี้จะเพิ่มอัตราภาษีที่มีอยู่เดิม ทำให้ภาษีที่เรียกเก็บจริงอยู่ที่ 160% ตามข้อมูลของ American Active Anode Material Producers ซึ่งเป็นกลุ่มการค้าที่ยื่นเรื่องร้องเรียนดังกล่าว

การเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับแกรไฟต์นี้ คาดว่าจะเพิ่มความตึงเครียดในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ทั่วโลก ซึ่งกำลังเผชิญกับการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุสำคัญ และเทคโนโลยีแบตเตอรี่บางชนิดของจีนอยู่แล้ว ส่งผลให้หุ้นของซัพพลายเออร์แบตเตอรี่ปรับตัวลดลง ในขณะที่ผู้ผลิตแกรไฟต์ในอเมริกาเหนือ กลับมีราคาพุ่งสูงขึ้น

“การตัดสินใจของกระทรวงพาณิชย์พิสูจน์ให้เห็นว่า จีนกำลังขายวัสดุที่ใช้ในขั้วแบตเตอรี่ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นในตลาดในประเทศ” อีรีค โอลสัน โฆษกของกลุ่มการค้าผู้ผลิตแอโนดกล่าวในแถลงการณ์

ทั้งนี้ ภาษีดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ผลิตแบตเตอรี่ โดยแซม แอดแฮม หัวหน้าฝ่ายวัสดุแบตเตอรี่ของ CRU Group กล่าวว่า ภาษี 160% คิดเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 7 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงสำหรับเซลล์แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของเครดิตภาษีการผลิตแบตเตอรี่ที่มาจากกฎหมาย Inflation Reduction Act

แอดแฮมกล่าวว่า “โดยพื้นฐานแล้ว นี่จะลบล้างผลกำไรของผู้ผลิตแบตเตอรี่ไป 1 หรือ 2 ไตรมาสทั้งหมด”

ด้าน Tesla และ Panasonic ซัพพลายเออร์แบตเตอรี่รายสำคัญจากญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในบริษัทที่พยายามคัดค้านการเก็บภาษีใหม่นี้ โดยให้เหตุผลว่า พวกเขาพึ่งพาการนำเข้าแกรไฟต์จากจีน เนื่องจากอุตสาหกรรมภายในประเทศ ยังไม่พัฒนาเพียงพอที่จะตอบสนองมาตรฐานคุณภาพ และปริมาณที่ผู้ผลิตรถยนต์ต้องการ ผลของภาษีทำให้หุ้นของ Tesla ลดลงมากถึง 0.7% เมื่อวันพฤหัสบดี

สำหรับ “แกรไฟต์” ถือเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตขั้วแอโนดของแบตเตอรี่ โดยเมื่อปีที่แล้ว มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์แกรไฟต์เข้าสู่สหรัฐเกือบ 180,000 ตัน ซึ่งประมาณ 2 ใน 3 ของการนำเข้าเหล่านี้มาจากประเทศจีน

ปัจจุบัน จีนเป็นผู้ครองอำนาจในด้านกำลังการผลิตแกรไฟต์ โดยสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่า แกรไฟต์จะยังคงเป็นวัสดุแอโนดที่ใช้กันทั่วไปมากที่สุดสำหรับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทุกประเภทในระยะกลาง โดยซิลิคอนจะเริ่มเข้ามามีส่วนแบ่งในตลาดตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป

นักวิเคราะห์จาก Roth Capital Partners ระบุว่า การกำหนดอัตราภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนของซัพพลายเออร์แบตเตอรี่ เช่น Fluence Energy และ Enphase Energy โดยหุ้น Fluence ปิดตลาดลดลง 0.4% และ Enphase ลดลง 0.7%

นอกจากนี้ ภาษีเพิ่มเติมสำหรับแบตเตอรี่ จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน แม้ว่าการจัดเก็บพลังงานจะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สำคัญในร่างงบประมาณของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่กฎระเบียบของกระทรวงการคลังที่จำกัดการใช้เซลล์แบตเตอรี่จากจีน ทำให้การปฏิบัติตามกฎระเบียบเป็นเรื่องยากสำหรับผู้พัฒนาหลายราย และความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน อาจชะลอการเติบโตของการจัดเก็บพลังงานในโครงข่ายไฟฟ้าของสหรัฐ
อ้างอิง: bloomberg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...