โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการบินฟื้น กพท. เดินเกม Quick Win ดัน Private Jet-บินตรงสหรัฐฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 16.17 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 09.17 น.

กพท. เปิดตัวเลขผู้โดยสาร 5 เดือนแรกปี 68 แตะ 72 ล้านคน แม้ยังต่ำกว่าโควิด-19 แต่แนวโน้มฟื้นตัวจากแรงส่งตลาดยุโรป เอเชียใต้ และอินเดีย เร่งออกใบอนุญาตใหม่ พร้อมเดินหน้าแผน Quick Win ดัน Private Jet-เส้นทางบินตรงสหรัฐฯ เตรียมรับ ICAO ตรวจประเมินปลาย ส.ค. ชูเทคโนโลยีนำการบินอนาคต

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT เปิดเผยว่าผลการดำเนินงาน 5 เดือนแรกของปี 2568 เผยภาพรวมอุตสาหกรรมการบินไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง และพร้อมวางทิศทางเชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub)

ในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2568 ประเทศไทยมีผู้โดยสารทางอากาศรวมทั้งสิ้นประมาณ 72.68 ล้านคน แบ่งเป็นผู้โดยสารเส้นทางภายในประเทศ 33.37 ล้านคน และเส้นทางระหว่างประเทศ 39.31 ล้านคน พร้อมด้วยเที่ยวบินรวมประมาณ 467,000 เที่ยวบิน

แม้จำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินยังคงต่ำกว่าช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 อยู่ 13.11% แต่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากตลาดหลักอย่างยุโรป เอเชียใต้ และอินเดีย สำหรับตลาดจีนที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ กพท. กำลังหารือกับทางการจีนเพื่อผ่อนผันการใช้สิทธิ Slot เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้สายการบินไทยสามารถนำอากาศยานไปให้บริการในตลาดสำคัญอื่น ๆ ชั่วคราวเป็นการชดเชย

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร เน้นย้ำว่า"ขณะนี้อุตสาหกรรมการบินกำลังกลับมาเจริญเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน หน่วยงานกำกับดูแลจึงต้องเร่งพัฒนาให้ระบบการบินของไทยมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐานความปลอดภัย และบริการ เพื่อรองรับบทบาท Aviation Hub อย่างเป็นรูปธรรม"

ผลงานเด่น 5 เดือนแรกและแผนขับเคลื่อน

ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา CAAT ได้ดำเนินการอนุญาตและกำกับดูแลกิจการการบินอย่างต่อเนื่อง อาทิ การออกใบรับรองสนามบินสาธารณะให้กับท่าอากาศยานพิษณุโลก สมุย และกระบี่ รวมถึงออกใบอนุญาตประกอบกิจการการบินพลเรือนประเภทการขนส่งทางอากาศเพื่อการพาณิชย์แบบประจำมีกำหนด (AOL) ให้สายการบินใหม่ 2 ราย ได้แก่ บริษัท อินทิรา (2009) แอร์ และบริษัท สยามวิงส์ แอร์ไลน์ จำกัด และออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) ให้แก่ EZY Airlines ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการเดินอากาศรายใหม่

ด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมการบิน CAAT ได้จัดทำ แผนปฏิบัติการเร่งด่วน (Quick Win Action Plan) แบ่งเป็น 2 ช่วงหลัก:

  • ครึ่งปีแรก (ม.ค. - มิ.ย.) : มุ่งส่งเสริมธุรกิจเครื่องบินส่วนบุคคล (Private Jet), ทบทวนเกณฑ์อายุและมาตรฐานการใช้งานอากาศยาน, ส่งเสริมการพัฒนา Urban Traffic Management (UTM), และเจรจาเพื่อเปิดเส้นทางบินตรงสู่สหรัฐอเมริกา ภายหลังไทยได้รับคืนสถานะ FAA CAT1 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
  • ครึ่งปีหลัง (ก.ค. - ธ.ค.) : มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการบินเพื่อสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค, ส่งเสริมและสนับสนุนศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ที่สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต, ยกระดับกระบวนการอนุญาตด้วยเทคโนโลยี เช่น ระบบ Fast Track, และส่งเสริมการให้บริการเครื่องบินน้ำ (Sea Plane) รวมถึงการจัดตั้งสนามบินน้ำ (Water Aerodromes)

เตรียมพร้อมรับการประเมิน ICAO และขับเคลื่อนเทคโนโลยีการบินอนาคต

CAAT ยังเตรียมความพร้อมเพื่อรับการตรวจประเมินจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ในโครงการ Universal Safety Oversight Audit Programme Continuous Monitoring Approach (USOAP CMA) ช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายนนี้ โดยจะมีการตรวจประเมินในด้านมาตรฐานสนามบิน ความสมควรเดินอากาศ การปฏิบัติการบิน และการบริการการเดินอากาศ ซึ่งหากประเทศไทยได้รับคะแนนสูง จะช่วยเสริมความเชื่อมั่นจากสายการบิน นักลงทุน และผู้โดยสารทั่วโลก พร้อมเพิ่มโอกาสในการเปิดเส้นทางบินใหม่ และยกระดับภาพลักษณ์ความปลอดภัยด้านการบินของไทยในเวทีนานาชาติ

นอกจากนี้ CAAT ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีการผลักดันระบบบริหารจราจรอากาศยานไร้คนขับ (UTM), จัดตั้งเขตห้วงอากาศเฉพาะสำหรับอากาศยานไร้คนขับ, ส่งเสริมการใช้ห้วงอากาศระดับต่ำ และสนับสนุนการใช้งานโดรนในภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมโดรนในอนาคต พร้อมจัดทำเอกสารแนวทางการกำกับดูแลการให้บริการอากาศยานขึ้นลงทางดิ่งไฟฟ้า (eVTOL) และอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (UAS) ฉบับแรกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน ICAO AAM Symposium ในปี 2569 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่งานสำคัญระดับโลกนี้จะจัดขึ้นในเอเชีย สะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการขับเคลื่อนอนาคตของการบินและการขนส่งทางอากาศในภูมิภาค

ด้วยบทบาทของอุตสาหกรรมการบินในฐานะกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และความมั่นคงของประเทศ CAAT ยังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลและส่งเสริมการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคอย่างยั่งยืนในอนาคต

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...